Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


สกอ.เล็งชงครม.ยุบกยศ.ลุยตั้งกก.ยกร่างกู้ยืมกรอ.ชินวรณ์ติงคิดให้รอบด้าน




      

สกอ.เล็งชงครม.ยุบกยศ.ลุยตั้งกก.ยกร่างกู้ยืมกรอ.ชินวรณ์ติงคิดให้รอบด้าน

 

          สกอ.เตรียมตั้ง ก.ก.ยกร่างระเบียบ กู้ยืมกรอ. คาดดำเนินการใช้จริงปี 55 ส่วนการยุบกองทุน กยศ.ต้องเป็นมติ ครม.ไม่เช่นนั้นผิดกฎหมาย ชินวรณ์ ชี้ต้องคิดให้ดีก่อนดำเนินการ
          เมื่อวันที่ 22 ส.ค.54 นายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยถึงกรณีที่นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการจะปรับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) เป็นกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) ตามนโยบายของรัฐบาล เนื่องจากพบว่า กองทุน กยศ.มีปัญหาในการดำเนินการมาก โดยเฉพาะปัญหาการฟ้องร้องลูกหนี้ที่ไม่จ่าย พร้อมประกาศพักหนี้ กยศ.เพื่อให้ทาง กยศ.ชะลอการดำเนินคดีฟ้องร้องกับลูกหนี้ว่า วันที่30 ส.ค.54 จะเสนอแนวทางการดำเนินงานพร้อมขอตั้งคณะกรรมการเพื่อยกร่างระเบียบ และวิธีปฏิบัติในการกู้ยืม กรอ. ต่อรมว.ศึกษาธิการ รวมทั้งสรุปปัญหาอุปสรรคของการกู้ยืม กรอ.โดยเฉพาะการชำระคืนผ่านระบบภาษี ซึ่งที่ผ่านมากรมสรรพากร ยังไม่มีความพร้อม ดังนั้นหากจะใช้แนวทางเดิมจะต้องมีนโยบายที่ชัดเจน โดยพยายามจะเร่งดำเนินการให้ทันภายในปีการศึกษา 2555
          นายสุเมธ กล่าวต่อไปว่า ส่วนเรื่องการพักชำระหนี้ กยศ.เพื่อให้ชะลอการฟ้องร้องกับลูกหนี้นั้น ตามนโยบายของ รมว.ศึกษาธิการ เห็นว่าสาเหตุที่ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ เพราะไม่มีงานทำ ดังนั้น จึงมอบให้สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) จัดการอบรมให้กับลูกหนี้เพื่อให้สามารถทำงานได้ แต่ที่สำคัญ รมว.ศึกษาธิการ จะต้องส่งสัญญาณไปที่กระทรวงการคลัง ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นนโยบายของศธ. และอาจจะต้องออกเป็นมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อให้ผู้จัดการกองทุนฯ สามารถดำเนินการได้ โดยไม่ผิดกฎหมาย
          คิดว่าเรื่องนี้สามารถดำเนินการได้และไม่กระทบกับเด็ก ซึ่งเหมือนกับกรณีที่รัฐบาลที่ผ่านมา ยกเลิก กรอ. แต่เปิดช่องให้ผู้กู้เดิม สามารถเปลี่ยนจาก กรอ.มาเป็นกยศ.ได้ แต่ถ้าไม่เปลี่ยนก็จะให้กู้จนจบการศึกษา ดังนั้นหากเปลี่ยนมาเป็น กรอ.อีกครั้งก็ต้องใช้หลักการเดียวกัน กรอ.ถือเป็นระบบที่ดีกว่า กยศ.ตรงที่ให้สิทธิในการกู้ยืมกับทุกคน แต่มีข้อจำกัดเรื่องสาขาที่เรียนว่าจะต้องเป็นสาขาที่จบแล้วมีเปอร์เซ็นต์มีงานทำสูง ขณะที่คนมีเงินแต่เรียนในสาขาที่กรอ.ปล่อยกู้ก็อาจไม่กู้ก็ได้ นายสุเมธ กล่าวและว่าส่วนจะใช้งบประมาณเพิ่มเท่าใดนั้น ยังไม่สามารถตอบได้ต้องศึกษารายละเอียดก่อน
          นายสุเมธ กล่าวต่อไปว่า ส่วนการปล่อยกู้นั้น จะเน้นตามสาขาที่จบแล้วมีงานทำตามนโยบายการศึกษาเพื่อการมีงานทำของนายวรวัจน์ แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะมีกี่สาขาและเป็นสาขาใดบ้าง โดยจะต้องไปดูรายละเอียดก่อนว่าสาขาใดที่จบแล้วมีเปอร์เซ็นต์มีงานทำสูง โดยตัวบ่งชี้หนึ่งที่สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ใช้ในการประเมินภายนอกมหาวิทยาลัยต่างๆ คือ อัตราการมีงานทำของบัณฑิตที่จบไปแล้ว โดยทางสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) อาจจะต้องขอข้อมูลตรงนี้จาก สมศ.ด้วย
          ด้าน นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ อดีตรมว.ศึกษา กล่าวว่าการยกเลิกกองทุน กยศ.มาใช้ กองทุน กรอ.ที่นายวรวัจน์ระบุนั้น ถือเป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย ซึ่งส่วนตัวเห็นว่า กองทุน กรอ.จะมีการผูกติดกับรายได้ในอนาคตของผู้ที่กู้ยืม ซึ่งอาจจะเป็นการผลักภาระให้กับประชาชนในอนาคต หากเกิดปัญหาขึ้น และไม่สนองต่อการแก้ปัญหาโดยเฉพาะเรื่องของโอกาสทางการศึกษา ที่ต้องครอบคลุมกับทุกคน เพราะต้องยอมรับว่า นับตั้งแต่ที่มีการตั้ง กองทุน กยศ.ขึ้นในปี38 จนถึงขณะนี้ มีการพัฒนางบประมาณไว้รองรับ กว่า 1.3 แสนล้านบาท โดยครอบคลุมนักเรียน กว่า 2.3 ล้านคน ฉะนั้นการที่นายวรวัจน์ คิดจะยกเลิก กองทุน กยศ.และหันมาใช้ กองทุน กรอ.ก็สามารถทำได้ แต่ต้องคิดให้ครบวงจรและตกผลึกก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร จะมีการพักชำระหนี้อย่างไร และจะมีกฎหมายใดมารองรับ เพราะที่ผ่านมา กองทุนกยศ.มีกฎหมายรองรับ แต่กรอ. ยังไม่มี
          นายชินวรณ์ กล่าวว่า ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของรัฐบาลคงจะมีการอภิปรายในเรื่องนี้เช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องของการพักชำระหนี้ ว่าจะมีการทำอย่างไรและจะยกเลิกกองทุน กยศ.อย่างไร และจะตอบสนองต่อผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษามากน้อยแค่ไหน เพราะที่ผ่านมานโยบายที่ตนเคยทำไว้นั่นคือ กยศ.จะต้องเปิดโอกาสแก่ผู้ที่ศึกษาปริญญาตรีเพิ่มขึ้นอีก 2.5 แสนราย จากเดิมที่มีอยู่ 2.3 ล้านราย
          ด้าน นายสัมพันธ์ ทองสมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และ อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการศึกษา กล่าวว่า เรื่องแนวคิดการยกเลิกกองทุน กยศ.นั้น พอทราบ และเห็นว่า ในความเป็นจริงแล้ว กระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงที่มีความสำคัญ และเป็นกระทรวงขนาดใหญ่ มีภารกิจจำนวนมากฉะนั้น จึงมีหลายเรื่องที่รอรัฐมนตรีทั้งสามมาทำงานฉะนั้น การที่รัฐมนตรีจะมีการดำเนินโครงการ หรือยุบโครงการใดก็ตาม จะต้องดูในรายละเอียดแต่ละเรื่องให้ชัดเจน ไม่ใช่ใช้แค่ความรู้สึกส่วนตัวและพูดออกไป
          นายสัมพันธ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องของการยกเลิกกองทุน กยศ.ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเข้าใจว่า รัฐมนตรีแต่ละคนนั้น มีความตั้งใจที่ดีในการทำงาน แต่ควรพิจารณาก่อนว่า โครงการใดเป็นโครงการที่ดี และมีประโยชน์ต่อประชาชน และเยาวชน ซึ่งโครงการเหล่านี้ควรนำมาต่อยอดปรับปรุงไม่ใช่ใช้อคติส่วนตัว ส่วนแนวคิดที่จะทำกรอ.นั้นมองว่า สามารถทำได้ แต่ต้องขอให้ดูในรายละเอียดให้ชัดเจนก่อน

          ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ



โพสเมื่อ : 23 ส.ค. 54   อ่าน 31638 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
สรุปเกลี่ยอัตรา 5 แท่งเพิ่ม 24 บิ๊ก ศธภ.ที่ประชุม อ.ก.พ.ศธ.ชุดใหม่ลงมติสรรหา 8 อ.ก.พ.ผู้แทน ขรก.ระดั
19 ม.ค. 60 | อ่าน 381 ครั้ง
สกอ.เผย ผู้สมัครครูพัฒนาท้องถิ่น ขาดคุณสมบัติเกือบหมื่นราย
18 ส.ค. 59 | อ่าน 360 ครั้ง
พงศ์เทพลุยโกงครุภัณฑ์ลั่นไม่แกล้ง
14 พ.ย. 55 | อ่าน 607 ครั้ง
ความเห็นบางกลุ่มกับ "แท็บเล็ต"
04 ต.ค. 56 | อ่าน 535 ครั้ง
วัดมาตรฐาน กศน.รอบ 3 กับการประเมินเชิงกัลยาณมิตร
18 ต.ค. 55 | อ่าน 757 ครั้ง
แปลหลักสูตรฝรั่งเศสประยุกต์ใช้อาชีวศึกษา
07 มิ.ย. 55 | อ่าน 700 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.