Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


คอลัมน์: ครูดี...โรงเรียนเด่น: โรงเรียนบ้านราโมง สอนอิสลามแบบเข้มสมานฉันท์ไทยพุทธ-มุสลิม




      

คอลัมน์: ครูดี...โรงเรียนเด่น: โรงเรียนบ้านราโมง สอนอิสลามแบบเข้มสมานฉันท์ไทยพุทธ-มุสลิม

 

          วารินทร์ พรหมคุณ
          สำนักการศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สพก.จชต.) เป็นหน่วยงานภายใต้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) มีหน้าที่ดูแลจัดการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษฯ ได้แก่ จังหวัดยะลานราธิวาส สตูล ปัตตานี และอีก 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่แตกต่างจากที่อื่นๆ ทั้งในเรื่องศาสนา วัฒนธรรมที่มีอัตลักษณ์ของตัวเอง ดังนั้นการจัดการศึกษาระบบปกติ อาจไม่สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นได้ อีกทั้งประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ นับถือศาสนาอิสลาม จึงมีความต้องการที่จะเรียนรู้ด้านอิสลามศึกษา แต่ทว่าที่ผ่านมารัฐไม่สามารถจัดการศึกษาในด้านนี้ได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในโรงเรียนของรัฐ...
          เมื่อ สพก.จชต.เข้ามาดูแลจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น และสภาพวัฒนธรรมความเป็นอยู่ โดยการสนับสนุนของหน่วยงานในพื้นที่จึงเกิดแนวคิดพัฒนาหลักสูตรอิสลามศึกษาแบบเข้ม ขึ้นมาเพื่อสร้างโอกาสและความหลากหลาย ในการเรียนอิสลามศึกษาในโรงเรียน นั้นเอง
          โรงเรียนบ้านราโมง อำเภอเบตงจังหวัดยะลา ...เป็นโรงเรียนต้นแบบของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ยะลา เขต 3 ที่จัดการศึกษา 2 ระบบ ตามหลักสูตรอิสลามศึกษาแบบเข้ม และประสบความสำเร็จ สามารถเพิ่มจำนวนนักเรียนมากขึ้นทุกปี เพราะเป็นความต้องการของผู้ปกครอง ที่อยากให้ลูกหลานมีความรู้ในวิชาสามัญ และวิชาศาสนาควบคู่กันไป ถึงแม้เด็กจะต้องเรียนหนักกว่าก็ตาม
          นายสมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) อธิบายว่า ความต้องการของผู้ปกครอง อยากให้เด็กเรียนศาสนาควบคู่กับวิชาสามัญ แต่ที่ผ่านมา สพฐ.ทำได้ไม่ค่อยดี เราสอนแบบทั่วไปสัปดาห์ละ 2 การสอนอิสลามแบบเข้ม ทำให้เด็กไทยพุทธและมุสลิมสามารถอยู่ร่วมกันเป็นเพื่อนกันได้ชั่วโมงก็ไม่เพียงพอ เด็กต้องไปเรียนวิชาศาสนาเพิ่ม และอีกสาเหตุที่เด็กมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำเพราะให้เวลาเรียนศาสนามากกว่าพื้นที่อื่น อย่างเด็กพื้นที่อื่น ครั้นเรียนเสร็จกลับมาทำการบ้านได้ แต่เด็กในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เลิกเรียนแล้วต้องไปเรียนศาสนาตอนเย็น ตอนเช้า เสาร์อาทิตย์ ทำให้ไม่มีเวลาทำการบ้าน แต่พอมาเรียนอิสลามแบบเข้มในโรงเรียน เด็กได้ทั้ง 2 อย่างในเวลาเดียวกัน บรรลุวัตถุประสงค์ และเป็นความต้องการของผู้ปกครองด้วย และจัดการศึกษาได้มีคุณภาพมากขึ้น
          ขณะนี้มีการสอนอิสลามแบบเข้มทำให้เด็กไทยพุทธและมุสลิม สามารถอยู่ร่วมกันเป็นเพื่อนกันได้ ที่ผ่านมาจะแยกกลุ่ม จึงเป็นการบรรลุอีกเป้าหมายของ สพฐ.ด้วย คือ เด็กไทยทั้ง 2 กลุ่มสามารถเป็นเพื่อนกันและรวมกันอยู่ได้ เกิดความรักสามัคคี เรียนรู้ร่วมกันนายสมเกียรติ กล่าวด้านนายแวดอยะ มะลีรองประธานกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนบ้านราโมงกล่าวถึงแนวคิดของการจัดหลักสูตรนี้ คือเริ่มจากเรามองเห็นเด็กเรียนสะเปะสะปะถ้าจะเรียนศาสนาต้องไปเรียนตามปอเนาะบ้าง ตาดีกาบ้าง ทำให้เด็กไม่ได้เรียนวิชาสามัญเท่าที่ควร คณะกรรมการสถานศึกษาผู้ปกครอง และครู จึงเห็นพ้องกันว่าน่าจะดึงเรื่องการสอนศาสนาเข้ามาไว้ในโรงเรียนเป็นสถานศึกษา 2 ระบบ โดยจัดหาวิทยากรที่มีวุฒิปริญญาตรี และมีความรู้ด้านศาสนาระดับสูงสุดมาเป็นครูสอนศาสนา ซึ่งผู้ปกครองก็รู้สึกดีใจที่ผู้บริหารโรงเรียนเห็นความสำคัญของการศึกษาของลูกหลานหลังจากเปิดสอนอิสลามแบบเข้มแล้วปรากฏว่าเด็กกลับมาเรียนที่โรงเรียนมากขึ้นเพราะได้กำไรได้เรียนทั้งสายสามัญ และเรียนเสริมด้านศาสนาอีก แถมได้ภาษาอาหรับและมลายูด้วย
          เมื่อก่อนเด็กจะเรียนเรื่องศาสนาที่ตาดีกา หรือปอเนาะ ซึ่งจะเน้นเรื่องศาสนาอย่างเดียว แต่หลักสูตรอิสลามศึกษาแบบเข้ม เป็นการเรียนสามัญควบศาสนาโดยเป็นการเรียนศาสนาแบบเข้มข้นเมื่อเรียนจบจะได้ทั้งวุฒิสามัญและวุฒิทางการศึกษาตามหลักอิสลามศึกษาซึ่งเด็กจะสามารถไปเรียนสายสามัญในระดับที่สูงขึ้นได้
          นายแวดอยะ กล่าวและว่า ผลพลอยได้อีกด้านหนึ่งก็เห็นจะเป็นการประกอบศาสนกิจ ที่ผ่านมาเด็กๆ จะทำไม่เป็น แต่พอโรงเรียนเปิดสอนและมีการฝึกวัฒนธรรมอิสลาม เด็กก็เริ่มคิดได้เรียนรู้เรื่องทางศาสนา และได้วิธีปฏิบัติซึ่งสามารถปฏิบัติพร้อมผู้ใหญ่ได้ รวมถึงการอ่านขอพรพระเจ้าด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นความต้องการของผู้ปกครอง ที่อยากให้ลูกหลานมีความรู้เกี่ยวกับศาสนาจนสามารถปฏิบัติได้
          สำหรับหลักสูตรอิสลามศึกษาแบบเข้ม ที่โรงเรียนบ้านราโมง จัดการเรียนการสอนนี้เป็นหลักสูตรที่เด็กจะเรียนรู้ถึง4 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ มลายูกลางและอาหรับ ซึ่งเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจไม่น้อยนายมะรสดี คารือมอ ครูสอนภาษาอาหรับ มลายู กล่าวว่า เด็กๆ สามารถเรียนรู้และมีทักษะภาษาอังกฤษ ไทยมลายู ในระดับดี แต่ที่มีปัญหา คือ ภาษาอาหรับ เพราะเด็กประถมจะยังไม่ค่อยคุ้นหู ต้องค่อยๆสอน ต้องทำความเข้าใจให้มากที่สุด ซึ่งผลดีของการเรียนภาษาอาหรับ ตามแนวทางของมุสลิม ก็เพื่ออ่านคัมภีร์อัลกุรอาน ให้ถูกต้องตามพยัญชนะ
          เราอยู่ในระดับเริ่มต้น เพิ่งเปิดทำการเรียนการสอนได้ไม่นาน จึงต้องพยายามทดลองใช้สื่อที่สอดคล้องกับความต้องการของเด็กและสืบค้นด้วยคอมพิวเตอร์ เน้นให้เด็กฟัง พูด อ่านเยอะๆ ครูสอนภาษาอาหรับ กล่าวทิ้งท้าย

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ



โพสเมื่อ : 11 ส.ค. 54   อ่าน 109897 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
คสช. เรียกประชุมกระทรวงศึกษา เคาะ 3 โครงการเร่งด่วน
03 มิ.ย. 57 | อ่าน 286 ครั้ง
จี้คุรุสภาผ่อนปรนเกณฑ์ให้ตั๋วครูต่างชาติ
28 พ.ย. 57 | อ่าน 299 ครั้ง
เตรียมโละกรรมการย่อยสกสค. โดยเฉพาะชุดที่เชื่อมโยงการบริหารเงินลงทุนผิดประเภท
25 พ.ค. 58 | อ่าน 319 ครั้ง
อาชีวะปลุกนักศึกษาเกษตรคิดนอกกรอบ
16 มิ.ย. 57 | อ่าน 397 ครั้ง
มข.ปลุกคนรุ่นใหม่ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง
28 มิ.ย. 54 | อ่าน 14178 ครั้ง
ข้าราชการ 2 ล้านคนเฮ! คลังโอนเงินตกเบิก มิ.ย.นี้
26 พ.ค. 58 | อ่าน 439 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.