Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ตีกลับ7มหา’ลัยขอรับตั๋วครูจี้ตร.สืบจนท.เอี่ยววุฒิปลอม




      

ตีกลับ7มหา'ลัยขอรับตั๋วครูจี้ตร.สืบจนท.เอี่ยววุฒิปลอม

          บอร์ดคุรุสภาตีกลับ 7 ม.ราชภัฏ-เอกชน ยื่นขอรับรองหลักสูตร ป.บัณฑิต-ใบวิชาชีพครู เหตุเรียนศูนย์นอกที่ตั้งโดยไม่แจ้ง
          จากกรณีที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)จับกุมแก๊งขายวุฒิการศึกษาปลอมผ่านเฟซบุ๊ก มีตั้งแต่ชั้น ม.3 ถึงปริญญาโท เสียค่าใช้จ่ายในราคา 7,000-20,000 บาท โดยวุฒิของมหาวิทยาลัยดังย่านหัวหมากได้รับความนิยมมากสุดนั้น
          เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน นายสุเมธ แย้มนุ่นเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากที่นายไชยยศ จิรเมธากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) แจ้งเรื่องปัญหาการซื้อขายใบปริญญาปลอมผ่านเว็บไซต์ต่างๆให้ทางตำรวจสืบหาผู้กระทำผิดเมื่อ 3-4 เดือนก่อน ซึ่งต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เปิดหน้ากากให้สังคมได้ทราบถึงผู้ที่ทำลายภาพลักษณ์ของวงการศึกษา ตนอยากฝากตำรวจติดตามขยายผลเชื่อมโยงให้ลึกไปถึงมหาวิทยาลัย เพื่อหาต้นตอว่า มีเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ เช่น อาจมีการนำตราสัญลักษณ์ ลายเซ็นอธิการบดี แบบฟอร์มของมหาวิทยาลัย หรือต้นฉบับใบประกาศนียบัตรไปใช้ในการลอกเลียนแบบ พร้อมกันนี้ สกอ.จะขอรายละเอียดสำนวนคดีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดูว่ามีผลกระทบต่อสถาบันอุดมศึกษาทั้งระบบมากน้อยแค่ไหน
          จากการจับกุมดังกล่าวทำให้เห็นชัดว่าการซื้อขายวุฒิการศึกษาปลอมมีจริง คิดว่าคงมีทั้งการปลอมวุฒิของมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชนแม้ว่าจะระบุจำนวนที่แน่ชัดไม่ได้ แต่ผมคิดว่าน่าจะมีมาก และครั้งนี้อาจเป็นแค่กรณีตัวอย่างอย่างไรก็ตาม หลังจากนี้มหาวิทยาลัยต่างๆ คงจะตื่นตัวและตรวจสอบเรื่องนี้กันมากขึ้น ซึ่งจะช่วยทำให้ปัญหาคนอยากได้วุฒิการศึกษา แต่ไม่อยากเรียน มีจำนวนลดลง ขณะเดียวกันอยากฝากสถานประกอบการด้วยว่า ควรตรวจสอบบัณฑิตก่อนรับเข้าทำงานว่า ได้เรียนจบจริง และมีความรู้จริงหรือไม่ โดยขอตรวจสอบได้โดยตรงที่มหาวิทยาลัย หรือ สกอ. เลขาธิการ กกอ.กล่าว
          นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานคณะกรรมการกกอ. กล่าวว่า ขณะนี้ทั้งมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชนมีปัญหาเรื่องคุณภาพการจัดการศึกษาซึ่งขยายวงกว้างกลายเป็นปัญหาวุฒิปลอมตามมา ตนคิดว่าการไปวิ่งไล่จับหาคนปลอมวุฒิไม่ใช่เรื่องถูกต้อง แต่ควรต้องหาวิธีป้องกัน และเมื่อจับผู้กระทำผิดได้แล้ว ต้องบอกให้สาธารณชนรับรู้
          นายอภิชาติ จีระวุฒิ ปลัด ศธ. กล่าวว่าปัจจุบันการปลอมวุฒิการศึกษาทำได้ง่ายมากเพราะการออกหลักฐานการจบการศึกษาส่วนใหญ่จะใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ไม่เหมือนอดีตที่การออกหลักฐานต้องฉีกจากต้นขั้ว และเขียนด้วยลายมือ ทำให้ปลอมยาก สมัยที่ตนดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ก็พบว่าในส่วนของ กศน.มีการปลอมแปลงวุฒิการศึกษาจำนวนมาก โดยเฉพาะหลักฐานการจบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อนำไปใช้ในการเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งก่อนหน้านี้มีสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งที่แจ้งให้กศน.ช่วยตรวจสอบ และเมื่อพบว่าเป็นวุฒิปลอมก็ให้นักศึกษาเลิกเรียน
          ทางด้านนายดิเรก พรสีมา ประธานคณะกรรมการคุรุสภา เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภา เมื่อเร็วๆ นี้ได้พิจารณาเรื่องที่มหาวิทยาลัย 6-7 แห่ง เสนอขอให้รับรอง
หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต)วิชาชีพครู และอนุมัติใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้แก่นักศึกษาที่เรียนจบรวมประมาณ 1,000 คน แต่ที่ประชุมเห็นว่ายังมีปัญหาบางส่วน และข้อมูลที่นำเสนอมายังไม่ครบถ้วนพอที่จะพิจารณาอนุมัติได้ จึงได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการรับรองหลักสูตรและมาตรฐานความรู้นำกลับไปพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งต้องให้มหาวิทยาลัยเหล่านั้นกลับไปปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่ยังเป็นปัญหา และนำกลับมาเสนอที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภาอีกครั้ง
          นายธนารัชต์ สมคเณ กรรมการคุรุสภา กล่าวว่า คณะอนุกรรมการรับรองหลักสูตรฯ คณะที่ 3 ที่มีนายพลสัณห์ โพธิ์ศรีทอง เป็นประธาน จะเชิญที่มีนายพลสัณห์ โพธิ์ศรีทอง เป็นประธาน จะเชิญเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องกับหลักสูตร ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ของสถานีบริการสารสนเทศทางวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) บ้านสมเด็จเจ้าพระยา มาให้ข้อมูลในวันที่ 7 กรกฎาคม โดยต้องการให้ มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยายอมรับว่าสถานีบริการฯเหล่านั้น คือศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งเพื่อคุรุสภาจะได้หาแนวทางช่วยเหลือนักศึกษาป.บัณฑิตวิชาชีพครูที่จบจากสถานีบริการฯเหล่านี้เพื่อให้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ทั้งนี้การตรวจสอบครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อจับผิด แต่เพื่อช่วย
ทางมหาวิทยาลัยและนักศึกษา เพราะที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าคุรุสภาเองก็บกพร่อง โดยเชิญชวนให้มหาวิทยาลัยต่างๆ เข้ามาเป็นเครือข่ายผลิตบัณฑิตหลักสูตร ป.บัณฑิตวิชาชีพครู แต่เชิญมาอบรมชี้แจงเพียงครั้งเดียว แล้วไม่ได้ลงไปติดตามดูแลอีกเลย
          คุรุสภาจัดประชุมเพียงครั้งเดียว วันละ 10 มหาวิทยาลัย โดยเชิญมหาวิทยาลัยต่างๆ มาแสดงว่าจะบริหารและจัดการเรียนการสอนหลักสูตร ป.บัณฑิตอย่างไร จากนั้นคุรุสภาก็ไม่ได้ลงไปนิเทศก์ติดตามอีกเลย เพียงแต่สุ่มนิเทศก์บางมหาวิทยาลัยเท่านั้น ผมจึงไม่อยากให้เกิดการจับผิด หรือตามล่า และอยากเห็นการหาทางช่วยเหลือนักศึกษาให้ได้ใบอนุญาตฯ และควรต้องหาทางล้างท่อนักศึกษา ป.บัณฑิตที่ค้างอยู่ในตอนนี้ด้วย นายธนารัชต์กล่าว
          กรรมการคุรุสภาคนหนึ่งกล่าวว่า กรณีที่คณะกรรมการคุรุสภายังไม่รับรองหลักสูตร ป.บัณฑิตวิชาชีพครู และยังไม่อนุมัติใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้แก่นักศึกษาที่เรียนของทั้ง 7 มหาวิทยาลัยดังกล่าว ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยศรีปทุม มรภ.จันทรเกษม มรภ.เชียงใหม่ มรภ.เทพสตรี มรภ.สุรินทร์ มรภ.พระนคร และมรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา ทั้งนี้ เพราะพบว่าบางแห่งเปิดสอนหลักสูตร ป.บัณฑิตในศูนย์การศึกษานอกที่ตั้ง โดยไม่แจ้งให้คุรุสภาทราบตั้งแต่แรก บางแห่งนักศึกษาฝึกปฏิบัติการสอนไม่ครบ1 ปี หรือชั่วโมงเรียน ป.บัณฑิตไม่ครบตามมาตรฐานของคุรุสภา
          นายพรพิพัฒน์ เพิ่มผล ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยาและกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) ของคุรุสภา กล่าวว่า มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยาไม่เคยเปิดศูนย์การศึกษานอกที่ตั้ง และเริ่มเปิดสอนป.บัณฑิตวิชาชีพครูครั้งแรกเมื่อ 3 ปีก่อน โดยคุรุสภาให้ทุนการศึกษา เมื่อทุนของคุรุสภาหมดมหาวิทยาลัยก็ปฏิบัติตามภารกิจบริการทางวิชาการ ช่วยเหลือครูประจำการให้มีใบอนุญาตฯ โดยใช้งบประมาณของมหาวิทยาลัยปีละ 2 ล้านบาทในการดำเนินการ กระทั่งคุรุสภายกเลิกหลักสูตรป.บัณฑิตวิชาชีพครู
          ที่ต้องไปสอนตามสถานีบริการสารสนเทศทางวิชาการ เพราะถือเป็นการปฏิบัติตามภารกิจการบริการทางวิชาการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักศึกษาบางส่วนที่ไม่สะดวกเดินทางมาเรียนที่มหาวิทยาลัย และสภามหาวิทยาลัย ซึ่งมีอำนาจสูงสุดก็อนุมัติอย่างถูกต้อง โดยที่ สกอ.ไม่มีสิทธิมาสั่งการใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่เกี่ยวกับศูนย์นอกที่ตั้ง นายพรพิพัฒน์กล่าว
          นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการ กกอ. กล่าวว่า กรณี มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยาเปิดสถานีบริการสารสนเทศทางวิชาการ ทั้งที่ สกอ.ไม่รับทราบ โดยยืนยันว่าเปิดถูกต้อง และผ่านการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยแล้วนั้น ต้องถามไปยังมหาวิทยาลัยว่าจัดการเรียนการสอนมีคุณภาพหรือไม่ เพราะ มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยาแจ้งสกอ.ว่าเป็นสถานีบริการฯ แต่ไม่มีรายละเอียดว่าเปิดสอนอะไร โดย สกอ.ได้สอบถามรายละเอียดการเปิดสถานีบริการฯ แต่มหาวิทยาลัยก็ไม่ตอบกลับ สกอ.จึงแจ้งไปว่าไม่รับทราบการเปิดสถานบริการฯ ซึ่งได้ทำเช่นนี้กับทุกแห่ง ไม่ได้เลือกปฏิบัติ
          ที่สำคัญต้องถามว่าคำว่าสถานีบริการสารสนเทศทางวิชาการทำอะไรบ้าง ถ้าจัดการเรียนการสอนก็ต้องเรียกว่าจัดการศึกษานอกที่ตั้ง คำคำนี้ครอบคลุมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นห้องเรียนเหมือนที่มหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) จัด หรือสถานีบริการฯของ มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยาหากทางมหาวิทยาลัยคิดว่า สกอ.ไม่มีอำนาจสั่งการก็ไม่เป็นไร แต่ สกอ.ได้ตกลงกับสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) แล้วว่าถ้าพบว่ามหาวิทยาลัยใดจัดการศึกษานอกที่ตั้งแม้เพียง 1 แห่ง สมศ.จะไม่รับรองมหาวิทยาลัยแม่ เพราะถือว่าไม่ได้คุณภาพนพ.กำจรกล่าว

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 30 มิ.ย. 54   อ่าน 13932 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ชงผลิตบัณฑิตเฉพาะทาง
02 ก.ย. 58 | อ่าน 240 ครั้ง
’วรวัจน์’ยาหอมรร.เอกชน
29 ก.ย. 54 | อ่าน 131728 ครั้ง
สอศ.ชงเพิ่มรายหัวซื้ออุปกรณ์ฝึกนักปฏิบัติมืออาชีพ
23 มิ.ย. 57 | อ่าน 2836 ครั้ง
คอลัมน์: สถานีก.ค.ศ.: การกำกับ ติดตาม การบริหารงานบุคคล ของข้าราชการครูฯ
04 ก.ค. 54 | อ่าน 44402 ครั้ง
เผย 22 ราย จ่อฟ้องศาลปค. หลังถูกออกทุจริตครูผู้ช่วย
17 มิ.ย. 56 | อ่าน 496 ครั้ง
โรดแม็พปฏิรูปศึกษา 9 ข้อแยก สกอ.ออกจาก ศธ.- ลดเวลาเรียน - แก้โครงสร้างเน้นกระจายอำนาจ
15 ส.ค. 57 | อ่าน 345 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.