Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


เล็งแฉชื่อ’บิ๊กคุรุสภา’เอี่ยวตั๋วครู’ป.บัณฑิต’




      

เล็งแฉชื่อ'บิ๊กคุรุสภา'เอี่ยวตั๋วครู'ป.บัณฑิต'

          ปธ.สอบกรณีออกใบแทนใบปริญญาม.รามฯเชิญ น.ศ.ให้ข้อมูล 15 มิ.ย.เผยรอบ 40 ปี มร.ฟ้องผู้ใช้ปริญญาปลอมสมัครงาน-เรียนต่อแล้วกว่า100 คดี
          จากกรณีนายไชยยศ จิรเมธากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้รับรายงานจากคณะกรรมการควบคุมการดำเนินการของมหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) ว่าผลสอบเบื้องต้นพบผู้บริหารและกรรมการคุรุสภาเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต(ป.บัณฑิต) วิชาชีพครูของ มอส.ด้วยนั้น
          เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน นพ.กำจร ตติยกวีรองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) และกรรมการควบคุม มอส. เปิดเผยว่าขณะนี้คณะกรรมการควบคุมกำลังรวบรวมข้อมูลปัญหาเกี่ยวกับการเปิดศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งของ มอส.ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าการเปิดศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งของ มอส.มีหลายรูปแบบ เช่นเป็นผู้จัดการเปิดศูนย์การศึกษานอกที่ตั้ง โดยไม่ผ่านการอนุมัติจากสภา มอส. หรือมีกลุ่มคนจัดหานักศึกษา จัดหาที่เรียน จัดหาโรงเรียนฝึกสอนแล้วเปิดการเรียนการสอน โดยที่สภามหาวิทยาลัยไม่รับทราบ ซึ่งบางคนที่ไปเปิดสอนอาจเป็นครู เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน หรือเป็นผู้มีความรู้ทางการศึกษา และเข้าใจว่าตัวเองสามารถเปิดสอนได้ แต่ความจริงไม่ใช่ ประเด็นที่สำคัญคือการจัดการศึกษาแบบนี้ถือว่าไม่มีคุณภาพ
          เท่าที่ทราบคนกลุ่มนี้ที่ไปเปิดศูนย์นอกที่ตั้งอาจมีกรรมการคุรุสภารวมอยู่ด้วย ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการควบคุม มอส.กำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงหากมีหลักฐานชัดก็จะต้องเปิดเผยให้สาธารณชนรับทราบ และหากบุคคลที่พบไปเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใด ก็เป็นเรื่องของต้นสังกัดที่จะต้องไปดำเนินการพิจารณาโทษ นพ.กำจรกล่าว และว่าอย่างไรก็ตาม เรื่องนี้จะจบได้ก่อนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่หรือไม่นั้น คงต้องดูที่ประเด็นว่ามีอะไรบ้าง ส่วนตัวคิดว่าก่อนตั้งรัฐบาลใหม่คงจะรู้ผลเบื้องต้น ว่ามีอะไรผิดกฎหมายบ้าง แต่หากจะให้ถึงขั้นการตัดสินเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งมอส.หรือไม่ เชื่อว่าคงยังไม่ถึงขั้นนั้น
          นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร หัวหน้าผู้ตรวจราชการ ศธ. ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีมีผู้บริหารและกรรมการคุรุสภาเข้าไปเกี่ยวข้องกับหลักสูตร ป.บัณฑิตวิชาชีพครูของ มอส. กล่าวว่า อีก 1-2 วัน ตนจะไปพบนายอัษฎางค์ แสวงการ อดีตอธิการบดี มอส.เพื่อขอข้อมูลกรณีที่มีการระบุว่ามีผู้บริหารและกรรมการคุรุสภาเกี่ยวข้องกับหลักสูตรป.บัณฑิต มอส. นอกจากนี้ ตนยังได้รับความอนุเคราะห์จากอธิการบดี มอส.คนปัจจุบัน ได้ให้ข้อมูลของคณะกรรมการควบคุม มอส.ที่เป็นประโยชน์ในการสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้อย่างไรก็ตาม ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดต่างๆจะรอสรุปผลสอบข้อเท็จจริงในครั้งเดียว และจะเร่งเสนอปลัด ศธ.เพื่อนำเสนอรัฐมนตรีว่าการศธ. ให้ทันตามกรอบเวลา
          นายอัษฎางค์กล่าวว่า กรณีที่นายไชยยศจะลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น ในวันที่ 13 มิถุนายนเพื่อติดตามความคืบหน้าเรื่องการสอบสวนการซื้อขายใบ ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ของ มอส. และระบุว่า หากตนและอดีตผู้บริหาร มอส.เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือต้องการชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม ให้เดินทางไปพบในวันดังกล่าวนั้น ตนยังไม่ทราบ แต่หากนายไชยยศต้องการข้อมูลเพิ่มเติมตนและอดีตผู้บริการ มอส.ก็พร้อมไปชี้แจง ทั้งนี้ที่คณะกรรมการควบคุม มอส.รายงานนายไชยยศว่าพบผู้บริหารและกรรมการคุรุสภาบางคนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดหลักสูตร ป.บัณฑิตวิชาชีพครูของ มอส.นั้น ตนยืนยันว่ามีผู้บริหารระดับสูงของคุรุสภา 1 คน เคยเข้ามาร่วมจัดการเรียนการสอนร่วมกับ มอส.จริง ซึ่งเรื่องนี้ไปสอบถามผู้บริหารคุรุสภาคนดังกล่าวได้ เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าจริงหรือไม่
          นายอัษฎางค์กล่าวต่อว่า ในวันที่ 10 มิถุนายนตนได้นัดพูดคุยกับนายบัณฑิตย์ ซึ่งจะลงพื้นที่จ.ขอนแก่น เพื่อให้ข้อมูลต่างๆ อาทิ การเข้ามาของผู้บริหารคุรุสภาในการจัดการเรียนการสอนร่วมกับ มอส. รวมทั้งสาเหตุของการเกิดปัญหาเรื่องนี้
          นายอานนท์ เที่ยงตรง ประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจแก้ไขปัญหานักศึกษาหลักสูตรป.บัณฑิต วิชาชีพครูของ มอส. เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ มอส.ว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อเข้าไปดูหลักฐานการเรียนของนักศึกษา โดยเฉพาะนักศึกษา 1,387 ราย ที่ถูกคุรุสภาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู นอกจากนี้ คณะกรรมการยังได้ตรวจสอบนักศึกษาทั้งหมดที่แจ้งข้อมูลเป็นรายบุคคล โดยได้ตรวจสอบเสร็จแล้ว138 คน สามารถแยกปัญหาออกเป็น 4 กลุ่ม ได้กลุ่มนักศึกษาที่เรียนใน มอส. แบ่งเป็นนักศึกษาที่ฝึกปฏิบัติการสอนครบเวลา 1 ปี และที่ฝึกสอนไม่ครบ 1 ปี ส่วนกลุ่มนักศึกษาที่เรียนนอกที่ตั้ง แบ่งเป็นนักศึกษาที่ฝึกปฏิบัติการสอนครบส่วนหนึ่งและไม่ครบอีกส่วนหนึ่ง โดยทั้งหมดไม่มีใครมีหลักฐานครบแม้แต่คนเดียว ดังนั้น คณะกรรมการจึงสรุปแนวทางแก้ปัญหาสำหรับนักศึกษาที่มีการตรวจสอบแล้วหลักฐานไม่ครบ โดยจะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการควบคุม มอส. ในวันที่ 22 มิถุนายนนี้ ให้แก้ไขด้วยการจัดให้ออกฝึกปฏิบัติการสอนเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ภาคการศึกษาและไม่เกิน 2 ภาคการศึกษาแล้วแต่กรณี เพื่ออนุมัติให้จบการศึกษาได้
          กรณีนักศึกษาที่สอบบรรจุข้าราชการเป็นครูผู้ช่วยได้นั้น จะแก้ปัญหาแบบเดียวกันคือพิจารณาความครบถ้วนของหลักฐานเพื่อให้เกิดความยุติธรรม ส่วน ป.บัณฑิต 522 ราย ที่เคยได้รับการอนุมัติปริญญาจากอดีตสภา มอส.ไปแล้วก่อนหน้านี้ คณะกรรมการตรวจสอบเบื้องต้นเห็นว่าหลักฐานยังไม่ครบเช่นกัน นายอานนท์กล่าว
          วันเดียวกัน ที่ห้องประชุม สภ.เมืองขอนแก่นนายขจร จิตสุขุมมงคล ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาสมรรถนะบุคลากร สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สกอ. พร้อมคณะ ได้เข้าพบ พ.ต.อ.คณิต ดวงหัสดี ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น และ พ.ต.ท.ชุมพล หันชะนารอง ผกก.สส.สภ.เมืองขอนแก่น ซึ่งเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีที่ สกอ.แจ้งความเอาผิดกับอดีตอธิการบดี มอส. รวมทั้งอดีตคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยและพวก โดยนำเอกสารมาให้กับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม อาทิ พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2516, ใบอนุญาตให้จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน, ข้อกำหนดมหาวิทยาลัยอีสาน, สรุปยอดเงินในสมุดบัญชีเงินฝากของ มอส. ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2554, หลักสูตร ป.บัณฑิตวิชาชีพครู, เกณฑ์บอกสถานที่ตั้ง และตารางเรียนหลักสูตร ป.บัณฑิตวิชาชีพครู
          พ.ต.อ.คณิตกล่าวว่า การสอบสวนเพิ่งเริ่มต้นและพนักงานสอบสวนต้องทำให้ดีที่สุด เพื่อเกิดความเป็นธรรมกับผู้เกี่ยวข้อง เพราะเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ รูปแบบการสอบสวนจึงต้องเป็นรูปคณะกรรมการ
          นายขจรกล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้ตั้งประเด็นตามแนวทางการสอบสวน และสอบปากคำทาง สกอ.เพิ่มขึ้น ให้เกิดความชัดเจนในการกล่าวหาเอาผิดกับอดีตอธิการบดี มอส.กับพวก แม้ว่านายอัษฎางค์พร้อมพวกจะปฏิเสธข้อกล่าวหา ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ส่วนกรณีที่มีนักศึกษา ป.บัณฑิตส่วนหนึ่งไปร้องทุกข์ที่ศาลปกครองขอนแก่น ถือเป็นสิ่งที่ดี
          ด้านนายบุญชาญ ทองประยูร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยรามคำแหง (มร.)ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีนักศึกษา มร.ร้องเรียนเรื่องความผิดปกติในการออกใบแทนใบปริญญาบัตร ซึ่งหาซื้อได้ง่ายแถวซอยรามคำแหง 43 กล่าวว่า วันเดียวกันนี้ตนได้ทำหนังสือเชิญนักศึกษา มร.ที่ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. มาให้ข้อมูลกับคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในวันที่ 15 มิถุนายน ซึ่งจะต้องรอดูข้อมูลที่ได้รับจากนักศึกษาคนดังกล่าว หากระบุว่าเกี่ยวข้องกับใครใน มร.ก็ต้องเรียกมาให้ข้อมูลและจะต้องไปดูกรณีที่อ้างว่ามีการซื้อขายกันง่ายๆที่ซอยรามคำแหงซอย 43 ด้วย
          นายบุญชาญกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามยืนยันว่า มร.ไม่มีการซื้อขายใบแทนใบปริญญาบัตร เพราะทุกอย่างต้องทำตามขั้นตอน หากบัณฑิตคนใดทำใบปริญญาบัตรหายก็ต้องนำใบแจ้งความมายื่นขอ และเสียค่าธรรมเนียม 1,000 บาท โดยจะออกใบเสร็จให้ และในใบแทนใบปริญญาบัตร ตามปกติอธิการบดีจะมอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักทดสอบประเมินผลเป็นผู้เซ็นอนุมัติแทน ซึ่งตามปกติมหาวิทยาลัยจะมีมาตรฐาน ถ้านักศึกษาที่จบไปทำงานหน่วยงานราชการ หรือเอกชน หรือเรียนต่อ ทางหน่วยงานเหล่านั้นจะส่งชื่อและคุณวุฒิมาให้ตรวจสอบว่าเรียนจบจริงหรือไม่ โดยในช่วง 40 กว่าปีที่ตั้งมร.มา ทาง มร.ได้ฟ้องร้องกว่า 100 คดีแล้ว หลังจากตรวจพบว่าไม่ได้จบจาก มร.จริง แต่นำใบปริญญาบัตรไปสมัครงาน หรือเรียนต่อในระดับที่สูง อย่างไรก็ตาม หากหน่วยงานใดไม่แน่ใจเรื่องปริญญาบัตรของบัณฑิตจาก มร. ให้ส่งรายชื่อมาให้ทาง มร.ตรวจสอบได้

          --มติชน ฉบับวันที่ 11 มิ.ย. 2554 (กรอบบ่าย)--



โพสเมื่อ : 10 มิ.ย. 54   อ่าน 91681 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
เล็งขยายสอนกศน.ในทุกชาติอาเซียน
24 ก.ย. 55 | อ่าน 997 ครั้ง
จุฬาทำโพลพบ84%ค้านเปิดกว้างสอบครู
27 มี.ค. 60 | อ่าน 633 ครั้ง
ด่วนที่สุด!!! สพฐ.แจ้งความคืบหน้าการสอบครูผู้ช่วย ครั้งที่ 2/2556
09 ธ.ค. 56 | อ่าน 1511 ครั้ง
บอร์ดงงไม่รู้อาชีวะขอสมศ.เลื่อนประเมินชี้ไม่หารือบอร์ดถือว่าผิดกฎหมาย
25 ก.ค. 54 | อ่าน 96812 ครั้ง
สพฐ.เตรียมจัดเสวนาโครงสร้าง’เวลาเรียน’
06 ก.ย. 55 | อ่าน 1182 ครั้ง
สพป.สตูลจัดอบรมโครงการ’ว่ายน้ำเพื่อชีวิต’
30 พ.ค. 57 | อ่าน 895 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.