Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติตอนที่ 1 รัฐทุ่มหมื่นล้านหวังปั้นนักวิจัย...นำชาติเข้มแข็ง




      

มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติตอนที่ 1 รัฐทุ่มหมื่นล้านหวังปั้นนักวิจัย...นำชาติเข้มแข็ง

          เมื่อปีที่ผ่านมา คณะกรรมการอำนวยการ โครงการพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ที่มี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น ได้พิจารณาและประกาศให้มหาวิทยาลัยที่เข้าหลักเกณฑ์ 9 แห่ง เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ จากที่เสนอขอมาทั้งหมด 15 แห่ง โดยมีมหาวิทยาลัยที่ได้รับการประกาศชื่อ ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น  มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

          ซึ่งหลังจากนี้ มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติทั้ง 9 แห่ง จะต้องจัดทำแผนกลยุทธ์ และแผนปฏิบัติการฉบับสมบูรณ์ เสนอต่อคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาจัดงบประมาณสนับสนุน ให้เกิดผลงานวิจัยที่เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และสังคม ที่สามารถใช้ได้จริง โดยจะมีคณะกรรมการประเมินผลทุก 6 เดือน หากครบ 1 ปีประเมินแล้วไม่มีผลงานตามเกณฑ์ที่กำหนด จะต้องถูกถอดออกจากการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ขณะเดียวกันจะมีการพิจารณา และประกาศรายชื่อมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติเพิ่มขึ้น หากมีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด

          ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยที่ได้รับการประกาศชื่อเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ต้องมีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ คือ เป็นมหาวิทยาลัยที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ 1 ใน 500 มหาวิทยาลัยโลก ในการจัดอันดับของ Times Higher Education (THE-QS) หรือหากไม่อยู่ในอันดับดังกล่าว จะต้องมีผลงานการวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการไม่ต่ำกว่า 500 เรื่อง ใน 5 ปีล่าสุด มีผลงานวิจัยระดับนานาชาติที่โดดเด่นอย่างน้อย 2 ใน 5 สาขา ของ THE-QS และมีสัดส่วนอาจารย์ที่จบวุฒิปริญญาเอกมากกว่า 40% ของอาจารย์ทั้งหมด

          สำหรับงบประมาณ กระทรวงศึกษาธิการได้จัดงบฯ สนับสนุนมหาวิทยาลัยที่ได้รับการประกาศชื่อ ระหว่างปีงบประมาณ 2553-2555 จำนวน 9,000 ล้านบาท และสนับสนุนมหาวิทยาลัยอื่น ๆ เพื่อทำการวิจัยอีก 3,000 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 12,000 ล้านบาท

          และเมื่อต้นปี 2553 ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ประกาศเพิ่มงบประมาณการสนับสนุนงานด้านการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศจากร้อยละ 0.25  เป็นร้อยละ 1 ของ GDP สร้างความตื่นตัวและจุดประกายต่อวงการวิจัยทั่วประเทศ เพื่อวางกรอบ กำหนดนโยบายให้การสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนา ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาประทศ

          อย่างไรก็ตาม ต่อมา รัฐบาลได้ประกาศว่างบประมาณดังกล่าวไม่สามารถจัดสรรได้ตามที่ประกาศไว้ ทำให้เกิดผลกระทบต่อโครงการต่างๆ ทันที โดยเฉพาะโครงการส่งเสริมมหาวิทยาลัย 9 แห่ง มุ่งสู่การเป็น มหาวิทยาลัยวิจัย เพราะมีความหวังว่าจะได้รับงบประมาณดังกล่าวเพิ่มขึ้น จากโครงการไทยเข้มแข็งผ่านพรบ.เงินกู้ ประมาณ 12,000 ล้านบาท แต่เมื่อถึงเวลาจัดสรรงบประมาณปี 2554 งบประมาณที่จะได้รับการจัดสรรกลับได้มาจากงบประมาณปกติ ซึ่งเท่ากับการเบียดงบประมาณส่วนที่เคยได้รับอยู่แล้ว และเหลือเพียง 2,000 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายสู่การพัฒนาเป็น มหาวิทยาลัยวิจัยแม้จะมีการแจ้งว่าให้รองบกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 3 หรือ SP III แต่ความเป็นไปได้ที่จะเกิดงบที่ว่านี้ดูจะมีความหวังเลือนลาง

          สำหรับคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการมหาวิทยาลัยวิจัย 9 แห่ง ก็ได้รับผลกระทบดังกล่าวเช่นกัน เพราะหลังจากทราบเรื่องการจะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลเพิ่มขึ้น จุฬาฯได้ดึงงบประมาณการสนับสนุนงานวิจัยที่มีอยู่เดิมจำนวน 40 ล้านบาทคืน แต่เมื่อประมาณจากรัฐบาลไม่ได้ตามกำหนด ทำให้งานวิจัยต้องหยุดชะงัก และ จุฬาฯ ต้องส่งเม็ดเงินดังกล่าวคืนสู่วงการวิจัยของจุฬาฯ อีกครั้ง แต่นักวิจัยจะได้รับการสนับสนุนในสัดส่วนน้อยลงเพราะมีผู้เสนอตามโครงการมหาวิทยาลัยวิจัยเป็นจำนวนมาก เมื่อเทียบกับเม็ดเงินที่จุฬาฯให้ได้

          ทั้งหมดนี้คือสภาพปัญหาที่สะท้อนให้ภาครัฐเร่งแก้ไข ช่วยเหลือ เพราะถึงแม้รัฐบาลจะตั้งเป้าผลิตนักวิจัยให้มีเพียงพอต่อการพัฒนาประเทศโดยการจัดตั้งโครงการมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติขึ้นมาก็ตาม  แต่หากขาดปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนนั่นคือ เม็ดเงินที่เป็นตัวจักรสำคัญแล้ว ก็ย่อมเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้เช่นกัน

          ตอนหน้าติดตามสถานการณ์นักวิจัยในประเทศไทย ที่ยังขาดแคลนอย่างมากเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านและองค์ประกอบของการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย มีปัจจัยสำคัญอะไรบ้าง

          ชุติมา สุขวาสนะ เรียบเรียง

          ศิริวรรณ ดำปรีดา บรรณาธิการ

          ที่มา: สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์



โพสเมื่อ : 30 ส.ค. 53   อ่าน 19663 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ปิ๊งไอเดีย‘หมอธี’หนุนครูขายออนไลน์หลังเลิกงาน ชูธุรกิจสตาร์ทอัพ-เพิ่มรายได้ใช้หนี้
11 มี.ค. 62 | อ่าน 933 ครั้ง
เสนอแนวทางปั้นแม่พิมพ์คุณภาพ
25 ก.ย. 57 | อ่าน 763 ครั้ง
มก.คัดเด็กดีเรียนป.ตรีได้ผล ’มศก.-มข.-มอ.’ ยึดต้นแบบ
13 มี.ค. 55 | อ่าน 10310 ครั้ง
บุกเบิกปั้น 5 เมืองนักอ่านเพิ่มสถิติคนไทย คัดหนังสือดีสู่ห้องสมุด
25 มิ.ย. 61 | อ่าน 552 ครั้ง
120 นศ.ตปท. เข้าค่ายเยาวชนนานาชาติ มุ่งสู่ยุทธศาสตร์อาเซียนศูนย์ภาษาและอาเซียน
30 ม.ค. 56 | อ่าน 947 ครั้ง
ม.เกษตรฯ หนุนสอบ TCAS ปลื้มเด็กสมัครแอดมิชชั่นเข้าเรียนกว่า 8 หมื่นคน
06 มิ.ย. 60 | อ่าน 874 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.