Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ดีเอสไอสรุป3ข้อหาม.อีสาน สช.สั่งสอบครูจบ’ป.บัณฑิต’




      

ดีเอสไอสรุป3ข้อหาม.อีสาน สช.สั่งสอบครูจบ'ป.บัณฑิต'

          'ดีเอสไอ'ได้ข้อสรุป 3 ข้อหา มหา'ลัยอีสานขายใบ ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ทั้งฉ้อโกงประชาชน-ใช้เอกสารปลอมขอตั๋วครูยักยอกทรัพย์ เชื่อสำนวนเพียงพอเสนอ'กคพ.'รับเป็นคดีพิเศษ
          นายนพดล รัตนเสถียร ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ถึงความคืบหน้า การจัดทำสำนวนการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีมีการซื้อขายใบประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) วิชาชีพครู ของมหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) เพื่อนำเสนอพิจารณารับเป็นคดีพิเศษว่า ขณะนี้ทางดีเอสไอสามารถสรุปข้อกล่าวหากรณีดังกล่าวเพื่อนำไปประกอบการพิจารณาของคณะอนุกรรมการคดีพิเศษ (อนุ กคพ.) และคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) เพื่อรับเป็นคดีพิเศษแล้ว โดยมีทั้งหมด 3 ข้อกล่าวหาได้แก่ 1.การฉ้อโกงประชาชน ในประเด็นการเปิดศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งของ มอส. โดยไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และไม่เคยแจ้งให้นักศึกษารับทราบเรื่องนี้ 2.การใช้เอกสารปลอมเกี่ยวกับใบ ป.บัณฑิตวิชาชีพครูของ มอส.ในกรณีการใช้เอกสารที่ไม่ผ่านการพิจารณาจากสภา มอส. มายื่นขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งผู้เสียหายคือ คุรุสภา และ3.การยักยอกทรัพย์ ในกรณีรายได้และเงินของมหาวิทยาลัย ไม่มีการโอนเข้ากองทุนของมหาวิทยาลัย ซึ่งผู้เสียหายคือ มอส.ซึ่งทั้ง 3 ข้อกล่าวหานี้น่าจะเพียงพอต่อการเสนอเป็นคดีพิเศษแล้ว
          นายนพดลกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีความผิดปกติของเส้นทางการเงินของ มอส. โดยเฉพาะประเด็นมีการโอนเงินเข้าบัญชีส่วนบุคคลในครอบครัวของอดีตผู้บริหารในมอส.นั้น ในราววันที่ 13 มิถุนายนนี้ ตนและเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ จะลงพื้นที่ มอส. เพื่อเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ จะลงพื้นที่ มอส. เพื่อเข้าไปตรวจสอบเส้นทางการเงินของอดีตผู้บริหาร มอส.และครอบครัว ว่ามีการโอนเงินของ มอส.ไปให้กับบุคคลใดบ้าง รวมทั้งสำรวจจำนวนนักศึกษาและค่าลงทะเบียนรายจ่ายและรายรับว่าสอดคล้องกันหรือไม่และต้องหาบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงว่าทำไมไม่โอนเงินเข้าบัญชีมหาวิทยาลัย
          ด้านนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงกรณีมีบัณฑิต มอส.ไปฟ้องศาลปกครองขอนแก่น เพื่อขอความเป็นธรรมที่ได้รับผลกระทบจากการที่ สกอ.ตั้งคณะกรรมการควบคุมการดำเนินการของ มอส.ว่า เรื่องนี้เป็นกระบวนการทางกฎหมายวิธีปกครองที่นักศึกษาสามารถดำเนินการได้ ซึ่งจะต้องไปดูว่านักศึกษาฟ้องให้คุ้มครองประเด็นใดซึ่งศาลปกครอง จะวินิจฉัยออกมา ส่วนเรื่องการดำเนินคดีกับอดีตอธิการบดี มอส.และผู้เกี่ยวข้องกับการซื้อขายใบ ป.บัณฑิตวิชาชีพครูนั้น ตนได้กำชับให้ สกอ.ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ตนได้รับรายงานการสอบสวนจากดีเอสไอแล้ว ถือว่ากรณีของมอส. มีข้อหาฐานฉ้อโกง ซึ่งมีมูลระดับหนึ่งแล้ว ตนยืนยันว่าจะต้องดำเนินการเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จภายในรัฐบาลนี้ เมื่อรัฐบาลต่อไปเข้ามา จะได้ทำหน้าที่ในการพัฒนาการศึกษาต่อไป
          นายชาญวิทย์ ทับสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) กล่าวว่า ขณะนี้ สช.ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศว่าจากกรณีที่คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.)คุรุสภา ได้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ของบัณฑิตหลักสูตร ป.บัณฑิตวิชาชีพครูของ มอส. จำนวน 794 คนไปแล้วนั้นในส่วนของโรงเรียนเอกชนในระบบ ขอให้ครูของ มอส. จำนวน 794 คนไปแล้วนั้นในส่วนของโรงเรียนเอกชนในระบบ ขอให้ตรวจสอบข้อมูลครูของโรงเรียนที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตร ป.บัณฑิตวิชาชีพครูจาก มอส.โดยให้ตรวจสอบสถานะใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของบุคคลนั้นๆ ผ่านทางเว็บไซต์ของคุรุสภา www.ksp.or.th และหากพบว่าครูรายใดมีสถานะถูกเพิกถอนใบอนุญาตฯก็ขอให้ทางโรงเรียนเอกชนนั้นๆ ดำเนินการถอดถอนออกจากการเป็นครูของโรงเรียนและให้แจ้ง สช.ทราบ
          การดำเนินการของ สช.เป็นไปตามมติของ กมว. เมื่อมีการเพิกถอนใบอนุญาตของบัณฑิต มอส.กลุ่มดังกล่าว สช.ก็ต้องทำให้ถูกต้องตาม ระเบียบของคุรุสภา ที่ครูจะต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู นายชาญวิทย์กล่าว
          ทางด้านนายสุพล วุฒิเสน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา(มบส.) กล่าวถึงกรณีที่ สกอ. แจ้งให้ทุกมหาวิทยาลัยในสังกัดส่งข้อมูลศูนย์การศึกษานอกที่ตั้ง เพื่อตรวจสอบคุณภาพว่า มบส.ได้แจ้งสกอ.ไปแล้วว่าไม่มีการจัดการศึกษาแบบศูนย์การศึกษานอกที่ตั้ง แต่ มบส.มีการจัดตั้งเป็นสถานีบริการสารสนเทศทางวิชาการ เพื่อเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับคนในท้องถิ่นซึ่งสถานีบริการดังกล่าวตั้งและยุบได้ตามความจำเป็น ขึ้นอยู่กับจำนวนนักศึกษา และความต้องการทางการศึกษาของท้องถิ่นนั้นๆทั้งนี้ ต้องเข้าใจด้วยว่าโดยปรัชญาของมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) มุ่งเน้นการกระจายโอกาสการศึกษาให้กับชุมชน ท้องถิ่น ดังนั้นสถานีบริการสารสนเทศทางวิชาการของมบส.จึงสอดคล้องกับปรัชญาที่เน้นท้องถิ่นเป็นการเรียนในสถานการณ์จริง และเป็นการนำความรู้ และการวิจัยในท้องถิ่นนั้นๆ มาเชื่อมโยงการเรียนรู้ทางวิชาการ จึงยืนยันในมาตรฐานการเรียนการสอนว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์
          นายสุพลกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ต้องเข้าใจว่านโยบายในอดีตมีการส่งเสริมให้บุคลากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ได้ยกระดับเพิ่มคุณวุฒิการศึกษา จึงเกิดความร่วมมือระหว่าง อปท. และ มรภ.ในการเข้าไปจัดการเรียนการสอนใน อปท.ต่างๆแต่ขณะนี้ก็เริ่มทยอยยกเลิกไปแล้ว ดังนั้นการเข้าไปดำเนินการในพื้นที่ของ มรภ.จึงเป็นไปตามความต้องการของคนในพื้นที่นั้นๆเป็นไปตามความต้องการของคนในพื้นที่นั้นๆไม่ใช่มุ่งที่จะขยายจำนวนให้มากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา มบส.ได้ทยอยยุติการรับนิสิตตามสถานีบริการสารสนเทศทางวิชาการต่างๆ แล้วตั้งแต่ปีการศึกษา 2553 เวลานี้ยังเหลือไม่เกิน20 แห่งที่ยังจัดการเรียนการสอน แบ่งเป็นพื้นที่โดยรอบ กทม. ประมาณ 10 แห่ง และพื้นที่แต่ละภาคประมาณ 2 แห่ง โดยแต่ละแห่งมีนิสิตไม่เกิน 20 คน ส่วนใหญ่เป็นการจัดการเรียนการสอนในระดับปริญญาโทสาขารัฐประศาสนศาสตร์ และการจัดการและในปีการศึกษา 2554 ก็ได้ให้ชะลอการรับนิสิตไปแล้ว ตามข้อเสนอของที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ(ทปอ.มรภ.) ที่ได้ขอความร่วมมือให้ทุก มรภ.ยุติการรับนิสิตนักศึกษา และให้เน้นพัฒนาในส่วนที่ดำเนินการอยู่ให้มีคุณภาพมาตรฐานตามหลักเกณฑ์

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 03 มิ.ย. 54   อ่าน 77026 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ผู้ตรวจเจอปัญหาร.ร.ดีในตำบล
19 เม.ย. 54 | อ่าน 49930 ครั้ง
บอร์ด กพฐ.ยกเครื่องสอนหลักสูตร EP สั่ง สพฐ.ทบทวน-เข้มงวดการสอน
10 มี.ค. 62 | อ่าน 399 ครั้ง
สุชาติ ฝาก 700 นร.ทุนรุ่น3 ยึดความดี สร้างภาพลักษณ์ให้ไทย - รู้จักวางแผนการเรียน
31 ส.ค. 55 | อ่าน 868 ครั้ง
การจัดสรรงบประมาณปี พ.ศ. 2559 สำหรับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพิ่มเติม
18 ส.ค. 59 | อ่าน 301 ครั้ง
ยูเนสโกหนุนไทยพัฒนาครูไอซีที เล็งปรับหลักสูตร-ขยายศูนย์เรียนรู้สู่เพื่อนบ้าน
17 ก.ย. 55 | อ่าน 796 ครั้ง
สมาพันธ์ครูค้านปรับโครงสร้าง ทั่วประเทศวอนรัฐบาลฟังเสียง
11 พ.ค. 59 | อ่าน 376 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.