Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ศธ.สั่งสอบเอี่ยวป.บัณฑิตบอร์ดครุสภา ขีดเส้น15วันต้องรู้ผลเอาผิด11นศ.ม.อีสาน




      

ศธ.สั่งสอบเอี่ยวป.บัณฑิตบอร์ดครุสภา ขีดเส้น15วันต้องรู้ผลเอาผิด11นศ.ม.อีสาน

          'ชินวรณ์'ตั้งหัวหน้าผู้ตรวจฯศธ.เป็นประธานสอบข้อเท็จจริง'บิ๊ก-กก.คุรุสภา'เอี่ยว ป.บัณฑิต ม.อีสาน ขีดเส้นตาย 15 วันต้องรู้ตัวคนทำ  บี้คุรุสภาเอาผิด 11 น.ศ.
          จากกรณีสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับนายอัษฎางค์ แสวงการ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) อดีตคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย และผู้เกี่ยวข้องกับการซื้อขายประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต)วิชาชีพครู มอส. รวม 12 คน ที่ สภ.เมืองขอนแก่น ในวันที่ 28 พฤษภาคมนั้น
          เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติรัฐมนตรีว่าการ ศธ. เปิดเผยภายหลังนายอภิชาติ จีระวุฒิ ปลัด ศธ., นายองค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภา และนายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) เข้าพบเพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาการซื้อขายใบ ป.บัณฑิตวิชาชีพครูของ มอส.ว่าขณะนี้คณะกรรมการควบคุมการดำเนินการของ มอส.ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า มอส.ดำเนินการผิดหลายกรณี แต่มีประเด็นสำคัญที่ตนเห็นเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนซึ่งถือว่าเป็นการทำลายความมั่นคงด้านคุณภาพการศึกษา จึงได้สั่งการให้นายสุเมธไปแจ้งความกล่าวโทษเอาผิดอดีตอธิการบดีมอส., อดีตคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย และเจ้ามอส., อดีตคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ในวันที่ 28 พฤษภาคม ที่สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อนำไปสู่การถอนรากถอนโคน
          นายชินวรณ์กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการใช้ใบ ป.บัณฑิตวิชาชีพครูของ มอส.นั้น ทางคุรุสภาได้รายงานว่าการดำเนินการของ มอส.ได้ออกใบ ป.บัณฑิตวิชาชีพครูโดยมิชอบ ไม่เป็นไปตามมาตรฐานและสภา มอส.ได้สั่งเพิกถอนผู้ที่ได้รับใบป.บัณฑิตวิชาชีพครู จำนวน 1,387 ราย ซึ่งคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) เห็นว่าข้อมูลสอดคล้องกัน จึงเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพบัณฑิต มอส. 794 ราย โดยมีบัณฑิตที่ไม่ได้เข้าศึกษาตามหลักสูตร 11 ราย ซึ่งเป็นกรณีที่ใช้เอกสารเท็จ จึงได้มอบให้เลขาธิการคุรุสภาเอาผิดกับนักศึกษา 11 รายที่ใช้เอกสารเท็จด้วย โดยให้อนุกรรมการฝ่ายกฎหมายของคุรุสภาดำเนินการหาข้อยุติโดยเร็ว
          กรณีบัณฑิต มอส.ที่สมัครสอบบรรจุเป็นข้าราชการครูผู้ช่วยในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และคิดว่าตัวเองได้ใบ ป.บัณฑิตมาถูกต้อง เข้าเรียนและฝึกปฏิบัติการสอนจริง เห็นควรให้บัณฑิตกลุ่มนี้รวมตัวตามประกาศของศธ.เรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานของนักศึกษาที่จะฟ้องร้องต่อผู้กระทำการทุจริต เพื่อให้เป็นแบบอย่าง และรักษาสิทธิของตนเองต่อไป ผมยังได้มอบให้คุรุสภาเยียวยากลุ่มบุคคลที่พิสูจน์ได้ว่าตัวเองได้ใบ ป.บัณฑิตมาโดยชอบ นายชินวรณ์กล่าว
          นายสุเมธกล่าวว่า ได้มอบให้เจ้าหน้าที่สกอ.ไปแจ้งความดำเนินคดีกับอดีตอธิการบดีอดีตคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในประเด็นการฉ้อโกงประชาชนเพราะชัดเจนว่ามีการประกาศเชิญชวนให้ประชาชนมาเรียนหลักสูตร ป.บัณฑิตวิชาชีพครู แต่การจัดการเรียนการสอนจริงไม่เป็นไปตามมาตรฐาน กระบวนการ และขั้นตอนตามที่ ศธ.กำหนด จนเป็นเหตุให้สภา มอส.ยกเลิกการรับรองใบ ป.บัณฑิต และมีผลต่อเนื่องทำให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาต้องเพิกถอนใบอนุญาตฯ ที่สำคัญกระบวนการดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบการศึกษา ทำให้ระบบการศึกษาระดับอุดมศึกษาไม่น่าเชื่อถือ และผู้ใช้บัณฑิตเกิดข้อสงสัยว่าบัณฑิตมีความรู้ความสามารถแท้จริงเพียงใดโดยเกี่ยวโยงไปถึงความเชื่อมั่นในต่างประเทศด้วย ดังนั้น สกอ.จะดำเนินการกับมอส.จนถึงที่สุด
          ส่วนความคืบหน้ากรณี สกอ.ให้เจ้าหน้าที่เปรียบเทียบปรับทางแพ่งกับอดีตอธิการบดี มอส. เป็นเงิน 2 แสนบาทนั้น ได้ดำเนินการไปนานแล้ว แต่อดีตอธิการบดียังไม่ได้มาเสียค่าปรับ หากท้ายที่สุดแล้วไม่มาจ่ายค่าปรับ จะต้องแจ้งความดำเนินคดีทางแพ่งต่อไป อย่างไรก็ตาม การดำเนินการของคณะกรรมการควบคุม มอส.อยู่ระหว่างเข้าไปตรวจสอบการทำงานของ มอส.สุดท้ายถ้า มอส.ไม่สามารถดำเนินการต่อได้หรือมีสิ่งที่เชื่อว่า มอส.ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ อาจเป็นเหตุให้คณะกรรมการควบคุมฯเสนอขอถอนใบอนุญาตจัดตั้ง มอส.แต่หากเห็นว่าผิดพลาดเล็กน้อย จะใช้วิธีแก้ไขปรับปรุง ทำให้คืนสภาพให้ดีที่สุด และเมื่อมีความเชื่อมั่นก็จะเสนอรัฐมนตรีว่าการศธ.เพื่อขอถอดถอนการควบคุม นายสุเมธกล่าว
          นายองค์กรกล่าวว่า ตนจะเสนอเรื่องการฟ้องร้องในส่วนของคุรุสภาไปยังคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายของคุรุสภาให้พิจารณาการฟ้องร้องผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว ซึ่งต้องทำอย่างละเอียดรอบคอบที่สุด จะได้ไม่เสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องกลับ ทั้งนี้ คิดว่าจะไม่ช้า เพราะ สกอ.จะไปแจ้งความดำเนินคดีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ในส่วนบัณฑิต มอส. 11 ราย ที่สารภาพว่าซื้อใบ ป.บัณฑิตมานั้น อาจจะไม่ฟ้องร้อง เพราะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อาจกันไว้เป็นพยาน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีบัณฑิตประมาณ 200 คน จาก 794 คน ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต ยังไม่ติดต่อมา เชื่อว่าอาจมีบัณฑิตในกลุ่มนี้ติดต่อมาอีก
          การแจ้งความดำเนินคดีในส่วนของคุรุสภานั้น จะมีฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาในมาตรา 137 ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่น หรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา267 ผู้ใดแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชน หรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งบุคลากร มอส.ที่จะถูกฟ้องร้องนั้นจะเป็นคนที่เซ็นอนุมัติใบ ป.บัณฑิต ใบแสดงผลการเรียน ซึ่งก็คืออธิการบดี เจ้าหน้าที่ ผู้ช่วยนายทะเบียน และหนังสือนำส่งที่แจ้งมาจาก มอส.ที่ส่งมาที่คุรุสภา เลขาธิการคุรุสภากล่าว
          นายอภิชาติกล่าวว่า กรณีมีข่าวว่าอาจมีผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และกรรมการคุรุสภาบางคน เกี่ยวข้องกับกระบวนการ ป.บัณฑิตของ มอส. และมีสถานศึกษาบางแห่งรายงานข้อมูลว่ามีนักศึกษาไปฝึกปฏิบัติการสอน แต่ไม่ได้ไปจริงหรือไปแต่ไม่เต็มเวลานั้น นายชินวรณ์ได้มอบให้ตนตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงใน 2 กรณีนี้ โดยมีนายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูรหัวหน้าผู้ตรวจราชการ ศธ. เป็นประธาน โดยให้รายงานผลภายใน 15 วัน
          วันเดียวกัน ที่ สกอ. นพ.กำจร ตติยกวีรองเลขาธิการ กกอ. เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการควบคุม มอส. ที่มีนายสมนึกพิมลเสถียร เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้อนุมัติให้บุคลากรของ มอส.ปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ยกเว้น 12 คน ที่ สกอ.จะแจ้งความกรณียกเว้น 12 คน ที่ สกอ.จะแจ้งความกรณีป.บัณฑิต นอกจากนี้ นายสุมนต์ สกลไชยอธิการบดี มอส. ชี้แจงการส่งมอบทรัพย์สินโดยอดีตอธิการบดี มอส. และผู้รับใบอนุญาตจัดตั้ง ยังมีปัญหา ทำให้รับมอบทรัพย์สินไม่ได้ เช่น บัญชีธนาคารที่มี 24 ล้านบาทเศษและให้ผู้รับใบอนุญาตเท่านั้นมีสิทธิเบิกจ่ายได้ ซึ่งถือว่าผิด พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน เนื่องจากผู้รับใบอนุญาตต้องมอบทรัพย์สินทุกอย่างให้มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นนิติบุคคล ดังนั้น ผู้มีอำนาจเบิกจ่ายจึงควรเป็นอธิการบดี หรือผู้รับมอบอำนาจจากสภามอส.เท่านั้น
          ยังพบด้วยว่าทรัพย์สินอีกหลายรายการเป็นชื่อของผู้รับใบอนุญาต ขณะเดียวกัน ยังพบหนี้สินจากการกู้ยืมเพื่อไปก่อสร้างอาคาร24 ล้านบาท จึงต้องไปตรวจสอบว่าเป็นหนี้สินของมหาวิทยาลัย หรือของผู้รับใบอนุญาตอธิการบดี มอส.จึงมอบหมายให้คณะกรรมการด้านการเงินและบัญชีไปดูเรื่องระบบการรับมอบเงินให้เรียบร้อยภายใน 30 วัน นพ.กำจรกล่าว
          นพ.กำจรกล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังหารือถึงปัญหาการจัดการศึกษานอกที่ตั้งของ มอส. ที่พบว่านักศึกษาหลักสูตร ป.บัณฑิตได้รับความเสียหายกว่า 2,000 คน ส่วนใหญ่ได้รับการศึกษาที่ไม่มีคุณภาพ โดยผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นลูกข่ายไปเปิดสอนในศูนย์นอกที่ตั้ง แล้วส่งรายชื่อนักศึกษามาให้มหาวิทยาลัยภายหลัง โดยหักค่าใช้จ่ายไว้ที่ต้นทาง แล้วส่งรายได้ที่เหลือให้ มอส. ซึ่งไม่ถูกต้อง ขณะนี้ยังพบปัญหาระดับปริญญาโทที่จัดการเรียนการสอนไม่ได้มาตรฐาน แต่ยังไม่พบข้อมูลว่ามีการซื้อขายปริญญาหรือไม่ ต้องเข้าไปตรวจสอบต่อไป
          วันเดียวกัน ที่อาคารรัฐสภา 2 นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การศึกษา วุฒิสภา เปิดเผยภายหลังเชิญตัวแทนจาก 3 หน่วยงาน ได้แก่ สกอ.,คุรุสภา และตัวแทนจาก มอส. เข้าชี้แจงปัญหาการซื้อขายใบ ป.บัณฑิต ว่า จากการชี้แจงพบข้อมูลทั้งส่วนที่ทุจริต และไม่ทุจริตแต่ด้อยคุณภาพ โดยในส่วนที่ทุจริต ได้ขอให้หน่วยงานเกี่ยวข้องไปเร่งรัดเอาผิดตามกฎหมาย รวมทั้งขอให้หามาตรการเยียวยาบัณฑิตที่เรียนจริง ฝึกปฏิบัติการสอนจริง แต่ต้องตกเป็นเหยื่อ เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยขอให้รายงานผลการดำเนินงานเป็นระยะๆ และวางกรอบภายใน 6 เดือน จะต้องชัดเจนถึงการแก้ปัญหาทั้งหมด
          ด้านนายอัษฎางค์ แสวงการ อดีตอธิการบดี มอส. กล่าวว่า ที่ สกอ.แจ้งความตน และผู้เกี่ยวข้อง 12 คนนั้น ยังไม่รู้ว่าจะแจ้งความข้อหาทำอะไรผิด ถ้าข้อหาฉ้อโกงตนคิดว่ารุนแรงเกินไปหรือไม่ เพราะมองไม่เห็นว่าไปฉ้อโกงใครตรงไหน อย่างไรก็ตามหากแจ้งความจริง จะดูว่ามีประเด็นใดบ้างและพร้อมหาพยานหลักฐานไปชี้แจง หากท้ายที่สุดผลการสอบสวนบอกว่าตนไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ก็อาจฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหรือฟ้องกลับบ้าง เพราะทำให้ตน มอส.และสภา มอส.เสียชื่อเสียงอย่างมาก ส่วนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะเชิญตนไปสอบปากคำนั้น ตนพร้อม แต่ต้องบอกก่อนว่าถ้าข้อมูลใดที่ตนรู้ก็จะไปชี้แจง แต่ถ้าไม่รู้ ก็ไม่รู้จะตอบยังไง เพราะอธิการบดีไม่ได้รู้ไปทุกเรื่อง
          นายนพดล รัตนเสถียร ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษดีเอสไอ กล่าวว่า การสอบปากคำ และเก็บข้อมูลการซื้อขาย ป.บัณฑิตมอส.คืบหน้าไปมาก แบ่งกลุ่มบัณฑิตออกเป็น3 กลุ่ม ได้แก่ 1.บัณฑิตที่เรียนที่ มอส.2.บัณฑิตที่เรียนจบจากศูนย์นอกที่ตั้ง และ3.บัณฑิตที่ซื้อใบ ป.บัณฑิต คิดว่าข้อมูลเรื่องนี้น่าจะเพียงพอแล้ว ในต้นเดือนมิถุนายนจะสรุปสำนวนจากพนักงานสอบสวนทั้งหมดเสนอให้อธิบดีดีเอสไอ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พิจารณาว่าข้อมูลเพียงพอต่อการเสนอคณะกรรมการคดีพิเศษ(กคพ.) เพื่อรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 27 พ.ค. 54   อ่าน 63693 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
15 มหา’ลัยร่วมเครือข่ายห้องสมุดสีเขียว ม.เกษตรเจ้าภาพ ครั้งแรกของประเทศไทย
02 ก.ค. 57 | อ่าน 256 ครั้ง
มศว เน้นทางกัลยาณมิตรรุ่นพี่รับน้องใหม่
12 มิ.ย. 55 | อ่าน 1326 ครั้ง
สกศ.เร่งถกหาแนวร่วมฯ
18 พ.ค. 54 | อ่าน 77618 ครั้ง
สนศ.รับพนักงาน 3 อัตรา
10 ก.พ. 57 | อ่าน 345 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ(มจพ.)เตรียมความพร้อมก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในป
28 มิ.ย. 55 | อ่าน 1771 ครั้ง
ตอบข้อสงสัย บรรจุตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 57 จะได้ปรับ 4% หรือไม่
02 มิ.ย. 58 | อ่าน 302 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.