Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


วิกฤตการศึกษาวิกฤตประเทศไทย




      

วิกฤตการศึกษาวิกฤตประเทศไทย

รุ่ง แก้วแดง
          ประธานมูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดงเพื่อสันติสุข 3 จังหวัดชายแดนใต้
          ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ หรือO-net ปี 2553 ที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ประกาศออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ได้สร้างความผิดหวังและช็อคความรู้สึกคนไทยทั้งประเทศอีกครั้ง
          ขณะเดียวกันหลายฝ่ายในสังคมก็ได้ออกมาแสดงความห่วงใยและวิตกกังวลว่า อนาคตของประเทศไทยจะเป็นอย่างไรถ้าคุณภาพการศึกษาของเยาวชนไทยตกต่ำลงเรื่อยๆทุกปีเช่นนี้ตกต่ำในเกือบทุกวิชาและทุกช่วงชั้น ตั้งแต่ ป.6 ม.3 จนถึง ม.6 โดยเฉพาะวิชาหลัก เช่น คณิตศาสตร์ม.6 นักเรียนทำคะแนนได้เพียงร้อยละ 15 จากคะแนนเต็ม 100 และวิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการสื่อสารในโลกยุคโลกาภิวัตน์และเป็นภาษาที่ใช้ในการทำงานของประชาคมอาเซียน ก็มีคะแนนต่ำเพียงร้อยละ 19
          แม้กระทั่งวิชาภาษาไทยซึ่งเป็นภาษาประจำชาติก็ทำคะแนนได้ไม่ถึงร้อยละ 50 เป็นวิกฤตของประเทศไทยที่หนักหนาสาหัสยิ่งกว่าถูกน้ำท่วมหรือสึนามิถล่ม
          อันที่จริง การประเมินผลไม่ใช่เรื่องที่น่ารังเกียจไม่ว่าผลจะออกมาดีหรือไม่ดี ความสำคัญอยู่ที่ผู้บริหารรู้จักนำผลการประเมินไปใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงการศึกษาให้ดีขึ้นหรือไม่ เพราะแม้แต่ประเทศสหรัฐอเมริกาที่คิดว่ายิ่งใหญ่แล้วก็เคยเกิดสภาวะ Sputnik shock เมื่อรู้ว่าวิทยาศาสตร์ด้านอวกาศของสหรัฐอเมริกาสู้ของรัสเซียไม่ได้ จึงต้องปรับระบบการศึกษาของประเทศเป็นการใหญ่
          ประเทศญี่ปุ่นก็เกิดภาวะ PISA shock เมื่อรู้ว่าผลการประเมินการศึกษาระดับนานาชาติของญี่ปุ่นสู้หลายประเทศที่พัฒนาแล้วไม่ได้ จึงเป็นที่มาของนโยบายการปฏิรูปหลักสูตรและการเรียนการสอนของญี่ปุ่นทั้งระบบ หลายประเทศเขาเห็นประโยชน์ของการประเมินผลและนำไปใช้ในการปรับปรุงแก้ไขให้คุณภาพการศึกษาดีขึ้น
          ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน อดีตผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ได้ออกสมุดปกขาวไว้เล่มหนึ่งก่อนจะพ้นจากตำแหน่ง ชื่อ วิกฤตการศึกษาทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ได้ออกสมุดปกขาวไว้เล่มหนึ่งก่อนจะพ้นจากตำแหน่ง ชื่อ วิกฤตการศึกษาไทยเพื่อเตือนผู้บริหารการศึกษาของชาติว่าต้องให้ความสำคัญกับผลการทดสอบ O-NET และนำไปใช้ในการวางแผนปรับปรุงการเรียนการสอนและหลักสูตรเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้น
          แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการสนองตอบหรือขานรับจากกระทรวงอย่างจริงจัง นอกจากกล่าวโทษว่าเป็นผลผลิตของการศึกษาระบบเก่า
          ความจริงการปฏิรูปการศึกษามีการดำเนินงานมาก่อนหน้านี้นานแล้ว โดยเฉพาะการปฏิรูปการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติและคิดวิเคราะห์แต่ปัญหาและอุปสรรคของการปฏิรูปการศึกษาไทยประการหนึ่งคือขาดความทุ่มเทเอาจริงเอาจังฉะนั้นถ้ายังไม่ลงมือทำอย่างจริงจังตั้งแต่บัดนี้ แล้วให้รอจนครบกำหนดปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ผมคิดว่าคุณภาพการศึกษาของเด็กไทยก็คงไม่ดีขึ้น
          McKinsey & Company ซึ่งเป็นสถาบันที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีผลงานวิจัยด้านการศึกษานานาชาติที่เชื่อถือได้ ได้ออกรายงานฉบับล่าสุดเมื่อปลายปี 2553 ชื่อ How the World's Most Improved School Systems Keep Getting Better สรุปผลการศึกษาวิเคราะห์ระบบการศึกษาที่ประสบความสำเร็จทั่วโลกพบว่า ระบบการศึกษาของประเทศในทวีปเอเชียที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเช่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ฮ่องกง มีการปฏิรูปการศึกษาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง โดยมีการจัดลำดับความสำคัญหรือจุดเน้นของการปฏิรูปและเลือกทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่การปฏิรูปหลักสูตรและการเรียนการสอน การพัฒนาครู การกระจายอำนาจ การสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้
          ผลที่ปรากฏคือ ประเทศเหล่านี้ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าสามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนสูงกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วอื่นๆ และการศึกษาที่มีคุณภาพสูงนี้ก็ทำให้ผลผลิตด้านกำลังคนมีคุณภาพ นำไปสู่ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจอื่นๆ และการศึกษาที่มีคุณภาพสูงนี้ก็ทำให้ผลผลิตด้านกำลังคนมีคุณภาพ นำไปสู่ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจรวมทั้งความมั่นคงทางการเมืองและสังคม
          ปัจจัยหลักที่นำไปสู่ความสำเร็จของประเทศเหล่านั้นคือ มีผู้นำทางการเมืองหรือนักปฏิรูปการศึกษาที่ดำเนินงานปฏิรูปตามนโยบายอย่างต่อเนื่องเป็นเวลายาวนานพอที่จะทำให้เกิดความยั่งยืนได้ รวมทั้งมีการประเมินผลและนำผลการประเมินมาใช้เป็นประโยชน์ในการพัฒนาการศึกษาตลอดเวลา
          สำหรับการศึกษาไทยนั้น มีจุดเด่นประการหนึ่งที่ทั่วโลกยอมรับคือ รัฐบาลทุกสมัยได้ทุ่มเทงบประมาณเพื่อการศึกษาในสัดส่วนที่สูงมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่ก็มีจุดอ่อนหลายประการ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารบ่อยครั้ง ทำให้ไม่สามารถขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาให้ลงไปถึงสถานศึกษาอย่างยั่งยืนได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแต่ละคนที่เข้ามาก็มีนโยบายและแผนของตนเอง และอยู่ในตำแหน่งไม่นาน
          การปฏิรูปการศึกษาจะสำเร็จได้ขึ้นอยู่กับสถานศึกษา ไม่ใช่อยู่ที่กระทรวง ผู้บริหารที่มีบทบาทอย่างแท้จริงในการยกระดับคุณภาพการศึกษาคือผู้บริหารสถานศึกษา ไม่ใช่ผู้บริหารกระทรวง ทั้งทฤษฎีการบริหารการศึกษาและงานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า ถ้าผู้บริหารสถานศึกษาเอาใจใส่และให้ความสำคัญกับงานวิชาการผู้เรียนจะมีคุณภาพและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง เพียงแต่ผู้บริหารระดับสูงขึ้นไปต้องสนับสนุนและให้กำลังใจคนที่ทำงานจริง
          ประเทศไทยมีครูและผู้บริหารที่เก่งและดีเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีการยกย่อง ไม่มีการให้รางวัลให้เป็นต้นแบบหรือแบบอย่างให้กับครูและผู้บริหารคนอื่นๆ ดังนั้น จึงไม่มีใครยอมเหนื่อยที่จะปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจัง  เพราะทำหรือไม่ทำก็มีค่าเท่ากัน
          โจทย์การศึกษาวันนี้ คือ ทำอย่างไรผลการทดสอบในปีหน้าจะดีขึ้น
          ผมมีความเห็นว่าต้องเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ
          ระดับนโยบายนั้นส่วนกลางโดยกระทรวงศึกษาธิการซึ่งรับผิดชอบนักเรียนส่วนใหญ่ของประเทศต้องร่วมมือกับสำนักทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) และสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) นำผลการทดสอบและการประเมินผลไปวางแผนปรับปรุงคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้น ทำให้การทดสอบและการประเมินผลมีความสำคัญและมีความหมายในเชิงนโยบายของชาติ การทดสอบต้องมีผลต่อการเลือกสายวิชาหรือการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น รวมทั้งมีผลต่อการพิจารณาระดับตำแหน่งหรือความดีความชอบของครูและผู้บริหาร ทั้งมีผลต่อการพิจารณาระดับตำแหน่งหรือความดีความชอบของครูและผู้บริหาร
          ส่วนระดับปฏิบัติในสถานศึกษานั้น แต่ละโรงเรียนต้องนำคะแนน O-NET ไปรายงานให้กรรมการสถานศึกษาและเครือข่ายผู้ปกครองทราบเพื่อร่วมกันวางแผนปรับปรุงการเรียนการสอนในวิชาที่คะแนนต่ำ เขตพื้นที่การศึกษาต้องนำผลคะแนนของเขตไปวิเคราะห์ปัจจัยความสำเร็จและความล้มเหลว จัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสถานศึกษาเพื่อวางแผนและปรับปรุงให้ดีขึ้นในครั้งต่อไป
          โดยวิธีนี้การประเมินจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหาร (PDCA) ตามระบบการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา จนกลายเป็นวัฒนธรรมในการทำงานอย่างถาวร ตามหมวด 6 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
          โรงเรียนต้องเพิ่มบทบาทของกรรมการสถานศึกษาและผู้ปกครองให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษามากขึ้น จะต้องทำให้การศึกษาของลูกหลานเป็นเรื่องของทุกคนในชุมชน ไม่ใช่เป็นเรื่องของผู้บริหารในกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้น การปฏิรูปการศึกษาไม่ควรที่จะให้เป็นภาระของใครคนใดคนหนึ่งอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
          วิกฤตการศึกษาของประเทศครั้งนี้รุนแรงเกินกว่าที่จะ พูด อย่างเดียว ทุกคนจะต้อง ลงมือทำ การที่จะปฏิรูปการศึกษาโดยทำเป็นระบบใหญ่ทั้งประเทศนั้น  มีอุปสรรคหลายอย่างที่ทำให้ไม่บรรลุผล
          ผมเองได้พยายามทำมาอย่างสุดความสามารถแต่ก็สำเร็จได้เพียงระดับหนึ่ง เมื่อผมกลับลงไปอยู่ในจังหวัดชายแดนใต้ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอกรอบแรกและผลการทดสอบโอเน็ตชี้ให้เห็นว่าคุณภาพต่ำที่สุดในประเทศ ก็เริ่มลงมือแก้ปัญหาเองโดย มูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดงได้รับการสนับสนุนจาก สมศ. ให้ทำการวิจัยและพัฒนาเพื่อปฏิรูปการศึกษาชายแดนใต้
          พบว่าหากออกแบบให้ผู้บริหารและครูได้ลงมือพัฒนาการเรียนการสอนอย่างจริงจังและมีเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปด้วยกัน ก็สามารถยกระดับค่าเฉลี่ยผลการประเมินภายนอกรอบสองขึ้นมาใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศได้ ยกเว้นบางแห่ง เช่นโรงเรียนมัธยมขนาดเล็กและโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม  ซึ่งจะต้องพัฒนากันต่อไป
          นอกจากนี้ งานวิจัยของมูลนิธิฯ ยังชี้ให้เห็นว่ามีโรงเรียนเล็กๆ หลายแห่งที่ครูและผู้บริหารให้ความสำคัญกับการเรียนการสอน สามารถพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้เป็นอย่างดี ตรงกันข้ามกับโรงเรียนบางแห่งที่ผู้บริหารเป็นระดับ 9 และมีครู คศ.3 เกือบทั้งแห่งที่ผู้บริหารเป็นระดับ 9 และมีครู คศ.3 เกือบทั้งโรงเรียนแต่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กกลับไม่สูงตามวิทยฐานะของครูไปด้วย
          ในขณะเดียวกัน สมศ.ก็ได้ทำวิจัยเพื่อปรับปรุงคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็กทั่วประเทศที่คุณภาพอยู่ในภาวะไอซียู พบว่าโรงเรียนสามารถที่จะยกระดับผลการสอบโอเน็ตได้เกือบทุกวิชา ซึ่งแสดงว่าหากครูและผู้บริหารเอาใจใส่ดูแลการพัฒนาการเรียนการสอนอย่างจริงจัง การปฏิรูปการศึกษาก็ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก
          ดังนั้น มูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดง จึงวางแผนที่จะดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับหลายหน่วยงานเช่น สมศ.ซึ่งเป็นองค์กรที่โรงเรียนให้ความสำคัญมากในเรื่องการประเมินเพื่อพัฒนา และร่วมกับสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อที่จะให้นักเรียนได้เรียนรู้โดยการคิดวิเคราะห์เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแทนการเรียนรู้ด้วยการท่องจำอย่างเดียว
          และร่วมกับหน่วยงานต้นสังกัดของสถานศึกษาเพื่อที่จะนำกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553 สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
          กฎกระทรวงฉบับนี้เน้นให้โรงเรียนนำผลการดำเนินงานทั้งการประเมินภายนอกและ O-NET มาเป็นข้อมูลในการวางแผนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน กำหนดบทบาทหน้าที่ของผู้บริหารและครูกรรมการสถานศึกษาและเขตพื้นที่หรือหน่วยงานต้นสังกัดในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยทำการประเมินคุณภาพภายในเป็นระยะๆ เพื่อสร้างความพร้อมสำหรับรองรับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่สาม
          การดำเนินงานตามกฎกระทรวงจะทำให้มีการบูรณาการทั้ง 3 เรื่องเข้าด้วยกัน คือ การปฏิรูปการเรียนรู้การประกันคุณภาพภายใน และการประกันคุณภาพภายนอก กลายเป็นการประกันคุณภาพทั้งระบบ ซึ่ง
          จะทำให้การประเมินภายนอกมีความหมายมากขึ้นกว่าเดิมและยกระดับคุณภาพการศึกษาได้อย่างแท้จริง
          ผมจึงขอเชิญชวนให้สถานศึกษาทั้งรัฐและเอกชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขตพื้นที่การศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยรูปแบบบูรณาการเช่นนี้
          ผมเชื่อว่าประเทศไทยเราจะสามารถปฏิรูปการศึกษาให้สำเร็จได้ถ้าทุกฝ่ายช่วยกันคนละไม้คนละมืออย่าปล่อยให้การศึกษาและอนาคตของชาติตกอยู่ในมือของคนเพียงไม่กี่คน มิฉะนั้น เราจะไม่สามารถหลุดพ้นจากวิกฤตนี้ได้เลย

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 19 พ.ค. 54   อ่าน 55941 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
กาฬสินธุ์’เขต1’ แชมป์โอเน็ตประเทศ
02 ต.ค. 55 | อ่าน 890 ครั้ง
กยศ.ปรับสัดส่วนผู้กู้ยืมเงินเน้นสายอาชีพมากกว่าสามัญเห็นอนาคต-จบแล้วมีงานทำ
13 ม.ค. 54 | อ่าน 8728 ครั้ง
แนวทางการตรวจสอบการรับเงินคืนและการจ่ายเงินส่วนเพิ่มสำหรับเงินบำเหน็จบำนาญ ในการกลับไปใช้สิทธิ Undo
25 ธ.ค. 57 | อ่าน 229 ครั้ง
’ไออุ่นจากครอบครัว’สิ่งที่ ’เด็ก ป.1’ ต้องการ...มากกว่า แท็บเล็ต
24 ส.ค. 54 | อ่าน 14181 ครั้ง
’สุชาติ’เล็งแจก’คูปอง-บัตรเงินสด’ ให้น.ร.เลือกเข้าร.ร.’รัฐ-เอกชน&rsquo
01 มี.ค. 55 | อ่าน 11739 ครั้ง
ด่วนที่สุด! การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ ตำแหน่งครูผู้ช่วย ปี พ.ศ.2558
11 มี.ค. 58 | อ่าน 485 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.