Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ก.พ.ดันกฎใหม่กำหนดลักษณะละเมิดทางเพศ




      

ก.พ.ดันกฎใหม่กำหนดลักษณะละเมิดทางเพศ

          ก.พ.ชง ครม.คลอดกฎ ก.พ. ป้องกันการล่วงละเมิดและคุกคามทางเพศ เผยพฤติกรรมส่อไปในทางเพศ ทั้งโอบกอด จูบ ใช้วาจาหรือสายตาลวนลาม พูดจาหยาบคายหยอกล้อวิจารณ์ร่างกาย กระทั่งส่งรูปหรือข้อความลามกอนาจาร เข้าข่ายผิดวินัยไม่ร้ายแรง เว้นแต่กระทำผิดต่อคนนอก หรือพฤติการณ์รุนแรงเกินกำหนด เข้าข่ายประพฤติชั่วร้ายแรงถึงผิดวินัยร้ายแรง

          จากกรณีที่มีหน่วยงานคุ้มครองสิทธิเสรีภาพสตรี อาทิ มูลนิธิเพื่อนหญิง ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า หน่วยราชการไทยเกิดกรณีที่ผู้บังคับบัญชากระทำอนาจาร ล่วงละเมิดทางเพศข้าราชการหญิงในที่ทำงาน และโดยจากสถิติพบว่าแต่ละปีมีผู้หญิงร้องเรียนว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศกับหน่วยงานต่างๆนับร้อยรายนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 31 ส.ค.นี้ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จะเสนอให้ ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยการกระทำการอันเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ พ.ศ. ... เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ การกระทำการอันเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ ให้มีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายต่อไป โดยการกระทำที่เป็นความผิดตามกฎ ก.พ.ฉบับนี้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะกรณีที่การกระทำส่งผลกระทบต่องานราชการเท่านั้น แต่มุ่งจะคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลของผู้ถูกกระทำการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศเป็นสำคัญ

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาระสำคัญของร่างกฎ ก.พ.ดังกล่าวกำหนดว่า ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดกระทำการประการใดประการหนึ่งดังต่อไปนี้ต่อข้าราชการด้วยกัน หรือผู้ร่วมปฏิบัติราชการด้วยก็ได้ เช่น ลูกจ้าง พนักงานราชการ หรืออาสาสมัคร เป็นต้น ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในหรือนอกสถานที่ราชการ โดยผู้ถูกกระทำมิได้ยินยอมต่อการกระทำนั้น หรือทำให้ผู้ถูกกระทำเดือดร้อนรำคาญ ถือว่าเป็นการกระทำอันเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ ตามมาตรา 83 (8) ดังต่อไปนี้ 1.กระทำการด้วยการสัมผัสทางกายที่มีลักษณะส่อไปในทางเพศ เช่น การจูบ การโอบกอด การจับอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง เป็นต้น 2. กระทำการด้วยวาจาที่ส่อไปในทางเพศ เช่น วิพากษ์วิจารณ์ ร่างกาย พูดหยอกล้อ พูดหยาบคาย เป็นต้น 3.กระทำการด้วยอากัปกิริยาที่ส่อไปในทางเพศ เช่น การใช้สายตาลวนลาม การทำสัญญาณหรือสัญลักษณ์ใดๆ เป็นต้น 4.การแสดงหรือสื่อสารด้วยวิธีการใดๆที่ส่อไปในทางเพศ เช่น แสดงรูปลามกอนาจาร ส่งจดหมาย ข้อความ หรือการสื่อสารรูปแบบอื่น เป็นต้น และ 5.การแสดงพฤติกรรมอื่นใดที่ส่อไปในทางเพศ ซึ่งผู้ถูกกระทำไม่พึงประสงค์ หรือเดือดร้อนรำคาญ

          ทั้งนี้ ความผิดตามกฎ ก.พ.ฉบับนี้ ถือเป็นความผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงเท่านั้น หากพฤติกรรมที่เกิดขึ้นมีความเกี่ยวเนื่องกับการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ แต่ผู้ ถูกกระทำไม่ใช่ผู้ร่วมปฏิบัติราชการ หรือการกระทำมีความร้ายแรงเกินกว่าพฤติการณ์ตามที่ร่างกฎ ก.พ.กำหนดไว้ ก็เป็นความผิดวินัยตามมาตรา 84 ประกอบมาตรา 82 (10) ที่บัญญัติว่า ต้องรักษาชื่อเสียงของตนและรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย ซึ่งถือเป็นความผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง หรือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 85 (4) ที่บัญญัติว่า กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง หรือมาตรา 85 (7) ละเว้นการกระทำ หรือกระทำการใดๆอันเป็นการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 82 หรือฝ่าฝืนข้อห้ามตามมาตรา 83 อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง แล้วแต่กรณี

          ที่มา: http://www.thairath.co.th



โพสเมื่อ : 28 ส.ค. 53   อ่าน 20150 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ผอ.ร.ร.มัธยมในกรุง
08 ธ.ค. 58 | อ่าน 405 ครั้ง
ซุปเปอร์บอร์ดไฟเขียวปฏิรูประบบประเมิน
03 พ.ย. 58 | อ่าน 203 ครั้ง
มรภ.สงขลารับ นศ. รอบ 2
30 เม.ย. 57 | อ่าน 493 ครั้ง
สั่งการบ้าน สพฐ.เพิ่มเทคนิคผู้สอน
24 ก.ย. 58 | อ่าน 326 ครั้ง
คอลัมน์: การศึกษา: เมืองกื้ด โมเดลหลักสูตรเด็กชาติพันธุ์
23 มิ.ย. 54 | อ่าน 54942 ครั้ง
"ธีระเกียรติ"หย่าศึกผลประเมินครู
21 ม.ค. 58 | อ่าน 278 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.