Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


มีครูที่สอนดีโอกาสของเยาวชนไทยจะพัฒนายิ่งขึ้น (โลกสดใส)




      

มีครูที่สอนดีโอกาสของเยาวชนไทยจะพัฒนายิ่งขึ้น (โลกสดใส)

          สังคมวันนี้ การจะยกย่อง หรือ ชมเชย ใครสักคน ไม่ใช่ อยู่ที่การมองเชิงเดี่ยวเท่านั้น เพราะ สังคมของมนุษย์ทุกวันนี้ มีความสับสนในการดำรงชีวิตมากเกินกว่าที่จะมองคนเพียงด้านใด ด้านหนึ่งเท่านั้น ตัวอย่างเช่น สมัยก่อน เมื่อจะดูใครว่าน่าคบหาสมาคม หรือ อยากจะฝากชีวิต ฝากอนาคตเอาไว้กับเขา คนโบราณอาจจะมองเพียงว่า ขอให้เขาเป็นคนดีก็เพียงพอแล้ว แต่วันนี้ การมองเพียงแค่ เป็นคนดีเพียงอย่างเดียว ไม่คุ้มค่า จะต้องมองไปที่ เขาเป็นคนที่ทำดีด้วย

          ในแวดวงการศึกษา สมัยก่อน เราเคยมองกันว่า ครูต้องเป็น คนดี เพื่อ เป็นตัวอย่าง และเพื่อ อบรมสั่งสอนให้ลูกศิษย์เป็นคนดีต่อไป

          มาถึงสมัยนี้ ครูนอกจากจะต้องเป็นคนดีแล้ว จะต้อง มีคุณสมบัติที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ต้องเป็น ครูที่สอนดีด้วย ถึงกับมีการเรียกร้องให้ผู้บริหารประเทศ คืน ครูสอนดี ให้สังคม

          สอนเป็น เห็นผล คนยกย่อง เป็นสโลแกนสั้นๆแต่กินความลึก สะท้อนถึงคำจำกัดความ ครูสอนดี ที่ไม่ได้มีเฉพาะจิตวิญญานของความเป็นครูเท่านั้นหากแต่จะต้องถ่ายทอดความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความเพียรพยายามที่จะพัฒนาการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับศักยภาพและข้อจำกัดของผู้เรียน ช่วยลูกศิษย์ให้เติบโตเป็นเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ ไม่สร้างภาระให้สังคม ด้วย

          จังหวัดและชุมชนท้องถิ่นจะปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาได้อย่างไร เพื่อปฏิรูปประเทศไทยด้านการศึกษา เป็น การประชุมสัมมนา ของ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ร่วมกับ สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยูนิเซฟ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และหน่วยงานส่งเสริมธุรกิจ เพื่อทำความเข้าใจกับคณะกรรมการ ในการคัดเลือกครูสอนดีและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ในระดับจังหวัดและในระดับท้องถิ่น ให้เข้าใจถึงเจตนารมณ์ของการคืนครูสอนดีให้สังคมและท้องถิ่น ภายใต้ โครงการสังคมไทยร่วมกันคืนครูดีให้ศิษย์ ยกย่อง เชิดชู ครูสอนดี โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด และองค์กรสาธารณประโยชน์ ร่วม 600 คน

          นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าว เปิดประชุม เอาไว้ว่าผมอยากจะขอเน้นย้ำว่าการปฏิรูปการศึกษาหัวใจสำคัญก็คือคุณภาพคน ซึ่งเรื่องนี้ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากประชาชนในพื้นที่และชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรปกครองท้องถิ่นถือว่ามีความสำคัญมาก ทุกวันนี้ แม้รัฐบาลจะพยายามผลักดันนโยบายเรียนฟรีให้กับเด็กไทยทุกคน แต่ช่วยเยียวยาปัญหาเด็กเยาวชนหลุดออกจากระบบการเรียนจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งได้เพียงบางส่วนเท่านั้น การตั้ง สสค.ขึ้นมา ก็เพื่อระดมพลังจากหลายภาคส่วน โดยเชื่อว่าปัจจัยสำคัญที่สุดในการยกระดับคุณภาพการศึกษา คือ ครู ปัจจัยสำคัญคือ คุณภาพของครู จึงเป็นที่มาของโครงการครูสอนดี ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้ชุมชนท้องถิ่น ร่วมกันคัดเลือกครูที่ได้รับการยกย่องเป็นต้นแบบได้เพื่อให้รางวัล และขยายผลสู่การมีครูคุณภาพมากขึ้น โดยหลักเกณฑ์ที่สำคัญคือ สอนเป็น เห็นผล คนยกย่อง

          โครงการครูสอนดีจะสำเร็จหรือไม่ คำตอบอยู่ที่ท้องถิ่น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีกลไก 2 ระดับ คือ คณะกรรมการในระดับจังหวัด และระดับท้องถิ่นในการดำเนินการ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นที่ปรึกษา แต่ในการขับเคลื่อนจะอยู่ที่ท้องถิ่นคือ หัวใจของการทำงานร่วมกัน โดยจะประสานเชื่อมโยงกับเครือข่ายต่างๆเพื่อให้เกิดเครือข่ายครูสอนดี ซึ่งในปี 2554 จะเกิดครูสอนดีขึ้น 20,000 คน หรือเฉลี่ยตำบลละ 2-3 คน ซึ่งจะช่วยต่อยอดและส่งเสริมให้มีครูสอนดีเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมากในสังคมไทย

          สำหรับ ขั้นตอน ในการคัดเลือก ครูสอนดี จะเป็นเช่นไร เรื่องนี้ นายกฤษณพงศ์ กีรติกร รองประธานกรรมการส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน คนที่ 2 กล่าวว่า ขั้นตอนในการคัดเลือกครูสอนดี ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนคือ

          1) การสรรหาครูสอนดี โดยสถานศึกษาและท้องถิ่นจะเป็นผู้เสนอชื่อครูสอนดีในท้องถิ่นของตัวเองไปยังคณะกรรมการเพื่อการคัดเลือกครูสอนดีและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระดับท้องถิ่น

          2) การคัดเลือกครูสอนดี โดยคณะกรรมการระดับท้องถิ่น จะทำการคัดเลือกครูสอนดีตามคุณสมบัติที่กำหนด โดยต้องมีจำนวนไม่เกินร้อยละ 4 ของจำนวนในพื้นที่ ในจำนวนนี้หากมีครูที่สอนเด็กด้อยโอกาส จะได้รับการเสนอชื่อในจำนวน 1 ใน 4 ของรายชื่อทั้งหมด จากนั้นจะส่งรายชื่อมายังคณะกรรมการระดับจังหวัดเพื่อคัดเลือกครูสอนดีให้ได้ตามสัดส่วนของจังหวัด รวมถึงการคัดเลือกรางวัลทุนครูสอนดี โดยเฉพาะครูที่สอนเด็กด้อยโอกาส จำนวน 600 รางวัล รายละ 500,000 บาท เพื่อขยายผลการทำงานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปี

          3) กระบวนการตรวจสอบและรับฟังข้อทักท้วง เป็นระยะเวลา 2 เดือน โดยคณะกรรมการระดับจังหวัดและท้องถิ่นจะเป็นผู้รับฟังข้อทักท้วง ซึ่งจังหวัดที่มีกระบวนการคัดเลือกที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และดำเนินการอย่างมีส่วนร่วม จะได้รับรางวัลเพื่อขยายผลการทำงานด้านการศึกษา จำนวน 10 จังหวัด จังหวัดละ 5 ล้านบาท โดยจะมีการมอบรางวัลครูสอนดี ทุนครูสอนดี และจังหวัดดีเด่นในช่วงปลายปี 2554 นี้

          เมื่อโครงการนี้สำเร็จลงด้วยดี เยาวชนไทย น่าจะมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น เพราะ มีทรัพยากรบุคคลที่เป็นครู มีประสิทธิภาพ ซึ่งวันนั้น เราจะทำ ให้ประเทศไทยพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างไร โอกาสก็พอจะมีให้เห็นได้ง่ายมากขึ้น

          ปานมณี

          ที่มา: http://www.naewna.com



โพสเมื่อ : 18 พ.ค. 54   อ่าน 41287 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
คลังระบุนายกฯ สั่งดูแลปากท้องก่อนขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ส่อยืดเวลาไม่ทันรอบ 1 ต.ค.
29 ก.ย. 57 | อ่าน 713 ครั้ง
กศน.ดัน 9 หมวดวิชา เทียบโอนม.6 เรียน 8 เดือนจบมีงานทำอาเซียน
20 เม.ย. 55 | อ่าน 3736 ครั้ง
’กศน.’ เตรียมพร้อมรับประเมินรอบ3 เวิร์กช็อปสถานศึกษา 504 แห่ง 57 จว.
16 ธ.ค. 56 | อ่าน 493 ครั้ง
สทศ.เตือนเผื่อเวลาเข้าสอบโอเน็ตม.6
02 มี.ค. 61 | อ่าน 515 ครั้ง
สอศ.ขานรับแพ็กเกจนโยบายจากคสช. เพิ่มปริมาณคุณภาพผู้เรียนสายอาชีวะ
20 มิ.ย. 57 | อ่าน 794 ครั้ง
ส่งน.ร.แข่งสิ่งประดิษฐ์วิทย์
08 พ.ค. 57 | อ่าน 670 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.