Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ครม.ไฟเขียว ปรับปรุงอัตรากำลังส่วนราชการ ตามแผนเออรี่รีไรท์




      

ครม.ไฟเขียว ปรับปรุงอัตรากำลังส่วนราชการ ตามแผนเออรี่รีไรท์

          ที่ประชุมครม.อนุมัติโครงการผลิตพยาบาลวิชาชีพเพิ่ม เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่จ.ชายแดนภาคใต้ เห็นชอบมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังส่วนราชการ ตามโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด รับทราบข้อเสนอโครงการอัญเชิญธรรมเจดีย์ จากราชอาณาจักรนอร์เวย์ มาประดิษฐานในไทยชั่วคราว พร้อมสั่ง อลงกรณ์ เร่งตั้งกก.เขตพื้นที่พิเศษแม่สอด - ถก ทส.ถอนพื้นที่ป่า ตามข้อเสนอกระทรวงพาณิชย์
          วานนี้ (19 ต.ค.) นพ.มารุต มัสยวานิช รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงโครงการผลิตพยาบาลวิชาชีพเพิ่ม เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ โดยมีข้อสังเกตให้สำนักงบประมาณ และสำนักงานก.พ.เห็นชอบตามที่กระทวงสาธารณสุขเสนอ และให้ สศช. พิจารณากลุ่มที่มีพฤติกรรมผิดระเบียบวินัย เห็นควรให้มีการกำหนดระยะเวลาในการปรับปรุงตัวเอง หากยังไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมควรยุติการให้ทุนการศึกษาและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันวางแนวทางการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่ส่งผลต่อการเรียนสำหรับกลุ่มนักศึกษาที่มีผลการเรียนอ่อน
          นพ.มารุต กล่าวต่อว่า หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคือ 1. ให้ย้าย เปลี่ยนแปลง นักศึกษาทั้ง 18 ราย จากหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต หลักสูตร 4 ปี มาศึกษาในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงสาธารณสุขศาสตร์ (สาธารณสุขชุมชน) หลักสูตร 2 ปี จำนวน 17 ราย และหลักสูตรประกาศนียบัตรโสตทัศนศึกษาทางการแพทย์ หลักสูตร 2 ปี จำนวน 1 ราย แทน 2. ให้นักศึกษา ทั้ง 18 ราย ยังคงได้รับสิทธิการบรรจุเข้ารับราชการหลังสำเร็จการศึกษาเหมือนเดิม และ 3. ให้ใช้งบประมาณจากโครงการเดิม คือโครงการผลิตพยาบาลวิชาชีพเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นค่าอุดหนุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาทั้ง 18 ราย ที่ย้ายมาศึกษาในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงสาธารณสุขฯ หลักสูตร 2 ปี และหลักสูตรประกาศนียบัตร โสตทัศนศึกษาทางการแพทย์ หลักสูตร 2 ปี
          นพ.มารุต กล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่าได้ดำเนินการโครงการผลิตพยาบาลวิชาชีพเพิ่มเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี 2550 แต่จากการประเมินผลการศึกษาของนักศึกษาทั้ง 3,000 รายแล้ว พบว่า ในปีการศึกษา 2551 มีนักศึกษาจำนวน 10 ราย มีผลการเรียนไม่ผ่าน ไม่สามารถศึกษาต่อในสาขาพยาบาลศาสตรบัณฑิต (4 ปี) ได้ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติ (12 มกราคม 2553) อนุมัติให้ย้าย เปลี่ยนแปลงนักศึกษา จำนวน 10 ราย ที่ไม่ผ่านหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต หลักสูตร 4 ปี มาศึกษาในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงสาธารณสุขศาสตร์ (สาธารณสุขชุมชน) หลักสูตร 2 ปี แทน และให้นักศึกษาทั้ง 10 ราย ยังคงได้รับสิทธิในการบรรจุเข้ารับราชการหลังสำเร็จการศึกษาเหมือนเดิม โดยใช้งบประมาณจากโครงการฯ
          นพ.มารุต กล่าวต่อว่า ในปีการศึกษา 2552 จากผลการประเมินยังพบว่า มีนักศึกษาอีก 18 ราย มีผลการเรียนไม่ผ่าน ไม่สามารถศึกษาต่อในสาขาพยาบาลศาสตรบัณฑิต (4 ปี) ได้ สธ. จึงขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา โดยขอให้นักศึกษาย้ายไปเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงสาธารณสุขศาสตร์ (สาธารณสุขชุมชน) หลักสูตร 2 ปี จำนวน 17 ราย และหลักสูตรประกาศนียบัตรโสตทัศนศึกษาทางการแพทย์ หลักสูตร 2 ปี จำนวน 1 ราย แทน และให้นักศึกษาทั้ง 18 ราย ยังคงได้รับสิทธิในการบรรจุเข้ารับราชการหลังสำเร็จการศึกษาเหมือนเดิม โดยใช้งบประมาณจากโครงการฯ โดยใช้งบประมาณจากโครงการฯเช่นกัน
          พร้อมถึงมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 ว่าครม.เห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานบริหารจัดการภายในวงเงินงบประมาณในส่วนงบบุคลากรที่ได้รับจัดสรรประจำปี พ.ศ. 2554 จำนวน 112 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้เข้าร่วมมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ ที่เหลือในโควตาจำนวน 750 ราย ให้เข้าร่วมมาตรการฯ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ
          นพ.มารุต กล่าวต่อว่า โดยสำนักงบประมาณมีข้อสังเกตควรพิจารณาบรรจุอัตราทดแทนผู้เกษียณตามโครงการดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงาน การเรียน การสอน และผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน และสำนักงาน ก.พ.เห็นควรให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานบริหารจัดการวงเงินงบบุคลากรของส่วนราชการ เพื่อใช้สำหรับการดำเนินการตามมาตรการ โดยไม่ขัดต่อมติ ครม. และไม่เกิดความเสียหายต่อประสิทธิภาพในการปฏิบิตงาน
          นพ.มารุต กล่าวต่อว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รายงานว่าศธ.โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รับความเห็นชอบจาก คปร. ให้ดำเนินมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ (โครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 และเห็นชอบให้มีจำนวนผู้เข้าร่วมมาตรการฯ ได้จำนวน 12,867 ราย ไปแล้ว นอกจากนี้สพฐ. ได้ดำเนินการตามมาตรการฯ ภายใต้กรอบหลักเกณฑ์และวิธีการที่ คปร.กำหนด และเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยรวม จึงกำหนดเงื่อนไขให้มีการบรรจุทดแทนผู้เข้าร่วมมาตรการฯ ทุกตำแหน่ง โดยมีระยะเวลาปฏิบัติราชการ แต่ด้วยข้อจำกัดของงบบุคลากรจึงได้อนุมัติให้ข้าราชการในสังกัดเข้าร่วมมาตรการฯ ได้เพียง 12,117 ราย และยังคงเหลือผู้เข้าร่วมมาตรการฯ ที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติให้เข้าร่วมมาตรการฯ อยู่ในโควตาอีก จำนวน 750 ราย
          นพ.มารุต กล่าวต่อว่า สพฐ.เห็นว่าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสนองความต้องการของข้าราชการกลุ่มนี้ รวมทั้งเพื่อประโยชน์แห่งการศึกษาขั้นพื้นฐานซึ่งเป็นการบริการสำคัญของรัฐและส่งผลต่อคุณภาพของพลเมืองในอนาคตของประเทศ จึงเห็นควรอนุมัติให้ข้าราชการกลุ่มนี้ได้เข้าร่วมมาตรการฯ ด้วย ซึ่งส่งผลให้มีอัตราว่างถึง 12,867 อัตรา และไม่มีผลกระทบกับจำนวนโควตาของผู้เข้าร่วมมาตรการฯ ที่ได้รับความเห็นชอบจาก คปร. โดย สพฐ.ได้วิเคราะห์จากข้อมูล 2 ปีที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งหากดำเนินการได้จะมีผลดีมากกว่าผลเสียและเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ
          รับทราบข้อเสนอโครงการอัญเชิญธรรมเจดีย์ คัมภีร์พุทธศาสนาโบราณเก่าแก่ที่สุดจากราชอาณาจักรนอร์เวย์ มาประดิษฐานในราชอาณาจักรไทยเป็นการชั่วคราวว่า ครม.รับทราบการจัดทำและเห็นชอบให้โครงการอัญเชิญธรรมเจดีย์ฯ เป็นโครงการของรัฐบาลร่วมกับคณะสงฆ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2553 ตามที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเสนอ ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินการดังกล่าวให้ใช้จ่ายจากงบประมาณเงินกองทุนพุทธมณฑล จำนวนไม่เกิน 37,722,850 บาท โดยให้ดำเนินการโดยประหยัด ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ
          นอกจากนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เห็นชอบตามที่กระทรวงพาณิชย์ เสนอให้แม่สอดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดตาก โดยนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ หารือที่ประชุมเพื่อขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)ถอนมติ ครม.ที่เคยประกาศพื้นที่ป่าสงวนในพื้นที่แม่สอดออกไปจากเดิมที่เคยมีอยู่จำนวน 20,000 ไร่ แม้จะลดลงเหลือ 5,000 ไร่แล้วก็ตาม
          ด้านนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทส.แสดงความเห็นว่าไม่มีความจำเป็น อย่างไรก็ตามนายอลงกรณ์ ก็ยังคงแสดงความเห็นคัดค้านเพราะเห็นว่าเมื่อแม่สอดเป็นเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษแล้ว ต้องมีการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม หรือเกี่ยวข้องการทำงานกับกระทรวงพาณิชย์ อย่างไรก็ตามที่ประชุม ครม.ให้ไปหารือเพื่อให้ได้ข้อสรุปถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการพิเศษและการยกเลิกพื้นที่ป่าสงวนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

Source - ASTV ผู้จัดการออนไลน์ (Th)



โพสเมื่อ : 20 ต.ค. 53   อ่าน 8749 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
สกัดปัญหารับน้องนอกกฎกติกา เพิ่มช่องทางร้องพฤติกรรมไม่เหมาะสมผ่านแฟนเพจ
21 ส.ค. 57 | อ่าน 363 ครั้ง
เล็งขอรถของกลางใช้สอนเด็ก
16 ก.พ. 55 | อ่าน 69786 ครั้ง
ศธ.ชงงบฯปี’57-กว่า 6.5 แสนล.
11 มี.ค. 56 | อ่าน 501 ครั้ง
ชี้ "ตั๋วครู" กระตุ้นสถาบันผลิตแม่พิมพ์ต้องพัฒนา
13 ก.พ. 57 | อ่าน 256 ครั้ง
นัดวางกรอบสอบปริญญาเก๊ เรียกอธิการฯ’ม.อีสาน’แจง
18 เม.ย. 54 | อ่าน 28483 ครั้ง
’ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน’ เด็กอาชีวะอาสาแบ่งทุกข์จากน้ำ
29 พ.ย. 54 | อ่าน 51523 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.