Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ครม.เห็นชอบแนวทางพัฒนาราชการ - แก้พ.ร.ฏ.เออรี่รีไทร์ - "สุรีย์ประภา" เลขาฯป.ป.ส.




      

ครม.เห็นชอบแนวทางพัฒนาราชการ - แก้พ.ร.ฏ.เออรี่รีไทร์ - สุรีย์ประภา เลขาฯป.ป.ส.

          มติครม.เห็นชอบ เครื่องมือวัดความโปรงใสและตรวจสอบได้ของข้าราชการ ตามที่ ก.พ.เสนอ เป็นแนวทางพัฒนาส่วนราชการ ,แก้ไขพ.ร.ฎ.เออรี่รีไทร์ รวมขรก.รัฐสภาด้วย ให้เหลือเวลาราชการตั้งแต่ 1 ปีไม่เป็นจำเลยคดีอาญา และห้ามกลับเข้าเป็นขรก.ระดับบริหารอีก พร้อมตั้ง 3 รองเลขาฯก.พ. ให้ ภิมุข ผช.รมว.ทส.ต่อ - โชติ ปธ.กก.สวนสัตว์ - สุรีย์ประภา นั่งเลขาฯป.ป.ส.
          วานนี้ (12 ต.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกรัฐบาล แถลงผลการประชุมครม.ว่า ครม.ให้ความเห็นชอบตามที่ทางก.พ. และก.พ.ร.เสนอให้มีเครื่องมือวัดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ของส่วนราชการ โดยให้มีองค์กรกลางบริหารงานบุคคลภาครัฐอื่นนำไปปรับใช้ตามความเหมาะสม เป็นไปด้วยความสมัครใจของส่วนราชการซึ่งตามการจัดทำมาตรฐานความโปร่งใสใน ภาคราชการเป็นแนวทางที่สำคัญและจำเป็นต่อการพัฒนาระบบบริหารภาครัฐให้เป็นไป ตามหลักธรรมาภิบาล โดยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องมีคุณธรรม จริยธรรมในการปฏิบัติงานและให้ความร่วมมือป้องกันปราบปรามการทุจริตประพฤติ มิชอบในภาคราชการ
          นายศุภชัย กล่าวว่า สำหรับเครื่องมือวัดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ของส่วนราชการ ประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่มาตรฐานความโปร่งใส มิติด้านนโยบาย ผู้บริหาร ต้องมีนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับความโปร่งใส่ บทบาทของผู้บริหารต้องส่งเสริมความโปร่งใสในองค์กร มิติด้านความเปิดเผยมีระบบตรวจสอบภายในองค์กร และการมีส่วนร่วม เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร มีมาตรฐานการให้บริการประชาชนและประกาศให้ทราบ มีระบบตรวจสอบภายในที่ดำเนินการตรวจสอบมากกว่าเรื่องเงิน/บัญชี เผยแพร่ผลการปฏิบัติงานและผลการประเมินตนเองต่อสาธารณะ เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิบัติราชการ
          นายศุภชัย กล่าวด้วยว่า มิติด้านการใช้ดุลพินิจต้องลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน การใช้ดุลยพินิจในการบริหารงานบุคคลที่มีระบบบริหารความเสี่ยงด้านความโปร่ง ใส มิติด้านระบบกลไกการรับเรื่องร้องเรียน ต้องมีหน่วยงาน/ผู้รับผิดชอบโดยตรงในการดำเนินการต่อเรื่องร้องเรียน พร้อมกับมีระเบียบปฏิบัติในการดำเนินการต่อเรื่องร้องเรียน เพื่อให้ส่วนราชการต่าง ๆ ได้มีการปฏิบัติงานอย่างโปร่งใส ลดความเสี่ยงของหน่วยงานต่อปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐมีความเข้าใจและตระหนักว่าเครื่องมือวัดความ โปร่งใสและตรวจสอบได้ของส่วนราชการเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ข้าราชการและ เจ้าหน้าที่ของรัฐมีแนวทางในการทำงานอย่างโปร่งใส รวมถึงเป็น การสร้างภูมิคุ้มกันของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐในการลดความเสี่ยงต่อ การทุจริตประพฤติมิชอบ
          ด้านนายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกรัฐบาล แถลงผลการประชุมครม.ว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบให้มีการแก้ไขพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ ปี 51 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้มีผลครอบคลุมถึงข้าราชการรัฐสภาสามัญตามที่คณะกรรมการข้าราชการฝ่าย รัฐสภา (ก.ร.) เสนอ ตามความเห็นของกระทรวงการคลัง และมอบให้กระทรวงการคลังดำเนินการปรับปรุงแก้ไขพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือ ผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ ปี 51 และที่แก้ไขเพิ่มเติมให้มีผลครอบคลุมถึงข้าราชการรัฐสภาสามัญตามที่ ก.ร.เสนอ ในส่วนที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้มีผลครอบคลุมถึงข้าราชการรัฐสภาสามัญตาม ก.ร. เสนอ
          นายวัชระ กล่าวว่าเดิมมติครม.11 พ.ค.53 ให้ปรับคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ จากเดิมที่กำหนดให้มีเวลาราชการเหลือตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป เป็นตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป ซึ่งประเด็นดังกล่าวอยู่ในระหว่างดำเนินการแก้ไขพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือ ผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ ปี 51แต่มาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการสังกัดรัฐสภากำหนดให้ผู้เข้า ร่วมมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการสังกัดรัฐสภามีเวลาราชการเหลือ ตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป รวมไปถึงจะต้องไม่เป็นจำเลยในคดีอาญา ซึ่งมิใช่ความผิดลหุโทษหรือความผิดที่ ได้กระทำโดยประมาทด้วย แต่มาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาไม่ได้กำหนดในเรื่อง ดังกล่าวไว้
          นายวัชระ กล่าวด้วยว่า มาตรการ ปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการสังกัดรัฐสภากำหนดเงื่อนไขไว้ว่าผู้ซึ่งออก จากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการรัฐสภาห้ามบรรจุกลับ เป็นข้าราชการประจำ พนักงานราชการและลูกจ้างของส่วนราชการสังกัดรัฐสภา แต่ มาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการกำหนดเงื่อนไขไว้ว่า ผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการห้ามบรรจุ กลับเข้ารับราชการประจำในฝ่ายบริหารอีก ทั้งนี้ ไม่ว่าจะบรรจุกลับเป็นข้าราชการ พนักงานและลูกจ้างของส่วนราชการสังกัดใดในฝ่ายบริหารก็ตาม
          ขณะที่นพ.มารุต มัสยวาณิชย์ รองโฆษกรัฐบาล แถลงผลการประชุมครม.ว่า ครม.มีมติแต่งตั้งรองเลขาธิการ ก.พ.คือ นางสุชาดา รังสินันท์ ที่ปรึกษาระบบราชการ (นักทรัพยากรบุคคลทรงคุณวุฒิ)เป็นรองเลขาธิการ ก.พ. มีผลตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย.53 นายชาญวิทย์ ไกรฤกษ์ ที่ปรึกษาระบบราชการ (นักทรัพยากรบุคคลทรงคุณวุฒิ)เป็นรองเลขาธิการ ก.พ.ลำดับที่2 และนายปรีชา นิศารัตน์ ที่ปรึกษาระบบราชการ (นักทรัพยากรบุคคลทรงคุณวุฒิ) เป็นรองเลขาธิการ ก.พ. ลำดับที่ 3 มีผลวันที่ 24 พ.ย.53
          นพ.มารุต กล่าวด้วยว่า ครม.มีมติให้นายภิมุข สิมะโรจน์ ผู้ช่วยรมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯซึ่งจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 6 ตุลาคม 2553 คงอยู่ปฏิบัติหน้าที่อีกหนึ่งวาระ นอกจากนี้ แต่งตั้งให้นายโชติ ตราชู เป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการองค์การสวนสัตว์ มีผลตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค.เป็นต้นไป สำหรับกระทรวงยุติธรรมได้เสนอแต่งตั้งนางสุรีย์ประภา ตรัยเวช รองเลขาธิการ (นักบริหาร ระดับต้น) สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม เป็นเลขาธิการ ป.ป.ส. ทั้งนี้มีผลนับตั้งแต่มีโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง

Source - ASTV ผู้จัดการออนไลน์ (Th)



โพสเมื่อ : 13 ต.ค. 53   อ่าน 10731 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
การเทียบโอนความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพได้ปิดตัวลงเรียบร้อยแล้ว
13 ม.ค. 57 | อ่าน 306 ครั้ง
น.ศ.เทคโนโลยีเกษตรค้านย้ายที่เรียนจากมทร.ธัญบุรีศูนย์รังสิตไปคลองหก
09 มี.ค. 54 | อ่าน 13736 ครั้ง
สพฐ.มีอัตราเหลืออีก801อัตรา
10 ธ.ค. 58 | อ่าน 260 ครั้ง
“ธีระเกียรติ”แนะสทศ.สังคายนาข้อสอบ
02 พ.ย. 58 | อ่าน 265 ครั้ง
ชงร่างเกณฑ์ วิทยฐานะแนวใหม่ ยึดผล’โอเน็ต-อ่าน-เขียน-วิเคราะห์’ประเมินครู-ศึกษานิเทศก์-ผู
08 พ.ค. 55 | อ่าน 1155 ครั้ง
เห็นชอบ (ร่าง) ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการตรวจราชการ การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการ
22 พ.ค. 60 | อ่าน 360 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.