Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


"อีทีวี" เคลื่อนทัพติวเตอร์ บุกโลกออนไลน์




      

อีทีวี เคลื่อนทัพติวเตอร์ บุกโลกออนไลน์

          กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้ว สำหรับเด็กนักเรียนไทยที่ไม่ว่าจะสอบเข้าศึกษาระดับใดต้องพึ่งพาติวเตอร์กันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นใคร ราคาเท่าไร หรือรูปแบบไหน ต่างคนสามารถเลือกได้ตามอัธยาศัย และกำลังทรัพย์ของตัวเอง

          หนึ่งในนั้นที่ดูเหมือนจะถูกที่สุด และรวมมิตรติวเตอร์ดังมาได้มากที่สุดใต้ฟ้าเมืองไทย คือ อีทีวี สถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษาผ่านช่องดาวเทียมที่หลายคนพอจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ที่วันนี้ขอเดินหน้าช้าๆ แต่ชัวร์ไปอีกก้าวด้วยการพัฒนาเว็บไซต์ etvthai.tv เป็นทางเลือกใหม่ผ่านโลกออนไลน์...

          จับมือซิป้ายกเครื่องระบบใหม่

          นางรัชดา คลี่สุนทร ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) เปิดเผยว่า สถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (สถานีอีทีวี) ได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการเผยแพร่ข้อมูลให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยการจัดทำเว็บไซต์ etvthai.tv เป็นช่องทางใหม่ในการเผยแพร่ภาพรายการผ่านระบบอินเทอร์เน็ต สำหรับกลุ่มเยาวชนที่นอกเหนือจากโทรทัศน์แล้ว ชีวิตประจำวันใช้อินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางหลักสำหรับการรับข้อมูลข่าวสาร

          ทั้งนี้ ศูนย์ได้รับงบประมาณจากสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือซิป้า จำนวน 5 ล้านบาท ใช้ทำโครงการต่อเนื่อง 2 ปี ระหว่างปี 2554-2555 ขณะนี้ ใช้ไปแล้ว 4 ล้านบาทเพื่อลงทุนพัฒนาระบบ วางลีดส์ไลน์ เช่าเซิร์ฟเวอร์จาก บมจ.กสท โทรคมนาคม เขียนโปรแกรม และจ้างที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่วนที่เหลืออีก 1 ล้านบาท จะนำมาใช้สำหรับการบริหารจัดการในทุกๆ กระบวนการให้โครงการบรรลุตามข้อตกลงที่เซ็นเอ็มโอยูไว้กับซิป้า

          ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาให้ข้อมูลว่า ประเด็นหลักในการพัฒนาระบบขึ้นมาใหม่ คือ เพื่อรองรับเทรนด์การรับข่าวสารที่เปลี่ยนไป ต่อยอดระบบการเผยแพร่จากช่องทางเดิมสู่ระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งจากที่ทดลองวางระบบนำร่องเมื่อปี 2553 พบว่ามีผู้เข้าชมจำนวนมากถึง 524,588 ครั้ง

          ปี 2554 หวังว่ายอดสมาชิกจะเพิ่มขึ้นอีก 1.5 หมื่นราย จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์เพิ่มขึ้นเป็น 1.5 ล้านครั้ง จากปัจจุบันที่ตั้งแต่เริ่มเปิดระบบใหม่เมื่อเดือน ก.พ. 2554 ในเวลาเดือนเดียวมีนักเรียนเข้ามาสมัครสมาชิกแล้ว 5,000 ราย

          เดินหน้าจัดกิจกรรมดึงเด็ก

          นางรัชดา กล่าวด้วยว่า นอกจากที่พัฒนาเว็บไซต์ให้น่าสนใจ ใช้งานง่ายกว่าเดิมแล้ว ได้จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ด้วยลักษณะโรดโชว์ไปตามโรงเรียนต่างๆ ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐานทั้งเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด โดยแผนงานปี 2554 จะเข้าไปพบนักเรียนจำนวน 5 โรงเรียน ขณะนี้ จัดไปแล้ว 2 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนคณะราษฎร์บำรุง ปทุมธานี และโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา พุทธมณฑล อีก 3 โรงเรียนที่เหลือได้ข้อสรุปมาแล้ว 2 โรงเรียน คือ โรงเรียนลาดปลาเค้า และโรงเรียนโพธิสาร

          มองจากภาพที่ผ่านมา การศึกษาที่มีมาตรฐานจะอยู่แต่ในสังคมเมือง การศึกษาผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่ศูนย์เทคโนโลยีจัดตั้งขึ้นจะสามารถช่วยให้การศึกษาในปัจจุบัน และอนาคตเกิดความเท่าเทียมกัน ทั้งยังเป็นการปลูกฝังให้เยาวชนเกิดความกระตือรือร้น รับผิดชอบที่จะใฝ่หาความรู้ด้วยตัวของตัวเอง สอดคล้องกับที่ภาครัฐมีนโยบายมอบเครื่องคอมพิวเตอร์ให้แก่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจำนวนตำบลละ 5 เครื่องใน 7,409 ตำบลทั่วประเทศ เชื่อว่าเมื่อผนวกกับโครงการนี้จะทำให้โอกาสการเข้าถึงสมบูรณ์มากขึ้น และก่อให้เกิดประโยชน์กับคนในชนบทได้อย่างมหาศาล

          พร้อมกับอธิบายเพิ่มเติมว่า ในระบบอินเทอร์เน็ตจะมีทั้งการถ่ายทอดสด และบันทึกเทปโทรทัศน์จากช่องสถานีหลัก ที่นักเรียนสามารถดูย้อนหลังได้ ด้านเนื้อหาประกอบไปด้วยความรู้ขั้นพื้นฐานต่างๆ ที่เป็นการเตรียมสอบโอเน็ต เอเน็ต ทั้งยังมีติวเตอร์ชื่อดังของไทยมาร่วมเป็นวิทยากรไม่ว่าจะเป็นอาจารย์อุ๊ ครูลิลลี่ อาจารย์ปิง ครูพี่แนน เป็นต้น

          อย่างไรก็ตาม อาจเห็นว่ากิจกรรมที่จัดขึ้นกระจุกตัวอยู่เพียงโรงเรียนในเขตรอบๆ กรุงเทพมหานครเท่านั้น ทั้งนี้ เนื่องจากทางศูนย์ติดขัดเรื่องงบประมาณที่ไม่เพียงพอ หากต้องออกไปทำกิจกรรมในต่างจังหวัดไกลๆ ต่อครั้งต้องใช้เงินไม่น้อยกว่า 4 หมื่นบาท

          ติดเรื่องงบ-ระบบราชการ

          ผู้บริหารศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา เล่าว่า แต่ละปีศูนย์ได้งบประมาณ 18 ล้านบาท เพื่อใช้จ่ายภายใน ส่วนที่สามารถมาใช้กับระบบอินเทอร์เน็ตได้มีเพียง 1 ล้านบาท เนื่องจากต้องจัดสรรตามความสำคัญก่อนหลัง ไม่สามารถนำเงินไปทุ่มกับโครงการหนึ่งๆ ได้มากเกินไป

          เราเองก็พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ให้ทุกๆ ที่ได้รับโอกาส และความเสมอภาคอย่างเท่าเทียมกัน แต่จะดีมีมาตรฐานได้มากแค่ไหนยังมีปัจจัยอื่นๆ เป็นส่วนประกอบ ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ด้วย

          แต่ทั้งนี้ ปัจจุบันระบบสามารถรองรับการเข้าชมแบบพร้อมๆ กันได้มากกว่า 1 แสนคน เซิร์ฟเวอร์เก็บข้อมูลย้อนหลังได้ประมาณ 1 เดือน ถ้าเป็นไปได้ต้องการให้เพิ่มจำนวนเซิร์ฟเวอร์ให้สามารถเก็บไว้ได้ทั้งเทอมแต่ก็ติดขัดเรื่องงบประมาณเช่นกัน

          พร้อมระบุด้วยว่า การขยายผลด้านอื่นๆ ทำได้ไม่ง่ายนัก งานทุกอย่างต้องผ่านระบบราชการ งบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องมีขั้นตอน เท่าที่ทำอยู่ปัจจุบัน กว่าจะผ่านมาได้ก็ลำบากแล้ว และหากจะรอให้เอกชนเข้ามาช่วย ภาวะปัจจุบันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเอกชนเองต้องพิจารณาว่าเข้ามาแล้วจะคุ้มหรือไม่

          หากจะให้การบริหารงานทำได้ดีขึ้น ต้องเปลี่ยนเป็นสถาบันที่เป็นเอกเทศ ขึ้นตรงกับสำนักงานปลัดกระทรวง ในกำกับของรัฐ นางรัชดา แสดงความเห็นทิ้งท้าย

 

          ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com



โพสเมื่อ : 23 มี.ค. 54   อ่าน 36919 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
คุรุสภาเปิดรับฟังความคิดเห็น เกี่ยวกับการปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ
24 พ.ย. 59 | อ่าน 249 ครั้ง
ศธ.ส่ง'ดีเอสไอ'สุ่มตรวจรับนักเรียนจับตา'ร.ร.'ที่มีอัตราแข่งขันเข้าเรียนสูงผอ.สตรีวิทยา2ชี้สมัครห
18 ม.ค. 54 | อ่าน 8697 ครั้ง
คุรุสภาเผยรายชื่อม.ที่ให้มารับใบประกอบวิชาชีพครูได้เลย/ม.ที่รับใบประกอบวิชาชีพครูแล้ว สามารถติดต่อขอ
30 มี.ค. 60 | อ่าน 495 ครั้ง
สมาพันธ์ครูใต้จี้รัฐเพิ่มเงินเสี่ยงภัย หนุนเจรจาบีอาร์เอ็นสร้างสันติ-เกิดผลปฏิบัติ
15 มี.ค. 56 | อ่าน 647 ครั้ง
ศธ.ฟุ้ง 'หลักสูตรใหม่' 3 ปีเห็นผล
30 ต.ค. 56 | อ่าน 328 ครั้ง
แชมป์โอลิมปิกวิชาการเกินครึ่งเมินทุนเรียนต่อ
19 ก.พ. 56 | อ่าน 585 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.