Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ส.บ.ม.ท.แจง เกณฑ์คัดผอ.สถานศึกษาสังกัดสพฐ. ควรเปิดกว้างให้ศึกษานิเทศก์มีสิทธิ์สอบ



สมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ชี้ หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาสังกัด สพฐ.ควรเปิดกว้างรวมถึงให้ศึกษานิเทศก์ร่วมสอบคัดเลือกด้วย เพราะศึกษานิเทศก์ทุกคนเคยดำรงตำแหน่งครูวิทยะฐานะชำนาญการมาก่อนและมีประสบการณ์

วันนี้ (22 พ.ย.) นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ( ส.บ.ม.ท.) เปิดเผยว่า ตามที่ ก.ค.ศ.ได้มีหนังสือที่ ศธ 0206.6/ว21 ลงวันที่ 20 พ.ย. 2561 แจ้งหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นั้น ส.บ.ม.ท.เห็นว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวมีความไม่เหมาะสมและอาจขัดกับหลักความชอบด้วยกฎหมายบางประเด็นกล่าวคือ ก.ค.ศ.ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ที่มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกโดยอนุญาตให้ครูวิทยะฐานะชำนาญการสามารถสมัครสอบคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาได้แต่สำหรับผู้ที่เป็นศึกษานิเทศก์และประสงค์จะสมัครสอบเป็นผู้บริหารโรงเรียนนั้นต้องมีประสบการณ์เป็นหัวหน้ากลุ่มหรือผู้อำนวยการกลุ่มไม่น้อยกว่า 2 ปี จึงจะมีสิทธิสมัครเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาได้ การกำหนดหลักเกณฑ์เช่นนี้เป็นการจำกัดสิทธิผู้ประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์ที่ไม่ได้เป็นหัวหน้ากลุ่มหรือผู้อำนวยการกลุ่มทั้งๆที่ศึกษานิเทศทุกรายต่างก็มีประสบการณ์เคยเป็นครูวิทยะฐานะชำนาญการในขณะที่ผู้ประกอบวิชาชีพครูวิทยะฐานะชำนาญการกลับมีสิทธิ์สมัครสอบเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาได้

"กรณีเช่นนี้เห็นว่าการที่ศึกษานิเทศก์ทุกรายต่างก็เคยดำรงตำแหน่งครูวิทยะฐานะชำนาญการมาก่อน การได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งใหม่ ก็มิได้ทำให้คุณสมบัติที่เคยมีอยู่หมดสิ้นไปและการย้ายไปดำรงตำแหน่งใหม่นั้นย่อมทำให้มีประสบการณ์มากยิ่งขึ้น การตัดสิทธิศึกษานิเทศก์ที่มิได้เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยหรือผู้อำนวยการกลุ่มโดยไม่สามารถสมัครเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาได้นั้นจึงเป็นเรื่องที่ขัดกับหลักความชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนี้หลักเกณฑ์ดังกล่าวได้กำหนดคะแนนการสอบสัมภาษณ์สูงถึง 50 คะแนน การกำหนดคะแนนสอบสัมภาษณ์มากเช่นนี้เป็นการให้อำนาจดุลยพินิจของผู้มีอำนาจมากเกินไปอาจก่อให้เกิดปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์ในการสอบครั้งนี้ได้ ในทางปฏิบัติคณะกรรมการสอบสัมภาษณ์จะมีเวลาในการสัมภาษณ์ผู้สมัครแต่ละรายไม่เกิน 10 นาที แต่กลับมีอำนาจการให้คะแนนสูงถึง 50 คะแนน การให้อำนาจดุลพินิจแก่เจ้าหน้าท่ีมากเกินไปเช่นนี้นั้นไม่เป็นที่ยอมรับได้ในหลักของกฎหมายปกครอง ปัญหาของหลักเกณฑ์ดังกล่าวทั้งสองประเด็นจึงเป็นสาระสำคัญและหากมีผู้นำไปฟ้องต่อศาลปกครองให้ยกเลิกเพิกถอนก็จะทำให้เกิดปัญหาที่ยากแก่การเยียวยา จึงขอเรียกร้องให้ ก.ค.ศ. รีบแก้ไขหลักเกณฑ์ดังกล่าวก่อนที่จะประกาศรับสมัครสอบต่อไป" นายก ส.บ.ม.ท.กล่าว

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจากเดลินิวส์ วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน 2561


โพสเมื่อ : 23 พ.ย. 61   อ่าน 288 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
สมศ.ชี้ 14 ปีคุณภาพการศึกษายังไม่ดีขึ้น พบสามปัญหาเรื่องตัวบุคคลากรในโรงเรียน
12 ธ.ค. 57 | อ่าน 460 ครั้ง
นายกฯ คลอด ม.44 แก้ปัญหาขัดแย้งตั้ง "อกศจ." ไม่ลงตัว
14 ก.ค. 59 | อ่าน 492 ครั้ง
เด็กไทยเจ๋งคว้า 6 ทอง 2 เงิน 9 ทองแดง แข่งขันฝีมือแรงงานที่มาเลย์
29 ก.ย. 59 | อ่าน 274 ครั้ง
’เกณฑ์เชิงประจักษ์’ต้องประเมินก.ค.ศ.แก้กม.ยกฐานะ’นิติบุคคล’
12 ต.ค. 54 | อ่าน 52007 ครั้ง
โปรดเกล้าฯ ศาสตราจารย์ใหม่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2 ราย
23 ก.ย. 58 | อ่าน 381 ครั้ง
ครม.เคาะยุบรวม2สถาบันตั้งมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์
20 ธ.ค. 54 | อ่าน 72770 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.