Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


สมศ.ดีเดย์ มิ.ย.54 ประเมินรอบ 3 - ส่งคู่มือเตรียมพร้อมถึงสถานศึกษา พ.ย.นี้



สมศ.ดีเดย์ มิ.ย.54 ประเมินรอบ 3 - ส่งคู่มือเตรียมพร้อมถึงสถานศึกษา พ.ย.นี้

สมศ.ประกาศตัวบ่งชี้ประเมินภายนอกรอบ 3 ดีเดย์ทุกระดับมิ.ย.54 เริ่มปีแรก ปฐมวัย-ขั้นพื้นฐาน 5 พันแห่ง อาชีวศึกษา 70 แห่ง อุดมศึกษา 330 คณะ ผอ.สมศ. ส่งคู่มือสู่สถานศึกษาเตรียมพร้อมรับการประเมินภายใน พ.ย.นี้
วานนี้(5 ต.ค.) ดร.ชิงชัย หาญเจนลักษณ์ ประธานกรรมการบริหารสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการบริหาร สมศ.ได้ให้ความเห็นชอบเกณฑ์การประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 3 (พ.ศ.2554-2558) ซึ่งจะเริ่มประเมินสถานศึกษาทุกระดับในเดือน มิ.ย. 2554 โดยในปีแรก จะประเมินสถานศึกษาระดับการศึกษาปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 5,000 แห่ง ระดับอาชีวศึกษา 70 แห่ง และระดับอุดมศึกษา ประเมินเป็นรายคณะจำนวน 330 คณะ ทั้งนี้หลักเกณฑ์ในการประเมินทุกระดับ จะมี 3 องค์ประกอบ คือ ตัวบ่งชี้พื้นฐาน ตัวบ่งชี้อัตลักษณ์และตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม
นายสมนึก พิมลเสถียร ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า กรอบการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 3 ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะมี 12 ตัวบ่งชี้ จำแนกเป็น 9 ตัวบ่งชี้พื้นฐาน ได้แก่ ผู้เรียนมีคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์, มีสุขภาพกายและจิตที่ดี, ใฝ่รู้และเรียนรู้ด้วยตนเอง, คิดเป็น ทำเป็น, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, ผลลัพธ์ทางการเรียน, มีการศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพตามศักยภาพ,การเรียนการสอนเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ, ประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการพัฒนาสถานศึกษา และพัฒนาการของการประกันคุณภาพภายในเป็นไปตามกฎกระทรวง, 1 ตัวบ่งชี้อัตลักษณ์ คือ พัฒนาสถานศึกษาบรรลุเป้าหมายของการจัดตั้งสถานศึกษา และ 2 ตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม ได้แก่ ผลการส่งเสริมเพื่อพัฒนาสถานศึกษาโดยการกำหนดมาตรการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผลการส่งเสริมการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะชีวิตที่ดี มีภูมิคุ้มกัน เพื่อการเป็นพลเมืองที่มีคุณค่าของสังคม ส่วนร่างกรอบการประเมินระดับปฐมวัย 2-5 ปี ซึ่งในปี 2554 เป็นปีแรกที่มีการประเมินนั้น ในเร็วๆ นี้ สมศ.จะนำร่างดังกล่าวหารือกับผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นที่ยอมรับร่วมกันและนำไปประเมินคุณภาพภายนอกต่อไป
ศ.ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ(มจพ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาด้านการอาชีวศึกษา กล่าวว่า ระดับอาชีวะจะมี 18 ตัวบ่งชี้ ดังนี้ 13 ตัวบ่งชี้พื้นฐาน ได้แก่ 1.ผู้สำเร็จการศึกษาได้งานทำหรือประกอบอาชีพอิสระภายใน 1 ปี,มีความรู้และทักษะ,ผ่านการทดสอบมาตรฐานทางวิชาชีพ,ลงานที่เป็นโครงงานทางวิชาชีพหรือสิ่งประดิษฐ์ของผู้เรียนได้นำไปใช้ประโยชน์,ผลงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ของครูได้นำไปใช้ประโยชน์,ความสำเร็จในการให้บริการวิชาการ/วิชาชีพที่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะของผู้เรียน,ผู้เรียนได้ฝึกทักษะจากประสบการณ์จริง,ความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการและผู้บริหารสถานศึกษา,ความสำเร็จในการใช้ระบบฐานข้อมูลสารสนเทศ,ความสำเร็จในการพัฒนาครูและบุคลากร,ความสำเร็จในการบริหารความเสี่ยง,ความสำเร็จในการสร้างการมีส่วนร่วมในการประกันคุณภาพ และการพัฒนาสถานศึกษาจากผลการประเมินคุณภาพภายใน, 1.ตัวบ่งชี้อัตลักษณ์ คือ ความสำเร็จในการดำเนินงานตามจุดเน้นของสถานศึกษา และ 4 ตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม ได้แก่ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน, ครู, สถานศึกษา ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ และการสร้างการมีส่วนร่วมและการขยายโอกาสทางการศึกษา
ขณะที่ ศ.ดร.ปรัชญา เวสารัชช์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา กล่าวว่า ระดับอุดมศึกษา มี 18 ตัวบ่งชี้ ดังนี้ 15 ตัวบ่งชี้พื้นฐาน ได้แก่ บัณฑิตปริญญา(ป.)ตรีได้งานทำหรือประกอบอาชีพอิสระภายใน 1 ปี,บัณฑิตป.ตรี โทและเอกมีคุณภาพตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิอุดมศึกษาแห่งชาติ,ผลงานของป.โทได้ตีพิมพ์หรือเผยแพร่,ผลงานของป.เอกได้ตีพิมพ์หรือเผยแพร่, งานวิจัยได้ตีพิมพ์หรือเผยแพร่,งานวิจัยได้นำไปใช้ประโยชน์,ผลงานวิชาการที่ได้รับการรับรองคุณภาพ,ผลการนำความรู้และประสบการณ์นำมาใช้ในการสอนหรือการวิจัย,ผลการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน,สนับสนุนศิลปะและวัฒนธรรม,พัฒนาสุนทรียภาพในมิติทางศิลปะและวัฒนธรรม,ปฏิบัติตามสภาสถาบัน,ปฏิบัติตามผู้บริหารสถาบัน,การพัฒนาคณาจารย์,ผลประเมินการประกันคุณภาพภายในรับรองโดยต้นสังกัด, 2 ตัวบ่งชี้อัตลักษณ์ ได้แก่ ผลการพัฒนาบรรลุตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งสถาบัน และผลการพัฒนาตามจุดเน้นและจุดเด่นของสถาบัน และ 1 ตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม คือ ผลการชี้นำและ/หรือแก้ปัญหาสังคม
ศ.ดร.ปรัชญา กล่าวด้วยว่า ในการประเมินรอบ 3 นี้จะไม่ประเมินเป็นกลุ่มสาขา แต่จะประเมินสถาบัน คณะ การจัดการศึกษานอกที่ตั้งหรือวิทยาเขต ซึ่งในเบื้องต้นบอร์ด กพอ. เห็นว่าถ้าผลการประเมินการจัดการศึกษนอกที่ตั้งที่จัดโดยคณะ ไม่ผ่านการประเมิน ก็จะส่งผลให้คณะไม่ผ่านการประเมินด้วย และในกรณีที่มหาวิทยาลัยไปจัดการศึกษานอกที่ตั้งโดยไม่ผูกพันกับคณะ ไม่ว่าจะเป็นกี่ศูนย์หรือกี่สถานีบริการทางวิชาการ อาทิ 70-80 แห่ง ถ้าไม่ผ่านเพียงแห่งเดียว ก็จะส่งผลให้มหาวิทยาลัยตกการประเมินไปด้วย ซึ่งการประเมินจะประเมินเฉพาะศูนย์ฯที่คณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) รับทราบซึ่งมีอยู่ประมาณ 1,000 กว่าแห่ง ส่วนที่กกอ.ไม่รับทราบ จะถือว่าเป็นศูนย์เถื่อนที่อาจจะส่งผลให้สถาบันไม่ได้รับรองการประเมินภายนอกเช่นกัน และอาจส่งผลให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ยุบศูนย์นั้นๆ แต่ทั้งนี้ตนจะนำเรื่องดังกล่าว เสนอต่อที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) เพื่อรับทราบต่อไป
ด้าน ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผอ.สมศ. กล่าวว่า เนื่องจากเป็นการปรับเปลี่ยนระบบการประเมินในรอบใหม่ ระหว่างนี้ สมศ.จะจัดทำคู่มือและส่งให้สถานศึกษาภายในเดือน ต.ค.-พ.ย.นี้ เพื่อรับทราบและเตรียมความพร้อมรับการประเมิน

Source - ASTV ผู้จัดการออนไลน์ (Th)

โพสเมื่อ : 06 ต.ค. 53   อ่าน 11121 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ผู้บริหารต้องรับผิดชอบคะแนนโอเน็ตต่ำ
25 เม.ย. 61 | อ่าน 1381 ครั้ง
กยศ. นัดชำระหนี้ 5 ก.ค. ส่งต่อโอกาสรุ่นน้อง
16 มิ.ย. 59 | อ่าน 448 ครั้ง
ผอ.หาดใหญ่วิทยาลัยลั่นไร้แป๊ะเจี๊ยะ ช่วย ’53 นักเรียน’ เข้าม.4 ประสานร.ร.เครือข่ายรับ ยั
14 พ.ค. 55 | อ่าน 1172 ครั้ง
มธบ.ร่วมเอกชน สร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน ยุคธุรกิจดิจิทัล
10 มี.ค. 62 | อ่าน 690 ครั้ง
ก.ค.ศ.ประกาศรับรองวุฒิคอมพิวเตอร์มรธ.
31 ส.ค. 54 | อ่าน 69529 ครั้ง
รัฐบาลไทยเชื่อศัพท์โจ๋ไม่ทำให้วิบัติ
30 ก.ค. 56 | อ่าน 796 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.