Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


สกศ.ชงยุทธศาสตร์ปั้นคนดิจิตอล 4.0



สภาการศึกษาเสนอยุทธศาสตร์ปั้นคนดิจิตอล 4.0บูรณาการอาชีวะ-อุดมศึกษาตอบโจทย์ประเทศ

วันนี้ (29พ.ย.) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดการประชุม “สภาการศึกษาเสวนา (OEC Forum)” ครั้งที่ 12เรื่อง บทบาทการศึกษากับการก้าวสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สกศ. ได้นำเสนอยุทธศาสตร์การศึกษาเพื่อพัฒนากำลังคนสู่ประเทศไทย 4.0เพื่อชี้นำกระบวนการก้าวผ่านประเทศไทยจากยุค 3.0 ไปสู่ยุค 4.0โดยก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง ลดความเหลื่อมล้ำ และลดการใช้ทรัพยากรฟุ่มเฟือย หันมาสร้างความมั่นคงผ่าน การบ่มเพาะธุรกิจ ด้านเทคโนโลยี การออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ และพัฒนาทักษะและงานใหม่ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตส่งเสริมและสนับสนุนให้ธุรกิจขนาดย่อม(SMEs)เข้มแข็ง และสามารถแข่งขันในเวทีโลกการยกระดับขีดความสามารถ การเสริมสร้างทักษะและการเติมเต็มศักยภาพของประชาชนให้ทันกับพลวัตการเปลี่ยนแปลงจากภายนอก และปรับแนวคิดจากเดิมที่คำนึงถึงความได้เปรียบเรื่องต้นทุน เป็นการคำนึงถึงประโยชน์ที่ได้จากการลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นทั้งระบบ

ดร.กมล รอดคล้าย กล่าวว่า สกศ. จัดทำข้อเสนอการศึกษาเพื่อพัฒนากำลังคนสู่ประเทศไทย 4.0ระยะเร่งด่วน 1-3 ปี ที่สามารถดำเนินการได้ทันที และสอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2574ประกอบด้วย 1.เสริมสร้างศักยภาพผู้มีความสามารถพิเศษ โดยเร่งรวบรวม จัดระบบข้อมูลผู้มีความสามารถ พิเศษ อบรม พัฒนาขีดความสามารถขั้นสูง มอบหมายโครงงานสร้างนวัตกรรมตามความต้องการของประเทศ 2.พัฒนากำลังคนระดับอาชีวศึกษา คัดเลือกสถาบันอาชีวศึกษาที่มีความพร้อมเปิดสอนหลักสูตรที่ตรงกับความต้องการของประเทศ เน้นการเรียนรู้ที่นำไปสู่การเป็นผู้ประกอบการและผู้ปฏิบัติงานรองรับอุตสาหกรรมอนาคต หรือ New S-curve ที่เป็นฐานผลิตใหม่ของประเทศ พัฒนาองค์ความรู้กับหน่วยงานหรือผู้ประกอบการทุกประเภท และ 3.สร้างระบบวิจัยและพัฒนา ต่อยอดสู่ระดับอุดมศึกษา โดยมอบหมายภารกิจให้มหาวิทยาลัยที่มีความพร้อม และ มีความเชี่ยวชาญในแต่ละพื้นที่ รับผิดชอบการผลิตบัณฑิตสอดรับทิศทางการพัฒนาสู่ประเทศไทย 4.0จัดระบบสนับสนุนทุนการศึกษา งบประมาณ เชื่อมโยงกับภาคธุรกิจและภาคการผลิตที่มีนวัตกรรมขั้นสูง รวมถึงส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาโดยรัฐและเอกชนร่วมลงทุนสนับสนุนโครงการวิจัยที่สร้างนวัตกรรมที่สอดคล้องทิศทางการพัฒนาประเทศให้พ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลางสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้ว

“นอกจากนี้แล้ว ยังคงต้องพัฒนากำลังแรงงานปัจจุบันให้มีทักษะแห่งอนาคตที่เข้มแข็ง ตลอดจนควรเพิ่มความสำคัญกลุ่มผู้สูงอายุที่เกษียณอายุแล้ว แต่ยังมีประสบการณ์สูงเป็นผู้ประกอบการ หรือเป็นคลังสมองเพื่อให้ความรู้แก่คนรุ่นหลังให้มีทักษะเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้นในการทำงาน ทั้งนี้ เพื่อพัฒนากำลังคนตรงตามความต้องการของประเทศ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีเพื่อรองรับอุตสาหกรรมอนาคต”เลขาธิการสภาการศึกษากล่าว

ด้าน ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า ทิศทางการพัฒนาการศึกษาที่ดี เป็นการสร้างจุดเปลี่ยนการพัฒนาประเทศในอนาคต ดังนั้น การปฏิรูปการศึกษาจึงจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อเตรียมคนไทย และยังต้องพัฒนาทักษะที่จำเป็นที่มากกว่าทักษะการเรียนพื้นฐานแบบเดิม โดยเน้นดึงจุดเด่นเฉพาะคนทันการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล สามารถใช้ประโยชน์จากความรู้และข้อมูลมหาศาลได้สอดรับและเชื่อมโยงกับการพัฒนาความเจริญของมนุษย์ หันมาพัฒนาทักษะที่มีความสำคัญมากกว่าเนื้อหา กระบวนการเรียนรู้มีความยืดหยุ่น ไม่ติดกรอบความคิดหรือหลักสูตร บูรณาการความรู้กับชีวิตได้ การใช้ประโยชน์ความรู้สำคัญกว่าใบปริญญา กระบวนการคิดสำคัญกว่าการท่องจำ เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาที่สำคัญกว่าการเรียนรู้ในห้อง


ขอบคุณที่มาจากเดลินิวส์ วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน 2559


โพสเมื่อ : 30 พ.ย. 59   อ่าน 279 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
’ไชยยศ’หวั่นมหา’ลัยปล่อยเกรด
22 พ.ย. 53 | อ่าน 8155 ครั้ง
มก.ประกาศตัวเป็นมหาลัยดิจิตอล
26 พ.ย. 58 | อ่าน 299 ครั้ง
กมธ.การศึกษาชงศธ. 7 แนวทางปฏิรูปศึกษา
27 ก.ย. 59 | อ่าน 226 ครั้ง
ปลัดมท.เซ็นคำสั่งแต่งตั้ง 83 รองผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วปท.
28 พ.ย. 57 | อ่าน 286 ครั้ง
เผยครูบอกต่อไม่ต้องใช้หนี้เงินกู้
30 ก.ย. 58 | อ่าน 452 ครั้ง
สทศ.จัดงานครบรอบ 9 ปี
30 ก.ค. 57 | อ่าน 398 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.