Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ภาษาอังกฤษไทยรั้งท้าย งบประมาณผิดจุด



ยิ่งใกล้เข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) มากเท่าไหร่ การเน้นย้ำให้คนไทยฝึกทักษะภาษาอังกฤษยิ่งเข้มข้นขึ้น แต่ดูเหมือนผลที่ออกมาจะยังไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าใดนัก

จากการจัดทำดัชนีความสามารถทางภาษาอังกฤษ ปี 2558 ของสถาบันภาษา เอดูเคชั่น เฟิร์ส (อีเอฟ) โดยประเมินจากประชากรอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 9.1 แสนคน ใน 70 ประเทศทั่วโลกที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ พบว่าไทยได้ 45.35 คะแนน คิดเป็นอันดับที่ 62 ของโลก ตกลงมาจากอันดับที่ 48 ในการสำรวจปี 2557

เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน พบว่าไทยอยู่อันดับ 5 จากประเทศที่ได้รับการสำรวจในอาเซียน 6 ประเทศ สูงกว่าประเทศเดียวคือ กัมพูชา

หากเปรียบเทียบให้ลึกลงไปพบว่าเกณฑ์คะแนนที่สิงคโปร์และมาเลเซีย ได้อยู่ในระดับสูง เวียดนามและอินโดนีเซียอยู่ในระดับกลาง ขณะที่ไทยและกัมพูชาอยู่ในระดับต่ำมาก

คะแนนของไทยยังถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลกพอสมควร เพราะค่าเฉลี่ยที่ทั่วโลกได้กันอยู่ที่ 52.74 คะแนน รวมถึงยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของเอเชียซึ่งได้ 53.21 คะแนน

เรื่องน่าสนใจคือ หากเปรียบเทียบการใช้งบประมาณด้านการศึกษาของภาครัฐในช่วงปี 2553-2556 ของไทยกับประเทศต่างๆ จะพบว่าไทยเป็นประเทศที่ใช้งบประมาณด้านการศึกษาถึง 31.30% ของงบประมาณภาครัฐทั้งหมด ขณะที่ค่าเฉลี่ยของโลกอยู่ที่เพียง 14.0% และค่าเฉลี่ยของทั้งเอเชียอยู่ที่ 14.5%

สะท้อนว่าแม้จะใช้งบประมาณด้านการศึกษามากกว่า แต่อาจมีการใช้งบประมาณที่ผิดทิศผิดทางและขาดประสิทธิภาพ ทักษะภาษาอังกฤษของคนไทยจึงยังไม่ดีขึ้น

รายงานระบุว่า เรื่องหนึ่งที่ทำ ให้ทักษะภาษาอังกฤษแตกต่างจากสินค้าต่างๆ คือ ความต้องการขายไม่เติบโตตามความต้องการซื้อ สังเกตว่าสินค้า เช่น ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ เมื่อมีความต้องการซื้อเติบโตขึ้น ก็มีความต้องการขายตามมา ในทางตรงกันข้าม แม้ตลาดแรงงานของโลกจะต้องการคนที่มีทักษะภาษาอังกฤษมากขึ้น แต่จำนวนผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษได้กลับไม่เพิ่มขึ้นตามในอัตราเดียวกัน

รายงานแนะนำว่า ประเทศต่างๆ ที่ต้องการฝึกทักษะภาษาอังกฤษให้แก่บุคลากรในประเทศจำเป็นต้องฝึกทักษะการ สื่อสารที่ใช้ได้จริงตั้งแต่วันแรกของการเรียนการสอน การใช้ครุศาสตร์แบบท่องจำเหนือการสื่อสารนั้น ถือเป็นการสอนที่อยู่นอกกระแสและขาดประสิทธิภาพ ต้องลงทุนฝึกทักษะครูภาษาอังกฤษให้สามารถสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร

นอกจากนี้ ยังอาจต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของคนวัยทำงานมากขึ้น ลงทุนด้านเทคโนโลยี การเรียนภาษาอังกฤษผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อเป็นตัวเลือกให้แก่คนวัยทำงาน ที่สำคัญต้องพัฒนาเครื่องมือประเมินผลภาษาอังกฤษที่มีประสิทธิภาพ

ล่าสุด กระทรวงศึกษาธิการของไทยตระหนักแล้วว่าครูภาษาอังกฤษชาวไทยที่สื่อสารภาษา อังกฤษได้ดีมีเพียง 6% เท่านั้น จึงมีนโยบายฝึกทักษะครูภาษาอังกฤษในโรงเรียนรัฐบาลจำนวน 500 คน จากจำนวน 4.3 หมื่นคน เพื่อติวเข้มการพูด การเขียน และเทคนิคการสอน ถือเป็นการเดินถูกทางเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ปัญหาระยะสั้นยังคงรออยู่ตรงหน้า ไทยกำลังจะเข้าสู่เออีซีในอีกเพียงไม่กี่สิบวันข้างหน้า ไทยจะมีความต้องการผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษได้เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับทั้งการลงทุนที่จะเข้ามาในไทย และรองรับนักลงทุนไทยที่จะส่งคนไทยออกไปทำงานบริษัทลูกในอาเซียน นโยบายการลดจำนวนครูภาษาอังกฤษชาวต่างชาติ จึงยังไม่ใช่เรื่องที่สมควรดำเนินการในระยะสั้น

ปีงบประมาณ 2559 กระทรวงศึกษาธิการได้รับงบประมาณไปรวมทั้งสิ้น 5.17 แสนล้านบาท สูงกว่าในปีงบประมาณ 2556 ที่ได้ไป 4.6 แสนล้านบาท และปีงบประมาณ 2553 ซึ่งได้ไป 3.46 แสนล้านบาท อย่างชัดเจน นั่นหมายถึงว่าในปีงบประมาณล่าสุดนี้ ไทยได้รับ งบประมาณสูงขึ้นจากช่วงที่อีเอฟเคยสำรวจไว้ด้วย

เมื่อใช้งบประมาณมากขึ้น ย่อมมีความคาดหวังถึงคุณภาพการศึกษาที่สูงขึ้น ภาครัฐของไทยจำเป็นต้องวางแผนและกำหนดเป้าหมายทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวกันใหม่ให้ชัดเจน เพื่อให้การใช้งบประมาณด้านการศึกษาต่อจากนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บุคลากรไทยพร้อมรับมือยุคเออีซี

 

 

ที่มา โพสต์ทูเดย์ วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558


โพสเมื่อ : 17 พ.ย. 58   อ่าน 500 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ปปช.ตั้งอนุฯสอบอดีตบิ๊กสกสค.ทุจริต
15 พ.ค. 58 | อ่าน 578 ครั้ง
เกณฑ์ใหม่! ประเมิน "ผอ.ร.ร." ไม่ผ่านปีแรก ลดสถานะเป็นครู
05 ก.ย. 59 | อ่าน 476 ครั้ง
ศธ.ขอ4แสนล้านผุด20โครงการสั่งกศน.ลุยสอนอาชีพชาวบ้าน
07 ก.ย. 54 | อ่าน 52204 ครั้ง
เร่งกระจายอำนาจการศึกษาสู่ท้องถิ่น ชี้ถูกออกแบบมานาน ทำให้ล้าสมัย
01 ธ.ค. 57 | อ่าน 396 ครั้ง
มอบ "กำจร"-กกอ.สางปัญหาร้องเรียน
02 ต.ค. 57 | อ่าน 1906 ครั้ง
ใช้ "ม.44"-คสช.ปฏิรูปศธ. แยกกรมวิชาการออกจาก สพฐ.
05 ม.ค. 59 | อ่าน 475 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.