Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


บุกยื่นขอพักหนี้ขรก.10ปี ศธ.เล็งแก้ระเบียบค้ำเงินกู้



ปลัด ศธ.เผยครูถูกออมสินฟ้องค้างชำระหนี้แล้วกว่าพันราย เตือน กศน.รับรองเงินเดือนเท็จมีความผิด เล็งแก้ระเบียบค้ำประกัน คนค้ำต้องเงินเดือนสูงกว่า

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าว กรณีที่มีข่าวว่าธนาคารออมสินได้ทยอยฟ้องครูที่ค้างชำระหนี้เป็นเวลา 3 งวดติดต่อกันแล้ว ว่า เท่าที่ทราบขณะนี้มีครูที่ค้างชำระหนี้และถูกธนาคารออมสินดำเนินการฟ้องร้อง ไปแล้วประมาณ 1 พันกว่าราย ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างหนี้ ส่วนตัวเลขผู้ที่กำลังจะถูกฟ้องทั้งหมดจะเป็นเท่าไรนั้น ต้องรอข้อมูลจากทางธนาคารออมสิน จะมีการหารือร่วมกันอีกรอบในปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ ส่วนครูที่ถูกฟ้องร้องจะถึงขั้นต้องออกจากราชการหรือไม่นั้น เรื่องนี้คงต้องหารือร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะแม้กฎหมายจะกำหนดไว้ว่าผู้ถูกฟ้องร้องจะถือว่าผิดวินัยราชการด้วย แต่ก็ยังมีช่องว่างให้อยู่ในดุลพินิจ สามารถพิจารณาช่วยเหลือได้ ยกเว้นผู้ถูกฟ้องจนล้มละลาย ส่วนกรณีที่มีข่าวว่ามีการปลอมสลิปตกแต่งบัญชีเพื่อให้ครูมีเงินเดือนเหลือ พอจะกู้ได้นั้น ที่ผ่านมาได้ออกนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดอย่างสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ว่าในการรับรองเงินเดือนให้กับครูในสังกัด ผู้บังคับบัญชาจะต้องพิจารณาแล้วว่าเป็นข้อมูลจริง หากเป็นการรับรองที่เป็นเท็จ ผู้บังคับบัญชาจะมีความผิดด้วย อีกประเด็นที่เป็นปัญหาคือการค้ำประกัน ซึ่งปัจจุบันเป็นการค้ำกันไปมา ซึ่งไม่ถูกต้อง โดยหลักการแล้วคนค้ำควรจะมีเงินเดือนสูงกว่าคนกู้ ดังนั้นจะเสนอให้ สกสค.ปรับแก้ระเบียบการค้ำประกัน ให้คนที่ค้ำประกันมีเงินเดือนสูงกว่าคนกู้ เพราะถ้ากำหนดเช่นนี้ คนที่กู้ไปแล้วก็จะวนกลับมาค้ำไม่ได้ เพราะจะต้องมีเงินเดือนเหลือสูงกว่าผู้กู้ เพื่อให้ปล่อยกู้ได้ยากขึ้นด้วย

นพ.กำจรกล่าวว่า นอกจากนั้นในส่วนของการปล่อยกู้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้ฌาปนกิจสงเคราะห์ ช่วยเหลือเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ในสมัย พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย อดีต รมว.ศธ. ได้ให้ชะลอการปล่อยกู้ไปก่อนนั้น คงต้องกลับมาทบทวน เพราะการปล่อยกู้มีทั้งข้อดีข้อเสีย อาจจะมีครูที่มีความจำเป็น หากไปกู้ธนาคารก็อาจต้องเสียดอกเบี้ยสูง ดังนั้นจึงอาจไม่ปิดประตูทั้งหมด แต่การพิจารณาปล่อยกู้จะต้องมีหลักเกณฑ์ยากขึ้น รวมถึงต้องดูจำนวนวงเงินกู้ที่เหมาะสม

นายประมวล ปิ่นมาศ นายกเทศบาลตำบลสามง่าม จ.พิจิตร อดีตผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า กรณีรัฐบาลมีนโยบายจะมาช่วยแก้หนี้ครู ถือว่าเป็นเรื่องดี แต่ก็สามารถแก้ได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น แก้ไม่ได้ทั้งหมดทุกเรื่อง เพราะว่าครูมีหนี้สินมากและหลายแห่ง ครูเองไม่ใช่คนรวย ครูส่วนใหญ่ก็เป็นลูกชาวนา ลูกชาวบ้านธรรมดามาจากฐานะยากจน ดังนั้นครูจึงจำเป็นต้องกู้เงินสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเพื่อส่งลูกเรียน ลงทุนด้านธุรกิจ หรือสร้างบ้าน ซื้อรถ สร้างฐานะตนเองให้ดีขึ้น นอกจากนี้ครูเองก็จะต้องรู้ตัวเองด้วยว่าควรกู้แบบต้องส่งได้ ไม่ใช่มีอะไรก็กู้หมด จะกลายเป็นหนี้สินพอกหางหมู เป็นหนี้ไม่มีวันสิ้นสุด อยากเสนอแนะแก้หนี้ให้ครู ควรให้กู้น้อยลง อย่าให้กู้มาก เพราะจะมีหนี้มากจนไม่มีเงินใช้หนี้ และครูเองก็ต้องมีวินัย ดูศักยภาพของตัวเอง พยายามลดหนี้สินตัวเอง

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ออมสินขอทำตามแนวทางเดิมที่ออกมาก่อนหน้านี้ ที่กำหนดไว้ 4 แนวทาง คือ 1.กลุ่มที่อยู่ในขั้นวิกฤต ได้แก่ ลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างการถูกฟ้อง ถูกดำเนินคดี หรือถูกบังคับคดี ขาดความสามารถในการชำระหนี้จากสาเหตุที่จำเป็น หรือเป็นลูกหนี้ที่มีทรัพย์สินน้อยกว่าหนี้สิน โดยธนาคารจะชะลอการฟ้องร้องดำเนินคดีหรือบังคับคดีไม่เกิน 3 ปี (มีระยะเวลาฟ้องคดีเหลือไม่น้อยกว่า 2 ปี) พักชำระดอกเบี้ยไม่เกิน 3 ปี แต่ให้ชำระหนี้เงินต้น เมื่อครบ 3 ปี ให้นำดอกเบี้ยที่พักไว้เฉลี่ยจ่ายคืนรวมกับเงินงวดต่อไป

นายชาติชายกล่าวว่า 2.กลุ่มลูกหนี้ใกล้วิกฤต ได้แก่ ลูกหนี้ที่มีหนี้ค้างชำระเกินกว่า 12 งวดติดต่อกัน (ก่อนวันที่ 1 มิถุนายน 2558) ซึ่งธนาคารจะให้พักชำระดอกเบี้ยไม่เกินครึ่งหนึ่ง เป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี แต่ให้ชำระหนี้ เงินต้นและดอกเบี้ยส่วนที่เหลือ หลังจากนั้นเมื่อครบ 2 ปี ให้นำดอกเบี้ยที่พักไว้เฉลี่ยจ่ายคืนรวมกับเงินงวดต่อไป กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มลูกหนี้ที่มีหนี้ค้างชำระไม่เกิน 12 งวดติดต่อกัน สามารถปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามมาตรการของธนาคารออมสิน และกลุ่มที่ 4 ลูกหนี้ปกติ คือลูกหนี้ที่ยังไม่ได้ผิดนัดชำระ และสามารถบริหารจัดการหนี้ได้ ธนาคารให้พักชำระเงินต้นไม่เกิน 2 ปี แต่ให้ชำระดอกเบี้ย

นายชาติชายกล่าวว่า ทั้งนี้ ออมสินเปิดให้ครูมาลงทะเบียนเพื่อเข้า 4 แนวทางถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2558 พบว่ามีลงทะเบียนประมาณ 4.5 หมื่นราย มูลหนี้ 7 หมื่นล้านบาท และขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตามมาตราทั้ง 4 แนวทางข้างต้น ส่วนกรณีข้อเสนอให้ออมสินลดดอกเบี้ยลงเหลือ 1-2% นั้นคงเป็นไปไม่ได้ แต่หากรัฐบาลเข้ามาช่วยด้วยการจ่ายดอกเบี้ยให้ก็คงสามารถทำได้ โดยครูที่เป็นหนี้อยู่กับออมสินมีจำนวนกว่า 4 แสนราย มีหนี้กับออมสินรวม 4.7 แสนล้านบาท ออมสินคิดดอกเบี้ย 5-6% ต่อปี ถือว่าถูกที่สุดแล้วสำหรับการให้กู้ประเภทสินเชื่อบุคคล จากปกติหากกู้กับธนาคารพาณิชย์เสียดอกเบี้ยในอัตรา 28%

เมื่อถามว่า จะมีการโอนหนี้ทั้งหมดของครู 1.2 ล้านล้านบาทมาอยู่กับออมสิน นายชาติชายกล่าวว่า คงเป็นไปไม่ได้ และยังไม่ได้มีการหารือในเรื่องนี้ ซึ่งการเข้าไปหารือกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีก่อนหน้านี้ คือไปรายงานว่าออมสินทำอะไรไปบ้าง ซึ่งเป็น 4 แนวทางดังกล่าว โดยยังไม่ได้มีโครงการใหม่ๆ ออกมา

ที่ จ.อุบลราชธานี นายประจิณ ฐานังกรณ์ ประธานสภาลูกหนี้กู้วิกฤตชาติ พร้อมสมาชิกเข้ายื่นหนังสือสนับสนุนโครงการโรงพยาบาลรักษาหนี้ที่ศูนย์ดำรง ธรรม ศาลากลางจังหวัดโดยมี พ.อ.อ.ชำเรือง พุฒิพรหม หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุบลราชธานี เป็นผู้รับเรื่อง

นายประจิณกล่าวว่า ขณะนี้ข้าราชการทุกหมู่เหล่าเป็นหนี้สินกันมากถึงขั้นฆ่าตัวตายเพราะว่าหา ทางออกไม่ได้ และโครงการแก้ปัญหาหนี้ต่างๆ รัฐบาลยื่นมือเข้ามาช่วยแก้ปัญหาหนี้ให้กับประชาชน ส่วนใหญ่โครงการนั้นๆ เป็นโครงการที่เกิดจากรัฐบาลไปปรึกษาจากเจ้าหนี้สถาบันการเงิน ดังนั้นโครงการที่ออกมาจึงไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับลูกหนี้ได้ ในนามของประธานกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้ตามคำสั่งกระทรวงการคลัง ที่ 666/2554 ได้เขียนโครงการโรงพยาบาลรักษาหนี้ เพื่อให้เป็นการรักษาหนี้แบบยั่งยืน และโครงการนี้ได้ประโยชน์กับทุกฝ่าย ทั้งลูกหนี้ เจ้าหนี้ และรัฐบาล มีแนวทางการดำเนินการพักชำระหนี้เป็นเวลา 10 ปี ให้ลูกหนี้ได้เข้าเป็นสมาชิกกับสภาลูกหนี้กู้วิกฤตชาติยื่นเรื่องเข้า โครงการและให้ทางรัฐบาลเป็นผู้ดูแลเรื่องดอกเบี้ย สมาชิกจะต้องเอาหลักทรัพย์มาค้ำประกันแทน หลักทรัพย์ที่นำมาค้ำประกันหนี้จะมีราคาสูงกว่าหนี้อยู่แล้ว รัฐบาลจะไม่ขาดทุนเนื่องจากมีหลักทรัพย์ค้ำประกันอยู่แล้ว

ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุทัยธานี นางทัศนีย์ ใจการุณ ประธานคณะกรรมการสภาลูกหนี้กู้วิกฤตชาติ จ.อุทัยธานี พร้อมด้วยคณะข้าราชการครูในพื้นที่ จ.อุทัยธานี รวมกว่า 50 ราย ร่วมกันยื่นหนังสือร้องทุกข์และหนังสือโครงการโรงพยาบาลรักษาหนี้กับศูนย์ ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณาการจัดตั้งโครงการโรงพยาบาลรักษาหนี้ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาหนี้ให้กับลูกหนี้แบบยั่งยืน

ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ นางณัฐภัสสร สกุลพาณิชนันท์ ประธานกลุ่มสภาลูกหนี้กู้วิกฤตชาติ จ.อุตรดิตถ์ พร้อมข้าราชการประจำ ข้าราชการบำนาญในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รวบรวมเอกสารหนี้สินของสมาชิกทั้งในระบบและนอกระบบ รวมทั้งสิ้น 231 ราย พร้อมหนี้ทั้งสิ้นกว่า 1,300 ล้านบาท ยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ ผ่านนายสุมิตร เกิดกล่ำ ปลัดจังหวัดอุตรดิตถ์ ในฐานะเลขานุการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อพักหนี้ให้กับสมาชิกทั้งต้นและดอกเป็นเวลา 10 ปี โดยไม่ต้องหักผ่านเงินเดือน โดยให้รัฐบาลออกตราสารหนี้รับซื้อเอาไว้ หากสมาชิกได้รับการพักหนี้แล้วจะส่งผลให้สมาชิกทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้นและ แข็งแรงขึ้น ทำให้เจ้าหนี้ทั้งในสถาบันการเงินและหนี้นอกระบบมีโอกาสได้รับหนี้สินคืน

 

ที่มา มติชน ฉบับวันที่ 12 พ.ย. 2558 (กรอบบ่าย)


โพสเมื่อ : 12 พ.ย. 58   อ่าน 293 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
มธ.ปั้นมหาบัณฑิตเกษตรอินทรีย์ ขยายเส้นทางสินค้าออร์แกนิกเติบโต
19 มิ.ย. 57 | อ่าน 324 ครั้ง
ศธ.จัดสถาปนา100ปีลูกเสือไทย
07 มิ.ย. 54 | อ่าน 41649 ครั้ง
ศธ.รับลูกเขียนกฎหมายบังคับรัฐจัดเรียนฟรี15ปี
12 พ.ค. 59 | อ่าน 494 ครั้ง
คอลัมน์: สถานีก.ค.ศ.: ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
25 เม.ย. 54 | อ่าน 53878 ครั้ง
สสวท.แจ้งรายชื่อครูที่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ “ครูแกนนำด้านการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีที่ส่งเสริมทักษะการคิดและแก้ปัญหา”
29 เม.ย. 62 | อ่าน 84 ครั้ง
แห่สมัครมรภ.สุราษฎร์ กว่า 4 พัน คณะ ’ครุศาสตร์’ ฮิตสุด - สอบข้อเขียน 25 มี.ค.
22 มี.ค. 56 | อ่าน 958 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.