Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ครม.พิจารณาหาตำแหน่งรบ.ให้ขรก.เอี่ยวทุจริต หวังจนท.ตรวจสอบไม่กดดัน



ครม.พิจารณาหาตำแหน่งรบ. ให้ขรก.เอี่ยวทุจริตที่รมต.ยุติธรรม ส่งรายชื่อมา เพื่อเปิดทางให้กระบวนการสอบสวน พร้อมวางมาตรการป้องกันการทุจริตในอนาคต

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน รายงานข่าวจากที่ประชุมครม.แจ้ง ว่า กรณีที่คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) โดยพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้รวบรวมบัญชีรายชื่อข้าราชการกว่าหนึ่งร้อยรายที่ส่อว่าทุจริต และส่งให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.พิจารณาตรวจสอบ

หากพบว่าการทุจริต กระทำผิด ในรายของข้าราชการระดับสูง จะปรับโยกมาประจำสำนักนายกฯ ที่เปิดอัตราพิเศษรองรับ เพื่อให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานเดิมตรวจสอบและทำงานโดยไม่ตกอยู่ในภาวะกดดัน ขณะที่ข้าราชการระดับกลางและเล็กที่ไม่น่ามีผลกับการตรวจสอบยังให้อยู่ สังกัดเดิม และให้ผู้บังคับบัญชาสอบสวนทั้งทางวินัยและแพ่งว่า กระทำการตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่

“ข้าราชการ ที่อยู่ในข่ายยังเป็นเพียงผู้ที่เชื่อได้ว่าน่าจะกระทำการดังกล่าว ยังไม่ถือว่าเป็นผู้กระทำความผิดจริง ต้องให้ผู้ถูกกล่าวหาพิสูจน์ตัวเอง และรอการสอบสวนดำเนินการ หากพบว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่ผิด ก็จะกลับไปอยู่ตำแหน่งเดิม หากพบว่าผิดจริงก็เป็นไปตามกระบวนการ” รายงานข่าวระบุ

รายงานข่าวระบุต่อไปอีกว่า ต่อไปจะมีการเสนอแก้ไขร่างกฎหมาย ที่ผ่านมาข้าราชการที่โดนตรวจสอบจากภาครัฐไม่ว่าจะเป็นป.ป.ท.หรือป.ป.ช. เมื่อเกิดกรณี ข้าราชการจะอยู่ในตำแหน่งเดิม อาจเกิดผลกับการตรวจสอบ ฉะนั้นต้องผลักดันให้มีการตรวจสอบทางวินัยคือ ยุติการปฏิบัติหน้าที่นั้นๆ ไว้ก่อนจนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้น

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ส่วนกรณีที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย จะจัดงานวันชาติสหรัฐฯ ที่ตรงกับวันที่ 4 กรกฎาคมของทุกปีนั้น และปีนี้เกิดเหตุผิดพลาดในการออกหัวจดหมายเชิญบุคคลไปร่วมงาน โดยมีการแบ่งฝ่ายบุคคลของไทยที่มีแนวคิดสนับสนุนความเชื่อทางการเมืองที่ ชัดเจน และน่าสังเกตว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะถูกเชิญและไปร่วมงานนี้หรือไม่นั้น ปรากฎว่าช่วงเวลาดังกล่าวนายกฯมีภารกิจเดินทางไปญี่ปุ่น แม้มีข้อสังเกตว่าสหรัฐฯจะไม่ส่งการ์ดเชิญให้ไปร่วมงาน แต่การประชุมวันนี้ครม.ไม่ได้หารือเรื่องนี้


รายงานข่าวแจ้งอีกว่า กระทรวงการคลังเสนอร่างกฎหมายการประมูลการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งเดิมใช้ระบบอี-อ๊อกชั่น โดยพบว่ากระบวนการนี้ใช้อิทธิพลในการฮั้วประมูล และจากนี้จะใช้ระบบ E-bidding (อี-บิด ดิ้ง) คือเปิดประมูลทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค ผู้ที่ร่วมประมูลก็ไม่ต้องเจอหน้ากัน ผู้ร่วมประมูลทั้งในประเทศ ต่างประเทศ หรือต่างจังหวัดจะร่วมประมูลได้แบบเท่าเทียม ไม่มีการฮั้วและไม่ต้องกลัวอิทธิพล ขณะเดียวกันจะมีการนำเสนอระบบ E-marketting (อี-มาร์เก็ตติ้ง) ซึ่งจะมีผลต่อการพิจารณาสั่งซื้อสินค้าจากกรมบัญชีกลาง หากเห็นว่าสินค้าชนิดใดมีคุณภาพ ราคาถูก ให้กรมบัญชีกลางเลือกมาใช้ได้เลย พอจะใช้จากที่ได้ลงทะเบียนไว้ได้เลย แต่การพิจารณาเลือกซื้อสินค้านั้นต้องมีคุณภาพ ราคาเหมาะสม 

 

 

ที่มา มติชนออนไลน์ วันที่ 24 มิถุนายน 2558


โพสเมื่อ : 24 มิ.ย. 58   อ่าน 354 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
พ.ร.บ.ทวงถามหนี้ เริ่มบังคับใช้ 2 ก.ย. ลูกหนี้เสี่ยงถูกเจ้าหนี้ฟ้องมากขึ้น
05 ต.ค. 58 | อ่าน 410 ครั้ง
กศน.เลย-อุดรปลื้มชาวบ้านเรียนม.6 จบ 8 เดือนทะลุเป้า
10 มิ.ย. 56 | อ่าน 499 ครั้ง
ชงนโยบายเร่งด่วนฟื้นฟูหลังภัยพิบัติกศน.วางแผนป้องกัน-เยียวยาครบวงจรทุกพื้นที่
04 พ.ย. 54 | อ่าน 65672 ครั้ง
เด็กป.3 ตกประเมินเอ็นทีภาษา 8.1 หมื่น สพป.ร้อยเอ็ด เขต 2 เฉลี่ยสูงสุดประเทศ
05 ส.ค. 56 | อ่าน 544 ครั้ง
ขับเคลื่อนหน่วยลูกเสืออาสา กกต.ศธ.จับมือกกต.เพื่อพัฒนาประชาธิปไตย
29 ก.ค. 57 | อ่าน 259 ครั้ง
ชี้เงินเดือนป.ตรี1.5หมื่นบาททำพิษเด็กอาชีวะเห่อเรียนปริญญาทำบัณฑิตตกงานมากขึ้น
02 ส.ค. 54 | อ่าน 25051 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.