Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


เผยผลสำรวจพยาบาลไทยเกือบ 50% เครียดจากทำงาน ต้องพึ่งยานอนหลับ-คุณภาพชีวิตต่ำ



เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ โครงการวิจัยสุขภาพและชีวิตการทำงานของพยาบาลไทย (TNCs) แถลงข่าว เรื่อง “ผลวิจัยคุณภาพชีวิตพยาบาล” เพื่อติดตามภาวะสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงในการทำงานของพยาบาล โดยดร.กฤษดา แสวงดี หัวหน้าโครงการวิจัยสุขภาพและชีวิตการทำงานของพยาบาลไทย กล่าวว่า จากการเก็บข้อมูลพยาบาลวิชาชีพทั่วประเทศ จำนวน 18,765 คน พบว่า พยาบาลมากกว่าครึ่งมีความเครียด โดย 45.5 % มีความเครียดจากการทำงานอยู่ในระดับสูง ประมาณ 1 ใน 3 มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ และ 8-10 % เคยใช้ยานอนหลับ ซึ่งปัจจัยเสี่ยงของความเครียดในการทำงาน คือลักษณะการทำงานเป็นเวรผลัดต่อเนื่องเป็นเวลานานมากกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน ทั้งนี้ ความเครียดจากการทำงานสูงมีความสัมพันธ์กับการบาดเจ็บ ถูกเข็มทิ่มตำ การบาดเจ็บจากของมีคม และเจ็บป่วยด้วยโรคกระดูกแลกล้ามเนื้อ



ดร.กฤษดา กล่าวต่อว่า สำหรับดัชนีคุณภาพชีวิต ด้านสุขภาพ พบว่าพยาบาลไทยอยู่ในระดับ 0.75 ซึ่งต่ำกว่าผู้หญิงไทยที่ประกอบอาชีพอื่นๆที่มีดัชนีอยู่ที่ 0.95 รวมถึง ต่ำกว่าในประเทศอังกฤษที่อยู่ที่ 0.85 และประเทศสวีเดนที่อยู่ที่ 0.83 โดยพยาบาลอายุน้อยจะมีคุณภาพชีวิตเนสุขภาพต่ำกว่าระดับอาวุโส ซึ่งสัมพันธ์กับความมั่นคงในการทำงาน ส่งผลให้มีการลาออกหรือเปลี่ยนอาชีพ เฉลี่ยอายุการทำงานในวิชาชีพเพียง 22.5 ปี นอกจากนี้ พบว่า ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา พยาบาลไทยประมาณ 1 ใน 5 เคยประสบความรุนแรงจากการทำงาน และตั้งใจที่จะออกจากงานภายใน 1-2 ปีหรือมากกว่า 2 ปีมากกว่าพยาบาลที่ไม่เคยประสบความรุนแรงจากการทำงาน




ดร.กฤษฎา กล่าวด้วยว่า ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการสร้างความปลอดภัยในการทำงานของพยาบาล ได้แก่ 1.ให้ความรู้เพื่อให้พยาบาลวิชาชีพและบุคลากรสหสาขาวิชาชีพด้านสุขภาพ ตระหนักถึงภาวะคุกคามต่อสุขภาพในสถานที่ทำงาน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ด้วยการบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของวิชาอาชีวอนามัยของหลักสูตรพยาบาลวิชาชีพไทย หรือเป็นส่วนหนึ่งในการปฐมนิเทศพยาบาลวิชาชีพจบใหม่ 2.การกระตุ้นให้หน่วยบริการคำนึงถึงการดำเนินโครงการสร้างเสริมสิ่งแวดล้อม ด้านบวก ครอบคลุมภาวะคุกคามสุขภาวะทุกประเภททั้งความรุนแรง ความเครียดในการทำงาน และมลภาวะที่เป็นพิษต่างๆ อาทิ การมีอัตรากำลังที่เพียงพอ การมีเครื่องมืออุปกรณ์และเครื่องมือป้องกันอย่างเพียงพอ เป็นต้น และ 3. ส่งเสริมให้มีการตรวจติดตามและประเมินผล โครงการสร้างเสริมสิ่งแวดล้อมด้านบวก และส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาวิจัยและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและ คุณภาพชีวิตของพยาบาลไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อการปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพพยาบาลไทย



รศ.ดร.จินตนา ยูนิพันธ์ นายกสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ความไม่ปลอดภัยในการทำงานและคุณภาพชีวิตที่ต่ำของพยาบาล อาจจะส่งผลกระทบต่อการดูแลคนไข้ได้ แม้พยาบาลจะพยายามอย่างเต็มที่ในการดูแลคนไข้แล้วก็ตาม ข้อเสนอเชิงนโยบายดังกล่าว จะพยายามผ่านทุกช่องทางที่สามารถดำเนินการได้ เพื่อให้การป้องกันและดูแลคุณภาพชีวิตของพยาบาล อีกทั้ง จะมีการประชุมสัมมนาพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อให้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นนำไปสู่แนวทางการแก้ปัญหา ระหว่างวันที่ 9-13 พฤศจิกายน 2558 โดยหวังจะผลักดันเรื่องความปลอดภัยในการทำงานของพยาบาลเป็นวาระแห่งชาติ ทั้งนี้ หากสภาพแวดล้อมในการทำงานไม่มีความปลอดภัยหรือคุณภาพชีวิตไม่ดี จะส่งผลต่อการรักษากำลังคนด้านพยาบาลให้อยู่ในระบบสาธารณสุข เสี่ยงกับการที่พยาบาลที่ยังมีอายุน้อยจะลาออกจากระบบในอีก 2 ปีข้างหน้า ในทางกลับกันหากสิ่งแวดล้อมในการทำงานปลอดภัยและมีความสุขในการทำงาน ก็จะสามารถดึงพยาบาลไว้ในระบบสาธารณสุขภาครัฐได้นาน


ที่มา ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 05 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558


โพสเมื่อ : 06 ก.พ. 58   อ่าน 650 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ผลการพิจารณาคุณสมบัติ ผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ/เชี่ยวชาญ ประกาศ ณ วันที่ 1
13 ธ.ค. 60 | อ่าน 574 ครั้ง
เผยเช็คเงินสด 2,100 ล.เบิกจ่ายไม่ได้จริง-สกสค.รอดูท่าทีบ.บิลเลี่ยนฯ หลังได้หนังสือทวงเงิน
06 มิ.ย. 58 | อ่าน 466 ครั้ง
ครม.เห็นชอบโยกซี 10 ศธ.นั่ง ‘ศึกษาธิการภาค’ 3 ราย
03 พ.ค. 60 | อ่าน 278 ครั้ง
ติวเข้ม 4 ภาษาอาเซียน เตรียมตัวเข้าประชาคม
06 ก.พ. 57 | อ่าน 1215 ครั้ง
สกอ.ตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนขายวุฒิปลอมแล้ว
18 ก.ค. 56 | อ่าน 637 ครั้ง
’ชัยพฤกษ์’หนักใจนร.อาชีวะออกกลางคันร้อยละ20-เล็งแก้
20 ธ.ค. 54 | อ่าน 21783 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.