Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


องค์กรครูจี้ กก.สรรหาคุรุสภา รับผิดชอบถูกสอบเรียกเงิน



เมื่อวันที่ 29 มกราคม นายประวิทย์ บึงไสย์ เลขาธิการสมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย (ส.ค.ท.) เปิดเผยว่า จากการประชุม ส.ค.ท. ประกอบด้วยองค์กรครู 4 ภูมิภาค เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมได้หารือประเด็นการปฏิรูปการศึกษาโดยได้รวบรวมข้อเสนอแนะจากทุกภาค ส่วน และได้ข้อสรุปว่า ในการปฏิรูปการศึกษาจะต้องเน้นคุณภาพ ผู้เรียน โดยผลสำเร็จของผู้เรียนไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการแก้ไขกฎหมายหรือการปรับโครง สร้างกระทรวงศึกษาธิการ และที่สำคัญควรต้องกำหนดให้มีหมวดที่ว่าด้วยการศึกษาในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในด้านการศึกษา

"ที่ผ่านมายังไม่มีการนำเสนอที่ชัดเจนว่าควรกำหนดให้มีหมวดการศึกษาในรัฐ ธรรมนูญ แต่ครั้งนี้องค์กรครูได้รับฟังความเห็นจากครูและผู้ที่อยู่ในแวดวงการศึกษา เห็นว่ามีความจำเป็นต้องกำหนดหมวดการศึกษาเป็นการเฉพาะ โดยเรื่องนี้ได้นำเสนอในเวทีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว ซึ่งเห็นด้วย และกำลังเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ต่อไป" นายประวิทย์กล่าว และว่า ที่ประชุม ยังหารือถึงปัญหาการคัดเลือกผู้แทนคุรุสภา ในคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา 169 เขต ที่คณะกรรมการคุรุสภา แจ้งว่าพบข้อพิรุธในการสรรหา จึงมีมติเปลี่ยนคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการสรรหาใหม่ และตั้งคณะกรรมการประมวลจริยธรรม ผู้ถูกกล่าวหาในเรื่องเรียกรับเงินนั้น ที่ประชุมได้มีมติมอบให้องค์กรครู 4 ภูมิภาคไปประสานกับผู้ถูกกล่าวหาให้แสดงความรับผิดชอบในเชิงจริยธรรม ส่วนการจะกดดันให้ต้อง ลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่นั้น อาจจะเป็น การก้าวล่วงต่อบุคคลเกินไป ขณะเดียวกัน ก็อยากให้คนที่ออกมาพูดหรือกดดันหยุดทำร้ายคุรุสภาได้แล้ว

ด้านนายสนอง ทาหอม ที่ปรึกษา ส.ค.ท. กล่าวว่า การปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ขออย่าแก้กฎหมายที่เป็นการปรับโครงสร้าง เพราะจะถอยหลังเข้าคลอง ควรพูดเรื่องคุณภาพที่ตกต่ำซึ่งเกิดจากปัญหาขาดแคลนครู ขาดงบประมาณ ไม่ใช่ขาดโครงสร้าง โรงเรียนขาดงบประมาณทำให้ต้องจัดผ้าป่าการศึกษาเพื่อขอรับความช่วยเหลือ นอกจากนี้สิ่งที่ทำลายคุณภาพการศึกษาและทำให้เด็กได้รับความเจ็บปวด คือ การที่ส่วนกลางแย่งกันจัดงาน การจัดประกวดหรือแข่งขันทักษะทางวิชาการต่างๆ ทำให้ครูทุ่มเทกับเด็กที่เป็นตัวแทนโรงเรียนเพียงไม่กี่คน ขณะที่เด็กส่วนใหญ่ถูกทอดทิ้ง ผลที่ออกมาคือคะแนนแบบทดสอบต่างๆ โดยเฉพาะแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ตกต่ำลง
 

 

ที่มา--มติชน ฉบับวันที่ 31 ม.ค. 2558 (กรอบบ่าย)


โพสเมื่อ : 30 ม.ค. 58   อ่าน 349 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
เตือน"ม.วิจัย"อย่ามุ่งเด่นลืมบัณฑิต
16 พ.ย. 53 | อ่าน 13808 ครั้ง
เกณฑ์ใหม่ล็อกผอ.-รองผอ.ลงรร.ขนาดเล็กก่อน
02 มี.ค. 59 | อ่าน 343 ครั้ง
‘รบ.’เดินหน้าโครงการเปลี่ยนโรงงานเป็นโรงเรียน พัฒนาครูผู้ช่วยแก้ปัญหาขาดแคลน
21 พ.ค. 60 | อ่าน 280 ครั้ง
สมศ.วอนวิเคราะห์ให้ดีก่อนชะลอประเมิน2ปี
11 มี.ค. 59 | อ่าน 256 ครั้ง
’เสริมศักดิ์’ผุดไอเดียขยายทุนหวย 2-3ทุน/อำเภอ-ส่งเด็กไทยเรียนต่อ
11 มี.ค. 56 | อ่าน 489 ครั้ง
มพ.เปิดศูนย์เรียนรู้การสกัดน้ำมันสมุนไพรแห่งแรกหวังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชน
18 มิ.ย. 57 | อ่าน 343 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.