Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


เสนอแนวทางปั้นแม่พิมพ์คุณภาพ



อนุกรรมการปฏิรูประบบผลิตครูฯ ชงปรับแนวทางผลิตครูต้องเน้นผลิตตามปริมาณที่ต้องการจริง และต้องปรับโครงสร้างหลักสูตรใหม่จาก 5 ปีจบปริญญาตรี เป็น 6 จบปริญญญญาโท พร้อมเสนอให้ สกอ.ทำหน้าที่ประสานงานผู้ผลิตกับผู้ใช้ครูเหมือนกรมการฝึกหัดครูในอดีต

วันนี้(24ก.ย.)รศ.ดร.มนตรี แย้มกสิกร คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ฐานะประธานคณะอนุกรรมการปฏิรูประบบผลิตและพัฒนาครูให้สอดคล้องกับความต้อง การของผู้ใช้ เปิดเผยว่า จาการประชุมคณะอนุกรรมการฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่า หากต้องการผลิตครูให้สอดคล้องกับปริมาณความต้องการครูและมีคุณภาพ ควรต้องดำเนินการในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ 1. ระบบการผลิตครูควรเป็นระบบกึ่งปิด ที่ผลิตครูตามจำนวนความต้องการของผู้ใช้ โดยผลิตเผื่อความต้องการครูของหน่วยงานอื่น ๆ ด้วย เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) เป็นต้น และ 2.ควรมีการปรับโครงสร้างหลักสูตรการผลิตครูใหม่ เพื่อให้เกิดความเสมอภาคและเท่าเทียมแก่ผู้เรียนสายครู

รศ.ดร.มนตรี กล่าวต่อไปว่า ที่เสนอให้มีการปรับโครงสร้างหลักสูตรครู คือ จากปัจจุบันที่หลักสูตรครูเป็นหลักสูตรปริญญาตรี 5ปี แต่ผู้ที่เรียนหลักสูตรนี้จะรู้สึกเสียเปรียบคนที่เรียนด้วยระบบ 4+1 คือ จบปริญญาตรีสาขาอื่นแล้วมาเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต(ป.บัณฑิต)ทาง การศึกษาแล้วสามารถนำรายวิชาที่เรียนไปเทียบโอนเพื่อเรียนต่อระดับปริญญาโท ได้ ขณะที่คนที่เรียนหลักสูตร 5 ปีกลับไม่สามารถนำบางรายวิชาไปเทียบโอนเพื่อเรียนต่อปริญญาโทได้ ดังนั้นทางคณะอนุกรรมการฯจึงเสนอว่าควรปรับโครงสร้างหลักสูตรครู 5 ปี เป็น 2+2+2 รวมเป็น 6 ปีจบระดับปริญญาโท โดยการเรียน2ปีแรกเป็นการเรียนเพื่อให้สอนได้ทุกกลุ่มสาระเมื่อเรียนจบภาค ทฤษฎีแล้วก็ให้ฝึกงานซึ่งจะอยู่ภายใน 2 ปีนั้น แล้วให้กลับมาเลือกเรียนเฉพาะวิชาเอกหรือวิชาเฉพาะและฝึกงานรวมเวลาอีก 2 ปี จากนั้นให้กลับมาเรียนอีก2 ปีเมื่อครบ 6 ปี ก็จะได้รับวุฒิการศึกษาเทียบเท่าระดับปริญญาโท ซึ่งวิธีนี้จะให้ความเป็นธรรมกับผู้เรียนครูโดยตรงมากกว่า

“นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีความเห็นด้วยว่า ควรนำอัตราเกษียณอายุราชการในแต่ละปีมากำหนดเป็นจำนวนรับผู้เข้าเรียนสายครู โดยรับประกันการมีงานทำให้ทุกคน ส่วนกรณีของครูอาชีวศึกษานั้นทางสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) จำเป็นต้องหารือกับฝ่ายผลิตโดยตรง เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาขาดครูผู้สอนสายอาชีพ ทั้งนี้ที่ประชุมจะสรุปประเด็นทั้งหมดเป็นข้อเสนอให้คณะกรรมการปฏิรูประบบ การผลิตและพัฒนาครูของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)พิจารณา เพื่อนำไปสู่แนวปฏิบัติในเร็วๆนี้”รศ.ดร.มนตรีกล่าวและว่า โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่าจุดอ่อนของระบบผลิตครูในประเทศไทย คือ การขาดหน่วยงานและผู้ประสานงานที่ดีระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ ดังนั้นอยากเสนอให้รัฐบาลพิจารณาออกกฎหมายและมอบอำนาจให้ สกอ.ทำหน้าที่เป็น ผู้กำกับ ดูแลและติดตามความต้องการของผู้ใช้อย่างแท้จริง เช่นเดียวกับกรมการฝึกหัดครูในอดีต ซึ่งหากมีผู้ประสานงานมีอำนาจชัดเจนก็จะแก้ปัญหาการผลิตครูทั้งระบบได้

 

 

ที่มา เดลินิวส์ วันพุธ 24 กันยายน 2557


โพสเมื่อ : 25 ก.ย. 57   อ่าน 419 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ประกาศแล้ว! ระเบียบศธ.ว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน ฉบับที่ 2 พ.ศ.2561 ชี้ การแต่งเครื่องแบบนร.ของสถานศึกษาพื้นที่วัด ให้เป็นตามข้อตกลง
14 มิ.ย. 61 | อ่าน 197 ครั้ง
ปทุมฯโผล่อีกสอนไม่เป็น 5ครูผู้ช่วย 3ใน5สอบได้ที่1ด้วย อันดับ 800 ก็ยังบรรจุ
16 มี.ค. 56 | อ่าน 909 ครั้ง
เชิญชวนนักเรียนระดับชั้น ม.ปลายทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมเข้าประกวดในโครงการ &qu
08 ก.ค. 57 | อ่าน 2953 ครั้ง
คุรุสภา ประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัล "หนึ่งแสนครูดี" ประจำปี 2558
29 ต.ค. 58 | อ่าน 441 ครั้ง
มสด.ตั้งศูนย์ติวอังกฤษ
10 ส.ค. 55 | อ่าน 802 ครั้ง
ยอดสมัครเออร์ลี่ฯ เกิน 2 พัน จี้รัฐแก้ขาดแคลนครูตรงจุด
09 ก.ค. 55 | อ่าน 1142 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.