Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


คสช.ล้มห้องเรียนอัจฉริยะเน้นใช้ไอซีทีหลากหลายสนองโรงเรียนรุกเติมเต็มสอนทางไกลผ่านดาวเทียม




      

คสช.ล้มห้องเรียนอัจฉริยะเน้นใช้ไอซีทีหลากหลายสนองโรงเรียนรุกเติมเต็มสอนทางไกลผ่านดาวเทียม


          เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม โรงแรมวาสิฐี จ.สุพรรณบุรี นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังเปิดอบรมการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมให้แก่ผู้บริหาร ครู และศึกษานิเทศก์ โดยมี พล.ท.สุรเชษฐ์ ชับวงศ์ รองหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน ว่าฝ่ายสังคมจิตวิทยาได้หารือกับทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เห็นว่าจะดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศต่อไป แต่จะไม่ปูพรมสร้างห้องสมาร์ทคลาสรูม หรือห้องเรียนอัจฉริยะ ให้โรงเรียนตามแผนเดิม ซึ่ง สพฐ.เคยคำนวณไว้ว่าถ้าเปลี่ยนแปลงงบประมาณปี 2556 และปี 2557 ของโครงการ 1 คอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ต่อ 1 นักเรียน จำนวน 6,970 ล้านบาท มาจัดสร้างห้องสมาร์ทคลาสรูมได้ประมาณ 19,000 โรง โดย คสช.ต้องการให้ใช้งบอย่างประหยัด และเกิดประโยชน์มากที่สุด ฉะนั้น จึงไม่กำหนดตายตัวว่าต้องจัดทำห้อง สมาร์ทคลาสรูม แต่จะดูความต้องการของโรงเรียน และความเหมาะสมเพื่อจัดสรรอุปกรณ์เพิ่มเติมให้
          ขณะนี้ สพฐ.ได้สำรวจโรงเรียนในสังกัด 38,000 โรง อย่างละเอียดว่าโรงเรียนมีอุปกรณ์ไอซีทีอะไรบ้าง คาดว่าอีก 2 สัปดาห์ จะประมวลข้อมูลตรงนี้เสร็จ จากนั้นจะส่งไปให้ฝ่ายสังคมจิตวิทยา ซึ่งมีนักวิชาการที่มีความรู้ประจำอยู่ มาช่วยวิเคราะห์ว่าจะพัฒนาการศึกษาโดยใช้ไอซีทีในโรงเรียนแต่ละแห่งในรูปแบบใดบ้าง ซึ่งไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน แต่ให้เป็นไปตามสภาพจริง และความต้องการของโรงเรียน โดยหลักการเบื้องต้นแล้ว โรงเรียนขนาดเล็ก 1,615 โรง จะเน้นไปในทางเทคโนโลยีการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนครู ซึ่งขณะนี้ สพฐ.กำลังเติมเต็มโครงการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมวังไกลกังวลให้ครบ 100% เหลือแต่โรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่ ที่จะต้องหารูปแบบการใช้ไอซีทีเพื่อพัฒนาการศึกษา ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปใดๆ และ สพฐ.จะไม่สรุป แต่จะส่งข้อมูลให้ฝ่ายสังคมจิตวิทยาตัดสินใจเอง เชื่อว่าน่าจะสรุปเสร็จภายในเดือนกันยายน จากนั้นจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เห็นชอบ และเร่งดำเนินการให้ทันปีงบ 2557 นายกมลกล่าว
          นายกมลกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยใช้ไอซีที จะคำนึงถึง 4 องค์ประกอบหลัก คือจัดสรรฮาร์ดแวร์ให้โรงเรียนตามความจำเป็น พัฒนาเนื้อหาของวิชาต่างๆ พัฒนาครูให้พร้อมสำหรับการใช้ไอซีทีเพื่อการศึกษา และการจัดเตรียมการเข้าถึงเครือข่ายอินเตอร์เน็ตให้สถานศึกษา ในส่วนของการเติมเต็มโครงการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมโรงเรียนวังไกลกังวลนั้น อยู่ระหว่างจัดหาอุปกรณ์ให้โรงเรียนที่ไม่มีจานดาวเทียม และอุปกรณ์รับสัญญาณ 1,214 โรง พร้อมซื้อทดแทนให้โรงเรียนที่อุปกรณ์ชำรุด 14,309 โรง และเมื่อเปิดภาคเรียนที่ 2 ของปีการศึกษา 2557 โรงเรียนขนาดเล็ก 16,000 โรง จะพร้อมสำหรับการรับสัญญาณถ่ายทอดจากโรงเรียนวังไกลกังวล โดยจะนำมาใช้กับการเรียนการสอนในทุกวิชา ส่วนปลายภาคเรียน สพฐ.จะประเมินผลสัมฤทธิ์ระดับชาติ อาทิ คะแนนทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ว่าหลังเรียนผ่านการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมแล้ว ผลสัมฤทธิ์ดีขึ้นหรือไม่ และในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ สพฐ.จะจัดมหกรรมเฉลิมฉลองความสำเร็จที่โครงการดังกล่าวได้รับการเติมเต็มครบ 100% หลังจากเริ่มโครงการนี้มาร่วม 20 ปี นับจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสในเรื่องการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม

        

  --มติชน ฉบับวันที่ 27 ส.ค. 2557 (กรอบบ่าย)--


โพสเมื่อ : 26 ส.ค. 57   อ่าน 700 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
"ณรงค์" ไม่สนองค์กรครู ยันเปิดทางบรรจุครู 130 คน
10 ก.ค. 58 | อ่าน 349 ครั้ง
อุดมศึกษาเอกชนยังมี 4.8 หมื่นที่นั่งรองรับ นร.
19 มิ.ย. 60 | อ่าน 336 ครั้ง
สพฐ.แต่งตั้งกรรมการส่วนกลาง ลงเฝ้าทุกเขตพื้นที่คุมสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ
26 ก.พ. 58 | อ่าน 415 ครั้ง
อดีตบิ๊ก ศธ.แห่สมัครนั่ง ผอ.สกสค.จังหวัด
02 พ.ย. 59 | อ่าน 337 ครั้ง
สพฐ.ยังไม่ปรับเวลาเปิด-ปิดเรียน ขอดูความเห็นประเทศอาเซียน
17 ต.ค. 55 | อ่าน 706 ครั้ง
นักศึกษาอยากเห็นอนาคต อุดมศึกษานานาชาติอย่างไร?
25 ก.ย. 57 | อ่าน 383 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.