Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


สพฐ.ขายฝันใช้ข้อสอบอัตนัยรับนักเรียน




      
สพฐ.ขายฝันใช้ข้อสอบอัตนัยรับนักเรียน


          นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงแนวคิดในการปรับข้อสอบการคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียนต่อชั้น ม.1 และ ม.4 ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้มีทั้งข้อสอบปรนัย และอัตนัย ว่า เรื่องนี้เป็นแนวคิดที่ตรงกันระหว่างนายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ และตน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถสั่งการให้ดำเนินการได้ทันที เพราะต้องมีการตั้งคณะทำงาน โดยมีทั้งโรงเรียน นักวิชาการ สำนักนโยบายแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน และฝ่ายอื่น ๆ ที่จะต้องไปศึกษาในรายละเอียดเพื่อนำเสนอบอร์ด กพฐ.พิจารณา เนื่องจากเรื่องนี้เป็นนโยบายการศึกษาที่จะต้องผ่านบอร์ด กพฐ.
          เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อไปว่า โดยหลักการของแนวคิดนี้ คือ เพื่อทดสอบว่าเด็กที่จะเข้าเรียนมีความสามารถในการอ่าน เขียน และคิดวิเคราะห์ได้หรือไม่ โรงเรียนจะได้รู้ว่าเด็กแต่ละคนเป็นอย่างไร ต้องดูแลอย่างไร โดยตัวชี้วัดหลักจะอยู่ที่ข้อสอบปรนัยซึ่งเป็นข้อสอบส่วนใหญ่ เนื่องจากเท่าที่คิดไว้จะให้ทำข้อสอบอัตนัยเพียง 2 ข้อใน 100 ข้อ เท่านั้น เพราะฉะนั้นนักเรียนก็ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องทำข้อสอบอัตนัยมาก อีกทั้งถ้าเด็ก อ่านไม่ออกเขียนไม่คล่องแม้แต่ข้อสอบปรนัยก็คงทำไม่ได้มาก คะแนนก็ออกมาต่ำอยู่ดี เพราะไม่รู้ว่าจะตอบอะไร เช่นเดียวกับคะแนนการทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต และการประเมินนักเรียนนานา ชาติ หรือพิซา ที่ได้คะแนนต่ำ เพราะนักเรียนอ่าน เขียนไม่คล่อง ทำให้ไม่เข้าใจโจทย์
          จากการตรวจเยี่ยมสนามสอบรับนักเรียนที่ผ่านมาผมได้เห็นโจทย์ข้อสอบอัตนัย ที่ถามว่า ปัจจุบันในสังคมมีการลอกเลียนแบบเป็นจำนวนมาก เทปผี ซีดีปลอม ก็เป็นตัวอย่างของเรื่องนี้ นักเรียนคิดว่าทำไมเทปผี ซีดีปลอม จึงขายได้ และทำอย่างไรถึงจะทำให้เทปผี ซีดีปลอม ลดลง จากข้อสอบดังกล่าวเด็กต้องวิเคราะห์ว่าจะต้องตอบกี่ข้อ ซึ่งนักเรียนคนหนึ่งได้ตอบว่า ขายได้เพราะ ถูก และให้เลิกซื้อ ใช้แต่ของที่มีลิขสิทธิ์ จากคำตอบดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าเด็กคนนี้วิเคราะห์ได้ว่าต้องตอบ 2 ข้อ ซึ่งเด็กสามารถตอบและเขียนได้ถูกต้อง เพียงแต่คำตอบแรกที่ตอบว่าถูกนั้น ยังไม่ถูกต้องทั้งหมด ต้องตอบว่าเพราะราคาถูกอย่างนี้เป็นต้น และ จากคำตอบของนักเรียน นอกจากจะได้เห็นการคิดวิเคราะห์และการใช้ภาษาแล้ว ยังได้เห็นถึงจริยธรรมของเด็กด้วย นายอภิชาติ กล่าว
          นายอภิชาติ กล่าวอีกว่า ในฐานะเลขาธิการ กพฐ.ยอมรับว่านักเรียนที่เป็นผลผลิตของ สพฐ.จะมีอยู่ 4 ประเภท คือ 1. อ่านเขียนไม่ได้เลย 2. อ่านได้ เขียนไม่ได้ 3. อ่านได้บ้าง เขียนได้บ้าง และ 4. อ่านเขียนได้ เข้าใจความ ซึ่งกลุ่มที่ 4 จะมีจำนวนมากที่สุด ขณะที่ 3 กลุ่มแรก ก็มีไม่น้อย แต่ จากตัวเลขที่มีการสแกนการอ่านออกเขียน ไม่ได้ของนักเรียนที่ออกมาแค่ไม่กี่หมื่นคนนั้น จากข้อมูลที่มีอยู่น่าจะต้องคูณสอง เพราะการสแกนดังกล่าวเป็นการสุ่มตัวเลขผล จากการสแกนจริงจึงไม่ชัดเจน ซึ่ง สพฐ.จะต้องทำความจริงให้ปรากฏ โดยการสำรวจทุกมิติอย่างละเอียด ว่าจริง ๆ แล้วเรามีเด็กที่มีปัญหาเรื่องการอ่านเขียนภาษาไทยจำนวนเท่าไร เพื่อจะได้แก้ปัญหากันต่อไป โดยขณะนี้ สพฐ.ก็กำลังระดมทำกันอยู่.


      

    --เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 10 เม.ย. 2557 (กรอบบ่าย)--


โพสเมื่อ : 09 เม.ย. 57   อ่าน 397 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ใช้แล้ว"โอเน็ต" ลงทรานสคริปต์ เด็กป.6กับม.3
03 ก.พ. 54 | อ่าน 12306 ครั้ง
คอลัมน์: อาชีวะ...สร้างสรรค์: "ชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน"
23 พ.ค. 56 | อ่าน 556 ครั้ง
สพฐ.ออกแนวปฏิบัติลดการบ้านนักเรียน
27 ธ.ค. 60 | อ่าน 18081 ครั้ง
"บิ๊กหนุ่ย"สั่งตั้งอ.ก.ค.ศ.สพฐ. ให้อำนาจโยกย้ายผอ.รร.-ฟันวินัยครู
12 ก.ค. 59 | อ่าน 440 ครั้ง
กยศ.แจ้งกำหนดการกู้ยืมปี 56 ย้ำนร.ควรเดินเรื่องด้วยตัวเอง
07 ก.พ. 56 | อ่าน 1103 ครั้ง
’สุชาติ’อบรมนศ.สหกิจฯเป็นคนดีซื่อสัตย์ต่อบริษัท
07 มิ.ย. 55 | อ่าน 899 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.