Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


สกอ.จี้ขึ้นแบล๊กลิสต์ ’ครูทุจริต’ ปรับข้อสอบเป็นอัตนัยสกัดเดา




      
สกอ.จี้ขึ้นแบล๊กลิสต์ 'ครูทุจริต'  ปรับข้อสอบเป็นอัตนัยสกัดเดา


          นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวในการปาฐกถาพิเศษเรื่องการปฏิรูประบบการผลิตครูของประเทศไทย ในงานสัมมนาวิชาการระดับชาติเรื่อง เหลียวหลัง แลหน้า..ทิศทางการผลิตครูวิทยาศาสตร์ จัดโดยคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ว่าประเด็นสำคัญของชาติขณะนี้คือปัญหาระบบการผลิตครู เนื่องจากที่ผ่านมาเด็กไทยถูกมองว่าไม่เก่งเพราะมีครูที่ไม่เก่ง และครูไม่เก่งเพราะสถาบันการผลิตครู หรือครูของครูไม่มีคุณภาพ ทั้งนี้ จากสถานการณ์ความต้องการครูเพื่อทดแทนอัตราเกษียณใน 6 ในปีการศึกษา 2557-2562 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีดังนี้ ปี 2557 ต้องการ 9,910 คน ปี 2558 ต้องการ 12,111 คน ปี 2559 ต้องการ 17,621 คน ปี 2560 ต้องการ 21,961 คน ปี 2561 ต้องการ 22,999 คน และปี 2562 ต้องการ 24,643 คน ขณะที่ผู้สำเร็จการศึกษาคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ในอีก 5 ปีข้างหน้า มีดังนี้ ปี 2556 จำนวน 23,579 คน ปี 2557 จำนวน 35,428 คน ปี 2558 จำนวน 51,135 คน ปี 2559 จำนวน 60,798 คน และในปี 2560 จำนวน 52,570 คน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกำลังการผลิตครูในแต่ละปี จะเห็นว่ามากกว่าความต้องการครู ดังนั้น จึงต้องปรับแผนการผลิตครู
          ปัจจุบันสถาบันต่างๆ ผลิตครูออกมาจำนวนมากเกินความต้องการ แล้วปล่อยให้แข่งขันกัน ใครเก่งก็สอบเป็นครูได้ ใครสอบไม่ได้ก็ไปทำอาชีพอื่น เป็นการสูญเสียทรัพยากร และทำให้ไม่สามารถผลิตครูที่มีคุณภาพได้ แต่โครงการครูมืออาชีพ สามารถดึงคนเก่งเข้ามาเป็นครู ส่วนหนึ่งเพราะทำให้เด็กมั่นใจว่าเข้าโครงการนี้แล้วมีงานทำแน่นอน ทำให้เด็กอยากมาเรียนครูมากขึ้น แต่มีปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กไม่อยากมาเรียนครู และหลายฝ่ายมองข้ามไป คือระบบการรับครู ที่ยังมีปัญหาคอร์รัปชั่น ใช้เส้นสายให้ได้ไปอยู่โรงเรียนดี โดยเฉพาะเด็กที่จบครูส่วนหนึ่ง ไม่อยากไปสอนในโรงเรียนไกลบ้าน ถิ่นทุรกันดาร จะใช้วิธีนี้ จึงต้องปรับปรุงระบบการรับครูด้วย อีกทั้งสถาบันผลิตครูต้องสอนให้คนที่จะออกมาเป็นครู มีคุณธรรมจริยธรรม โดยเฉพาะความซื่อสัตย์ เพราะเป็นเรื่องสำคัญ หากพบว่ามีครูทุจริตน่าจะขึ้นแบล๊กลิสต์ไม่ให้กลับมาเป็นครูอีก อย่างกลุ่มคนที่ทุจริตการสอบครูผู้ช่วยเมื่อปีที่ผ่านมา น่าจะขึ้นแบล๊กลิสต์ด้วย นพ.กำจรกล่าว
          นพ.กำจรกล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางการปรับแผนการรับนิสิต นักศึกษาสาขาวิชาชีพครู ประเด็นที่ต้องเร่งดำเนินการคือ ฝ่ายผู้ใช้จะต้องมีจำนวนความต้องการครูในอนาคตให้ตรงกัน ทั้งในส่วนของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และ สพฐ.เพื่อที่สถาบันการผลิตครู จะนำไปเป็นข้อมูล ปรับแผนการรับนักศึกษาในแต่ละปีให้สอดคล้องกัน ควรจะเริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2558 ที่จะต้องปรับลดจำนวนรับนักศึกษาครูลง ขณะเดียวกันสถาบันการผลิตต้องปรับวิธีการเรียนการสอนให้ทันสมัย ปรับข้อสอบที่ใช้ทดสอบ จากปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้ข้อสอบแบบปรนัย ทำให้เด็กใช้วิธีเดา และสอบผ่านได้ ปรับเป็นอัตนัยเพราะจะทำให้ต้องคิดวิเคราะห์มากขึ้น

          

--มติชน ฉบับวันที่ 13 ก.พ. 2557 (กรอบบ่าย)--


โพสเมื่อ : 12 ก.พ. 57   อ่าน 381 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
"ศ.สมพงษ์" แจง โจร 5 พระ 4 แค่อุปมาอุปไมย ไม่ได้ดูหมิ่น อ.ก.ค.ศ.
04 ส.ค. 58 | อ่าน 354 ครั้ง
มช.ปลื้มติดเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน
20 ก.ค. 55 | อ่าน 3051 ครั้ง
สพฐ.ประกาศยึดแนวเดิมการรับนักเรียน เน้นการเรียนรู้จริงไม่ต้องพึ่งเรียนกวดวิชา
11 ก.ย. 57 | อ่าน 483 ครั้ง
ม.44 เชือดล็อตแรก ขรก. 45ราย ทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น
18 พ.ค. 58 | อ่าน 476 ครั้ง
ว่าด้วยการขอตำแหน่งทางวิชาการในมหาวิทยาลัย
12 มี.ค. 56 | อ่าน 638 ครั้ง
ว14/2558 หลักเกณฑ์การสอบบรรจุครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. (ฉบับใหม่ล่าสุด)
29 ก.ค. 58 | อ่าน 712 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.