Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ปรับรับตรงปี 2557 จัดสอบหลัง มี.ค.




      
ปรับรับตรงปี 2557 จัดสอบหลัง มี.ค.


          ศ.พิเศษ ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพัฒนาระบบการคัดเลือกนักศึกษาเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาว่า คณะกรรมการศึกษาแนวทางการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาได้พิจารณาข้อมูลการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันและความคิดเห็นจากผู้แทนกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาเห็นว่า ควรต้องมีการปรับระบบและวิธีการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับข้อเสนอแนะของเครือข่ายอุดมศึกษาทั้ง 9 เครือข่าย ในเบื้องต้นเห็นควรปรับการรับตรง โดยในปีการศึกษา 2557 สกอ.ได้ขอความร่วมมือสถาบันอุดมศึกษาจัดสอบหลังเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงหลังจากที่นักเรียนได้เรียนจบการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้ว และในปีการศึกษา 2558 ขอให้สถาบันอุดมศึกษาที่รับนักศึกษาจากระบบรับตรงด้วยวิธีการสอบ งดการจัดสอบเองและให้ใช้ผลการทดสอบที่จัดสอบโดยหน่วยงานกลางที่ได้รับการยอมรับ
          สำหรับแนวทางการดำเนินงานเพื่อพัฒนาระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา จะขอให้สถาบันอุดมศึกษาที่รับตรงโดยใช้วิธีการสอบคัดเลือกได้มาดำเนินการร่วมกัน ซึ่งในแต่ละกลุ่มสาขาวิชาสามารถกำหนดรายวิชาที่จะใช้สอบร่วมกัน แต่น้ำหนักที่ใช้อาจแตกต่างกันได้ โดยมีตัวอย่างแนวทางการดำเนินการจากกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ในขณะที่การรับนักศึกษาในระบบโควตา ซึ่งไม่ได้ใช้วิธีการสอบคัดเลือก มหาวิทยาลัยสามารถดำเนินการตามปกติได้ นอกจากนี้ยังต้องปรับปรุงระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ด้วยการผนวกระบบรับตรงเข้ากับระบบกลางที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
          โดยจะขอความร่วมมือให้สถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วมระบบเคลียริ่งเฮ้าส์ และอาจจะมีการดำเนินการมากกว่า 1  รอบ โดยจะหารือว่าต้องการข้อสอบกลางที่มหาวิทยาลัยพัฒนาร่วมกันและจัดทำใหม่ หรือใช้ข้อสอบที่มีอยู่เดิม เบื้องต้นสรุปว่า องค์ประกอบที่ควรจะนำมาพิจารณาควรประกอบด้วย 1.การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) โดยใช้เป็นเกณฑ์ในการสมัครเข้าศึกษาหรือกำหนดน้ำหนักซึ่งแตกต่างกันได้ระหว่างสาขาวิชาหรือสถาบัน 2.การทดสอบวิชาสามัญที่สถาบันอุดมศึกษากำหนดร่วมกัน 3.การทดสอบวิชาเฉพาะ (ไม่ควรเกิน 1 วิชา) และ 4.ผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (จีแพ็กซ์) เลขาธิการ กกอ.กล่าว

         

 ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก


โพสเมื่อ : 04 ก.พ. 57   อ่าน 806 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
รายงานพิเศษ: การศึกษายกชีวิตน.ศ.ใต้ วชช.เอื้อโอกาสช่วยดับไฟรุนแรง
09 มิ.ย. 54 | อ่าน 70148 ครั้ง
การจัดสรรลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน ปีงบประมาณ พ.ศ.2561 และการปรับกรอบพนักงานราชการรอบที่ 4 ปีงบประมาณ
27 ก.ย. 60 | อ่าน 330 ครั้ง
สพฐ.เล็งชง9โครงการรัฐบาลใหม่ ’แจกแท็บเล็ต-เรียนฟรีแต่เกิด’2.8แสนล. ตั้งเป้าโอเน็ต’
27 ก.ค. 54 | อ่าน 81519 ครั้ง
ทปอ.ย้ำเช็กสิทธิก่อนสมัครทีแคส-9 มทร.รอรับตรง
11 มิ.ย. 61 | อ่าน 289 ครั้ง
ม.นเรศวร จับมือแพทย์ทางเลือกประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวTaping Therapy แห่งแรกของประเทศ
15 มิ.ย. 55 | อ่าน 1673 ครั้ง
ความปลอดภัยในรถโรงเรียน ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย
19 มิ.ย. 56 | อ่าน 862 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.