Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ผลประเมินนโยบายเรียนฟรี ร.ร.เอกชน




      

ผลประเมินนโยบายเรียนฟรี ร.ร.เอกชน ปี 52-53 ชี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษาแก่ผู้ปกครองเด็ก และกระตุ้นยอดผู้เรียนในสถานศึกษามากขึ้น ขณะนี้การจัดสรรเงินอุดหนุนล่าช้า ทั้งยังไม่เพียงพอต่อภาวะเศรษฐกิจ พร้อมเสนอแก้ไขทัศนคติผู้ปกครองที่เชื่อว่ารัฐหนุนเรียนฟรีแล้วไม่ต้องจ่ายค่าเiล่าเรียนเพิ่ม 

 

       
       รายงานข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้ทำการศึกษาประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพที่ สช.ได้ดำเนินการระหว่างปีการศึกษา 2552-2553 ซึ่งเป็นผลการศึกษาล่าสุด โดยจากผลการประเมิน พบว่า การจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวให้นักเรียนในโรงเรียนเอกชนที่รับเงินอุดหนุนสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองนักเรียนได้ อาทิ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ได้ลดภาระค่าใช้จ่ายคนละ 8,112 บาทต่อปี จำแนกเป็นค่าธรรมเนียม 6,982 บาท หนังสือเรียน 200 บาท ค่าอุปกรณ์การเรียน 200 บาท ค่าเครื่องแบบ 300 บาท ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 430 บาท นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ลดภาระค่าใช้จ่าย 2,633.20-3,109 บาทต่อปี จำแนกเป็นค่าธรรมเนียมการศึกษา 1,056 บาท ค่าหนังสือเรียน 347.20-823 บาท ค่าอุปกรณ์การเรียน คนละ 390 บาท ค่าเครื่องแบบนักเรียน 360 บาท และค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 480 บาท
      
       นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ลดภาระค่าใช้จ่าย 3,575-3,939 บาทต่อปี จำแนกเป็นค่าธรรมเนียมการศึกษา 1,265 บาท ค่าหนังสือเรียนคนละ 560-924 บาท ค่าอุปกรณ์การเรียน 420 บาท ค่าเครื่องแบบนักเรียน 450 บาท ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 880 บาท มัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ลดภาระค่าใช้จ่าย 3,968.20-4,656 บาทต่อปี จำแนกเป็นค่าธรรมเนียมการศึกษา 1,295 บาท ค่าหนังสือเรียน 763.20-1,451 บาท ค่าอุปกรณ์การเรียน 460 บาท ค่าเครื่องแบบนักเรียน 500 บาท ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 950 บาท เป็นต้น ทั้งนี้ผู้ปกครองและนักเรียนมีความเห็นว่านโยบายเรียนฟรี 15 ปี มีส่วนช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ในระดับมาก
      
       รายงานข่าวจาก ศธ.กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ในส่วนการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพพบว่า ร้อยละของโรงเรียนที่มีนักเรียนเข้าเรียนใหม่เพิ่มขึ้น โดยในปีการศึกษา 2552 มีโรงเรียนเอกชน ร้อยละ 61.93 ที่มีจำนวนนักเรียนใหม่ที่เพิ่มขึ้น และปีการศึกษา 2553 มีโรงเรียนเอกชน ร้อยละ 60.40 มีจำนวนนักเรียนใหม่ที่เพิ่มขึ้น ส่วนการประเมินประสิทธิภาพคุณภาพผู้เรียนนั้น พบว่า ร้อยละของโรงเรียนที่มีผลการประเมินของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) รอบสองด้านผู้เรียนในระดับดีขึ้นไปมีโรงเรียนประเภทสามัญระดับก่อนประถมศึกษาอยู่ระดับดีขึ้นไปร้อยละ 95.51 และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร้อยละ 94.96 ส่วนโรงเรียนประเภทอาชีวศึกษามีผลการประเมินระดับดีขึ้นไปร้อยละ 86.36
      
       เมื่อดูผลกระทบและปัญหาอุปสรรค พบว่ามีอุปสรรคในการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนล่าช้า การจัดสรรเงินซึ่งไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพราะผู้ปกครองเข้าใจว่าเมื่อรัฐให้การอุดหนุนตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปีแล้วผู้ปกครองไม่ต้องเรียนค่าเล่าเรียนจึงทำให้โรงเรียนเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากผู้ปกครองได้ยาก เพราะฉะนั้น ควรจะต้องมีการเข้าแก้ไขปัญหาดังกล่าว อาทิ การเพิ่มเงินอุดหนุน การเพิ่มความรวดเร็วในการเบิกจ่าย รายงาน ศธ.ระบุ

 

 

ที่มา http://www.kruthai.info

 



โพสเมื่อ : 26 ธ.ค. 56   อ่าน 941 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
บิ๊กตู่ แนะผู้ผลิตละคร เลิกแนวอิจฉาริษยา เอาอย่าง”พิษสวาท”ละครน้ำดี รักชาติรักแผ่นดิน
14 ก.ย. 59 | อ่าน 349 ครั้ง
เปิดชื่อโรงเรียนปิดต่อถึง 15 ม.ค.
15 ม.ค. 57 | อ่าน 340 ครั้ง
"นริศรา"ฟุ้งปี54 เปิดป.ตรีอาชีวะแน่
10 ม.ค. 54 | อ่าน 8845 ครั้ง
สั่ง สพฐ.ทำหนังสือถึงเขตพื้นที่ชะลอย้าย
18 ต.ค. 57 | อ่าน 667 ครั้ง
ทบทวนเลิกใช้โอเน็ตในแอดมิชชั่น
13 มิ.ย. 59 | อ่าน 372 ครั้ง
พบรร.ขนาดเล็กเผชิญปัญหาลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้
25 พ.ย. 58 | อ่าน 386 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.