Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ผล 1 ปีใช้แทบเล็ต ’ผ่าน’ ซื้อล็อตใหม่เดือนนี้



                                 

ผล 1 ปีใช้แทบเล็ต 'ผ่าน' ซื้อล็อตใหม่เดือนนี้

          ประเมินผล 1 ปีใช้แทบเล็ตผ่าน สพฐ.ชี้เด็กมีพัฒนาการดีขึ้น-เซ็นซื้อล็อตใหม่เดือนนี้  นักวิชาการชี้เข้าข้างตัวเอง-แนะใช้หน่วยงานกลางวิจัย
          สพฐ.ประเมินผลนักเรียนใช้ แทบเล็ต คุ้มค่าต่อการลงทุน เด็กมีพัฒนาการการเรียนรู้ที่ดีขึ้น แต่ยังต้องอาศัยเวลา ปรับวิธีคิดและเปลี่ยนทักษะการสอนใหม่ของครู เร่งเดินหน้าเซ็นต์สัญญาจัดซื้อ 3 โซนกลางเดือน ก.ย.นี้ ด้านนักวิชาการชี้สพฐประเมินผลไม่สะท้อนความจริง ด้านผู้ปกครองเผยเด็กเมินใช้ ขอเล่น ไอโฟน-ไอแพด ผู้ปกครองดีกว่า
          หลังจากรัฐบาลได้เดินหน้านโยบายยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยด้วยการแจกเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา หรือ แทบเล็ต ให้กับเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 (ป.1) ทุกคนทั่วประเทศ (One tablet PC Per Child) เมื่อปีการศึกษา 2555 จำนวนกว่า 800,000 เครื่อง
          โดยการจัดซื้อผ่าน บริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซอันซ์ทิฟิก เดเวลลอปเม้นท์ และเตรียมเดินหน้าจัดซื้อเครื่องแทบเล็ตล็อตใหม่สำหรับ นักเรียนชั้น ป. 1 และ ม.1 ในปีการศึกษา 2556 จำนวน 1.6 ล้านเครื่อง วงเงิน 4,611 ล้านบาท ด้วยวิธีการประมูลแบบอิเล็กทรอนิกส์ (อี-อ็อกชั่น) แต่อยู่ระหว่างการเซ็นต์สัญญาจัดซื้ออย่างเป็นทางการกับ 3 โซนที่ผ่านการอี-อ็อกชั่นแล้วกลางเดือน ก.ย.นี้
          การประเมินผลการใช้แทบเล็ตของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ศึกษาวิจัยประเมินผลการใช้เครื่องแทบเล็ตในการเรียนการสอนนักเรียนชั้น ป. 1 ของปีการศึกษา 2555 โดยได้สำรวจในโรงเรียน 20,700 แห่ง พบว่าครูให้เด็กใช้งานแทบเล็ตเพื่อการเรียนการสอนเฉลี่ยสัปดาห์ละ 4 วัน วันละ 55 นาที โดยใช้แทบเล็ตในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาหลักมากที่สุด คือ วิชาภาษาไทย ร้อยละ 56.05 สังคมศึกษา ร้อยละ 44.5 คณิตศาสตร์ ร้อยละ 42.7 วิทยาศาสตร์ ร้อยละ 38.1 และภาษาอังกฤษ ร้อยละ 35.5
          นอกจากนี้ผลการสอบถามความคิดเห็นของผู้ปกครองพบว่า ภาพรวมเป็นที่น่าพอใจ และเชื่อว่าแทบเล็ตจะช่วยให้เด็กไทยรู้จักค้นคว้าหาความรู้ และมีพัฒนาการที่ดีขึ้น
          ส่วนการประเมินความคุ้มค่าในการนำเครื่องแทบเล็ตมาใช้เพื่อการเรียนการสอนในโรงเรียน ต้องดูว่าความคุ้มค่านั้นการใช้แทบเล็ตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และได้ขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 แล้วถือว่าเป็นการลงทุนในเรื่องของการศึกษา ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการประเมินค่า ไม่ใช่ว่าเด็กนักเรียนได้เครื่องแทบเล็ตไปแล้วเด็กจะเก่งเลย
          ผลวิจัยชี้เด็กพัฒนาดีขึ้น
          นายเอนก รัตน์ปิยะภาภรณ์ ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน ในฐานะประธานกรรมการจัดซื้อเครื่องแทบเล็ต ของสพฐ. กล่าวว่า จากผลการวิจัยการใช้คอมพิวเตอร์แทบเล็ตสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถือว่าการประเมินผลของเด็กมีพัฒนาการการเรียนรู้ที่ดีขึ้นและคุ้มการลงทุน เพราะเครื่องแทบเล็ตถือเป็นส่วนหนึ่งของการจัดกระบวนการศึกษา เป็นอุปกรณ์ที่สามารถใช้แทนสมุด หนังสือได้ เพราะเครื่องแทบเล็ตสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต สามารถค้นคว้าหาความรู้ได้เหมือนห้องสมุดขนาดใหญ่
          นอกจากนี้ยังเป็นที่ฝึกภาษาให้กับเด็ก ดังนั้น แทบเล็ตก็เหมือนอุปกรณ์ สมุด ปากกา หนังสือ กล้องถ่ายรูป และเครื่องบันทึกเสียงที่ครูจะต้องนำมาแนะนำให้เด็กใช้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญ และครูยังคงเป็นพระเอกสำคัญที่จะต้องเป็นผู้ชี้แนะ และเด็กเป็นผู้เรียนตาม แต่ถ้าครูไม่นำเครื่องแทบเล็ตมาใช้ เครื่องแทบเล็ตก็เป็นก้อนหินก้องหนึ่ง ดังนั้น อยากให้สังคมมองว่า เครื่องแทบเล็ตเป็นเพียงอุปกรณ์ช่วยครูสอน และครูก็ต้องนำวิธีการ กลยุทธ์การสอนต่างๆ มาปรับใช้กับเด็กให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเด็ก
          วันนี้คนจะชอบเข้าใจว่า แจกแทบเล็ตแล้วเด็กจะเก่งเลยใช่หรือไม่ อย่ามองแบบนั้น เพราะเครื่องแทบเล็ตไม่ใช่เทวดา แต่การที่รัฐบาลแจกให้กับเด็ก ป.1 ได้ใช้งาน ก็เป็นเพียงอุปกรณ์ที่ต้องส่งเสริมด้านการเรียนรู้ ซึ่งอนาคตการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เราต้องเน้นเรื่องทักษะการเรียนรู้ หรือ learning skill ที่สามารถรู้ว่าจะเรียนรู้ในเรื่องใดๆ
          เร่งเซ็นสัญญาล็อตใหม่ ก.ย.
          นายอเนก กล่าวอีกว่า ปีที่ผ่านมา สพฐ.ก็ได้อบรมครูชั้น ป. 1 ในการเรียนการสอนด้วยแทบเล็ต แต่สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยเวลา ปรับวิธีคิดและเปลี่ยนทักษะการสอนใหม่ เช่นเดียวกับการอบรมครู ป. 2 ที่ขณะนี้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขตต่างๆ ได้เริ่มอบรมไปบ้างแล้ว เนื่องจากยังรอเครื่องแทบเล็ตที่จัดซื้อในปีการศึกษา 2556 ที่อยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญา 3 โซนในกลางเดือนก.ย.นี้
          ชี้ผลประเมินไม่สะท้อนความจริง
          ขณะที่นักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้ว่าการประเมินผลการใช้งานแทบเล็ตยังไม่สะท้อนผลที่แท้จริง
          โดยนายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในการทำงานด้านการศึกษาของรัฐบาลกับนโยบายการแจกแทบเล็ตให้กับเด็กนักเรียนชั้น ป.1 นั้น ตนมองว่ามีข้อดีคือ 1.เป็นนโยบายที่มีการส่งต่อเพียงเรื่องเดียวและมีความต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จากคนที่ 1 ถึงคนที่ 4 แต่นโยบายการแจกแทบเล็ตก็ยังคงอยู่ 2.การเรียนรู้ในห้องเรียนมีอุปกรณ์ที่ทำให้เด็กตื่นเต้นสนใจเรียนมากขึ้น
          3.เป็นการสร้างและเตรียมพร้อมเด็กนักเรียนเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ในเรื่องของสารสนเทศ หรือ ไอซีที และการติดต่อสื่อสาร 4. แทบเล็ตที่แจกเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้เด็กได้เรียนรู้ การแสวงหาข้อมูลที่นอกเหนือจากห้องเรียน มีความสอดคล้องกับการปรับหลักสูตรใหม่ของ สพฐ. และ 5.บทบาทที่ครูสอนแต่หนังสือด้วยการท่องจำก็จะลดน้อยลง และกลายเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้มากยิ่งขึ้น
          ส่วนข้อเสียที่ควรแก้ไขคือ ในเรื่องของการประเมินผลการใช้งานของ สพฐ.ที่ออกมาก่อนหน้านี้ สพฐ.ไม่ควรเป็นผู้ทำการประเมินผลเอง เพราะผลที่ออกมาเป็นการเข้าข้างตัวเอง ซึ่ง สพฐ.เป็นคนเดินตามนโยบาย และเป็นคนประเมินเองด้วยจึงไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง มีความเชื่อถือน้อยมาก ควรให้มหาวิทยาลัยต่างๆ หรือองค์กรอื่นเข้ามาประเมิน จะได้เห็นสภาพปัญหาข้อเท็จจริงและตัวของนโยบายที่ควรจะปรับปรุง
          ซอฟต์แวร์ที่อยู่ในเครื่องแทบเล็ตทำหน้าที่แทนหนังสือมากเกินไป อาจจะไม่ทำให้เด็กได้ศึกษาค้นคว้าได้มากเท่าที่ควร และสิ่งที่เห็นก่อนที่จะมีการแจกแทบเล็ต ซึ่งเกิดขึ้นแล้วคือ เด็กที่ได้ใช้เครื่องแทบเล็ตในอายุยังน้อยอยู่จะเน้นและให้ความสำคัญกับตัวเองเป็นหลักมาก ทำให้การปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนในห้องจะน้อยมาก ชีวิตนอกห้องเรียนจะลดน้อยลง
          ผู้ปกครองชี้เด็กชอบไอแพด
          ขณะที่ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง กล่าวว่า หลังจากที่เด็กได้รับแจกเครื่องแทบเล็ต จากโรงเรียนปีการศึกษา 2555 ช่วงเทอมที่ 2 เด็กจะนำเครื่องแทบเล็ตไปใช้ที่โรงเรียนสัปดาห์สัปดาห์ละ 1 วัน และอีก 4 วันที่เหลือก็เก็บไว้ที่บ้าน ซึ่งจากที่ได้สังเกตลูกของตัวเองเวลาที่เลิกเรียนและกลับมาบ้าน จะไม่ค่อยสนใจเครื่องแทบเล็ตที่รัฐบาลแจกให้ เพราะจะชอบมาขอเล่นโทรศัพท์ไอโฟนและไอแพดมากกว่า มีแอพพลิเคชั่นและเกมส์ที่มีสีสันสวยงามที่จูงใจและดึงดูดเด็กมากกว่า
          ขณะนี้ลูกได้ขึ้นชั้น ป.2 แล้วเครื่องแทบเล็ตยังเก็บไว้ในลิ้นชักที่บ้าน เพราะครูยังไม่ได้สั่งให้เด็กนำเครื่องแทบเล็ตไปโรงเรียน ซึ่งคิดว่าจากที่ดูการใช้งานของลูก จะเห็นว่าเนื้อหาและแอพพลิเคชั่นในเครื่องแทบเล็ต รวมถึงเนื้อหาที่ใส่เข้าไปยังไม่น่าสนใจเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับแอพต่างๆ ในโทรศัพท์สมาร์ทโฟน เด็กจะมาขอเล่นกับผู้ปกครองมากกว่า ผู้ปกครองโรงเรียนเอกชนกล่าว

          ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com



โพสเมื่อ : 17 ก.ย. 56   อ่าน 329 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ม.44 เชือดล็อตแรก ขรก. 45ราย ทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น
18 พ.ค. 58 | อ่าน 298 ครั้ง
สทศ. ก้าวสู่ปีที่ 8 สร้างมาตรฐานการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ พัฒนาการศึกษาสู่สากล
03 ก.ย. 55 | อ่าน 1053 ครั้ง
สกอ.ชี้ห้ามบีบป.โททัวร์นอก
04 ม.ค. 54 | อ่าน 7107 ครั้ง
มติอ.ก.ค.ศ.เยียวยาผอ.บ้านบาโง บรรจุญาติเป็นครูผู้ช่วยอิงเกณฑ์เหยื่อไฟใต้
27 มี.ค. 56 | อ่าน 530 ครั้ง
พัฒนาโรงเรียนพระราชดำริ
20 ก.พ. 56 | อ่าน 413 ครั้ง
เลขาฯสพฐ.ตรวจเยี่ยมสนามสอบ O-NET เป็นไปด้วยดี เผยเป็นปีแรกที่โรงเรียนแข่งขันสูง
27 ก.พ. 55 | อ่าน 10048 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.