Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


พลเมืองอาเซียนกับภาคการศึกษา




      

พลเมืองอาเซียนกับภาคการศึกษา

          จากการที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน เพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (เออีซี) ซึ่งหลายภาคส่วนทั้งหน่วยงานรัฐ และเอกชนให้ความสำคัญ ซึ่งหากคิดเป็นเปอร์เซ็น ประเทศไทยมีความพร้อมอยู่ที่ระดับ 70 % และเชื่อว่าจะมีความพร้อมมากขึ้นเมื่อเปิดเออีซีในปี 2558
          ในเวทีสัมมนา AEC and SMEs Challenge: Next Step ซึ่งจัดโดย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กระทรวงอุตสาหกรรม และสภาหอการค้าไทย เมื่อเร็วๆ นี้นับว่าเป็นเวทีหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากทุกภาคส่วนเข้ารับฟังข้อมูล ในหัวข้อต่างๆ อาทิ การอยู่ร่วมกันภายใต้ความแตกต่างในหภูมิภาคอาเซียน ทางด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคม และวัฒนธรรม , ความท้าทายของเสาหลักสามเสาในประชาคมอาเซียน,ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียนส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจหรือไม่อย่างไร , พลเมืองอาเซียนกับการอยู่ร่วมกัน อย่างคับคั่ง โดยงานสัมมนามีเป้าหมายเพื่อให้ทุกภาคส่วนเตรียมความพร้อม พร้อมส่งเสริมให้สมาชิก 10 ประเทศในอาเซียนอยู่ร่วมกันภายใต้ความแตกต่างทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคมและวัฒนธรรม  ซึ่งเวทีอภิปรายในหัวข้อ พลเมืองอาเซียนกับการศึกษา ชี้ให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาล ในการสนับสนุนภาคการศึกษา ส่งเสริมพัฒนาหลักสูตรอาเซียน เพื่อให้เป็นหลักสูตรนำร่อง สอนทั้งในระดับอนุบาล ประถมศึกษา และระดับมัธยม  แต่เป็นนโยบายมุ่งไปที่โรงเรียนในสังกัดของรัฐบาล ซึ่งการสนับสนุนมาไม่ถึงโรงเรียนเอกาชน อย่างไรก็ตามนโยบายหลักสูตรอาเซียนนับเป็นการวางรากฐาน และสร้างความตระหนักให้กับนักเรียนทุกระดับชั้นปี
          อาจารย์จินดา ตันตราจิณ ประธานกลุ่มเครือข่ายผู้บริหาร สถานศึกษาเอกชน กรุงเทพมหานคร และผู้อำนวยการโรงเรียนจินดาพงศ์ กล่าวในเวทีอภิปรายในหัวข้อ พลเมืองอาเซียนกับการศึกษาว่า  ปีนี้ภาคการศึกษามีการตื่นตัวเรื่องประชาคมอาเซียนค่อนข้างมาก แต่ก็ยังต้องบริหารจัดการอีกหลายด้าน เพราะยังไม่พร้อมเท่าที่ควร เนื่องจากแต่ละโรงเรียนเตรียมพร้อมกันจริงๆ เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา หรือในช่วงปีการศึกษา 2554 โดยเฉพาะโรงเรียนในสังกัดของรัฐบาลมีการเดินหน้าไปก่อน โดยเฉพาะในโครงการจัดตั้งโรงเรียนนำร่องจำนวน 54 แห่ง ให้เป็นโรงเรียนต้นแบบในการเรียน การสอนหลักสูตรอาเซียน ซึ่งประกอบด้วย 1. โรงเรียนนำร่องเพื่อสอนภาษาอังกฤษล้วนๆ หรือเรียกว่า Sitter School ซึ่งโรงเรียนกลุ่มนี้ต้องจัดให้สอนภาษาอาเซียน ภาษาใด ภาษาหนึ่งได้ อีก 1 ภาษา และต้องมีศูนย์อาเซียนอยู่ภายในโรงเรียน ปัจจุบันมีการคัดเลือกโรงเรียนต้นแบบได้แล้ว 30 แห่ง จากทั่วประเทศ 2. โรงเรียนที่มุ่งเน้นสอนภาษาอาเซียน 1 ภาษาในโรงเรียน หรือเรียกว่า Buffer School  โดยรัฐบาลตั้งเป้าให้มี 24 โรง รวมโรงเรียนกลุ่ม1 และโรงเรียนกลุ่ม 2 มีจำนวน 54 โรงแล้วในปัจจุบัน และ 3.  จัดให้มีการจัดตั้งศูนย์การศึกษาในภูมิภาค หรือเรียกว่า Education Hub เพื่อให้พลเมืองในอาเซียนได้มาเรียนภาษา
          ในส่วนของโรงเรียนเอกชนถือว่ายังไม่ได้เริ่ม  เนื่องจากขาดการนสนับสนุนด้านงบประมาณ  ดังนั้นภาพรวมของการเตรียมความพร้อมของโรงเรียนเอกชนอยู่ที่ว่า โรงเรียนเอกชนแห่งใด มีความพร้อมก็ให้ดำเนินการไปกันก่อน  ฐานะของโรงเรียนเอกชนจึงอยู่ในลักษณะช่วยเหลือตัวเอง  ซึ่งในปัจจุบันจึงมีการร่วมกลุ่มกันระหว่างโรงเรียนเอกชนกว่า 700 แห่งในกรุงเทพฯ เพื่อทำหลักสูตรอาเซียนร่วมกัน มีการส่งตัวแทนของโรงเรียนเอกชนแต่ละแห่งไปดูงานที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยเชิญเอกอัครราชทูตลาวร่วมให้คำแนะนำ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการในส่วนของการพัฒนาหลักสูตรอาเซียน ของโรงเรียนเอกชน คาดว่าจะเสร็จไม่เกิน 1 เดือนข้างหน้า ครอบคลุม 8 กลุ่มสาระ ประกอบด้วย กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย และกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
          อาจารย์จินดา กล่าวโดยสรุป  ประเทศไทยค่อนข้างเนื้อหอม  เพราะมีทรัพยากรมาก และนับเป็น  1 ใน 10 ประเทศอาเซียน  ที่น่าสนใจ ที่ประเทศสมาชิกจะเข้ามาลงทุน อย่างไรก็ตาม เราต้องมีความพร้อมด้านกฎหมาย ซึ่งต้องมีการบังคับใช้กฎหมายเหมือนๆ กัน  เพื่อให้ 3 เสาหลัก ด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคมและวัฒนธรรม อยู่ร่วมกันได้  อย่างสันติสุข
          สำหรับโรงเรียนจินดาพงศ์ ปัจจุบันมีการจัดสร้างศูนย์การเรียนรู้อาเซียน ซึ่งอยู่ที่โรงเรียนจินดาพงศ์ มีการทำฐานความรู้ของประเทศสมาชิก 10 ประเทศในอาเซียนไว้ในฐาน 10 ฐาน เพื่อประกอบการเรียนรู้ให้กับนักเรียนได้ศึกษา ค้นคว้า และทำรายงาน หากโรงเรียนใดจะเข้ามาดูงาน อนุญาตเปิดกว้างเพื่อถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับอาเซียนร่วมกัน

          ที่มา: http://www.siamturakij.com



โพสเมื่อ : 23 ส.ค. 56   อ่าน 850 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ผุดผู้นำนักเรียนสามัคคีลดเหตุวิวาท
17 ม.ค. 55 | อ่าน 88581 ครั้ง
ทุ่ม 3 พันล้าน ดึงคนเรียนม.ปลาย ’สุชาติ’ไฟเขียวกศน.ตั้งงบปี’56 สำรวจเด็ก 2 ล้านหลุ
27 ก.พ. 55 | อ่าน 27214 ครั้ง
ประกาศหลักเกณฑ์การคัดเลือกผอ.สพท.,ศน.และสถานศึกษา "ด้านการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านและการพัฒนาห้องสมุ
25 พ.ค. 58 | อ่าน 358 ครั้ง
ครม.ไฟเขียว ปรับปรุงอัตรากำลังส่วนราชการ ตามแผนเออรี่รีไรท์
20 ต.ค. 53 | อ่าน 8816 ครั้ง
ปธ.กพฐ.หนุนเพิ่ม ’อังกฤษ’ 20 % คัดม.1/ม.4 ย้ำขจัด’เด็กฝาก’-ยึดยุติธรรม ผอ.ร.
06 ส.ค. 56 | อ่าน 762 ครั้ง
ชงเปิดเทอมมหา’ลัยปรับให้ตรงอาเซียนม.นเรศวรนำร่องปี55รื้อปฏิทินรับ’นร.-นศ.’
26 ธ.ค. 54 | อ่าน 16384 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.