Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ศธ.ติดหล่มแท็บเล็ตจี้งานด่วน!เด็กออกกลางคัน/สังคายนาครู/ทักษะอาชีพ



          ตามที่มีการตั้งข้อสังเกตนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน หายจากระบบการศึกษานับล้านคน ซึ่งจะสุ่มเสี่ยงต่อการเป็นปัญหาสังคมได้นั้น นายสมพงษ์ จิตระดับอาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเด็กหายจากระบบอย่างจริงจัง เพราะ 2 ปีที่ผ่านมา การศึกษาไทยไม่กระเตื้องเลย เพราะเน้นอยู่ 2 เรื่อง คือการปฏิรูปหลักสูตรกับการแจกแท็บเล็ตซึ่งทั้ง 2 เรื่องก็มีส่วนสำคัญต่อการปรับโฉมการศึกษา แต่ไม่ทันต่อการแก้ปัญหาการศึกษาในองค์รวม ดังนั้นคิดว่าเวลาที่เหลืออีก2 ปีของรัฐบาล รัฐควรให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการศึกษา เป็นภารกิจระดับสูงสุด ซึ่งสิ่งที่น่าจะดำเนินการ คือ 1.ต้องเร่งค้นหาเด็กที่หายจากระบบ และดึงกลับเข้าสู่การศึกษา โดย กศน. ต้องทำงานเชิงรุกให้มากขึ้น เพราะหากให้การศึกษากับเด็กกลุ่มนี้ไม่ได้ จะกลายเป็นปัญหาสังคมในอนาคต 2.การเชื่อมระบบจัดการศึกษาระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ให้สายอาชีพกับสายสามัญเชื่อมโยงกันในการผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงาน 3.การทบทวนโครงสร้างระบบบริหารของ ศธ. เนื่องจากการปฏิรูปการศึกษารอบแรก ติดอยู่กับเครื่องพันธนาการที่รุงรัง เกิดสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.)สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.) ซึ่งจนบัดนี้ก็ยังไม่ลงไปสู่ตัวเด็ก ทั้งที่ใช้งบฯ และบุคลากรมหาศาล จึงควรทบทวนยุบเลิก หรือเปลี่ยนบทบาทส่งเสริมให้เด็กมีคุณภาพมากขึ้นนอกจากนี้ควรกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมจัดการศึกษา เพราะความคิดการศึกษาตลอดชีวิตจะมีความสำคัญมากขึ้น
          ที่สำคัญต้องมีการสังคายนาระบบการฝึกหัดครูครั้งใหญ่ โดยรัฐต้องประกาศนโยบายที่ชัดเจน ตั้งแต่การคุมจำนวนการผลิตให้สอดคล้องกับจำนวนครูเกษียณ ให้งบฯ จัดสรรทุนการศึกษาและอัตราบรรจุและแบ่งจำนวนการผลิตบัณฑิตครูให้แต่ละสถาบัน โดยคุมเข้มการผลิตให้เป็นไปตามที่กำหนด หากสถาบันใดผลิตมากเกินที่กำหนด รัฐต้องตัดงบฯ ไม่ให้ทุนและอัตราบรรจุ นอกจากนี้ องค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเช่น คุรุสภา ที่ประชุมสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.) ก็ต้องทบทวนบทบาทตนเองเพราะที่ผ่านมาทำงานกันแบบเบี้ยหัวแตกไม่สามารถช่วยเหลือหรือผลักดันการแก้ไขปัญหาครูอย่างแท้จริง เพราะทำงานกันคนละทิศทางควรลดการประชุม หรือมุ่งแก้หนี้สินครูเพียงอย่างเดียว นายสมพงษ์กล่าว

          ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ


โพสเมื่อ : 18 มิ.ย. 56   อ่าน 460 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ยอดแอดมิชชันกลางทะลุ 1.2 แสนคน สกอ.เปิดรับสมัครทุนนร.ใต้ 9 - 11 พ.ค.
26 เม.ย. 55 | อ่าน 949 ครั้ง
ชู’ละอออุทิศ’ต้นแบบปฐมวัย
19 พ.ย. 56 | อ่าน 376 ครั้ง
สถานี ก.ค.ศ. ผู้อำนวยการโรงเรียนกระทำผิดวินัยเกี่ยวกับการเงินและบัญชี
03 ต.ค. 59 | อ่าน 579 ครั้ง
ศธ.เน้นทักษะเรียนรู้-นวัตกรรม เตรียมปรับหลักสูตรผลิตเด็กศตวรรษที่21
29 พ.ย. 55 | อ่าน 731 ครั้ง
นโยบายการศึกษายุคปฏิรูป : บทบาทหน้าที่ครู
18 ม.ค. 59 | อ่าน 488 ครั้ง
สมศ.เผย 10 ข้อพิจารณา เข้าเรียนมหาวิทยาลัยทางเลือก หลังประกาศผลแอดมิชชั่น
09 มิ.ย. 58 | อ่าน 328 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.