Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ศธ.ห่วงเด็กติดไอโฟนงอมเสี่ยง!เล่นเฟซฯ-ไลน์



          ตะลึง! สสค. เผยผลสำรวจ ชีวิตเด็กไทยใน 1 วัน พบวัยรุ่นติดมือถืองอมแงมกระหน่ำเล่นเฟซบุ๊ก-ไลน์ เผย 40 เปอร์เซ็นต์ อยู่ไม่ได้หากไม่ได้เล่น เสี่ยงภัยคุกคามทางเพศ อยู่กับครอบครัวลดลงเผยครูเอาใจใส่เด็กน้อยจนเกิดการเรียนแบบไม่รู้ คัดลอกข้อมูลมาแปะส่ง สะท้อนมีปริญญาแต่ไร้ปัญญา แนะทุกฝ่ายช่วยแก้ปัญหาอย่างจริงจัง
          ที่โรงแรมปริ๊นพาเลซ มหานาคเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.56 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)จัดเสวนาหัวข้อ ทิศทางการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในอนาคตซึ่งมีผู้บริหารสถานศึกษา นักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษาจำนวน 150 คน เข้าร่วม
          โดย นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวว่า สพฐ.ถือเป็นองค์กรหลักขนาดใหญ่ ที่รับผิดชอบเด็กกว่า 7 ล้านคน และบุคลากรครูอีก 4 แสนคนดังนั้นการขับเคลื่อนการศึกษา จึงจำเป็นต้องมีความเข้าใจถึงวิธีการและเป้าหมายหากทำงานเป็นแบบต่างคนต่างทำ การศึกษาคงไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งการศึกษาขั้นพื้นฐาน ต้องมีการพลิกโฉมการศึกษาไทยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำไปสู่การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนด้วยซึ่งอยากให้มีการดำเนินการตามนโยบายของ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ ที่ต้องการให้นำรูปแบบการจัดการศึกษาของแต่ละพื้นที่ ที่ประสบความสำเร็จไปขยายผลในพื้นที่อื่นๆเพราะเชื่อว่าจะทำให้การศึกษาไปสู่เป้าหมายที่สูงขึ้นได้
          ขณะเดียวกัน จะทำอย่างไรให้การจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนนั้นลดเนื้อหาลง แต่เพิ่มการคิดวิเคราะห์ของเด็กให้มากขึ้น รวมถึงการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม เพราะขณะนี้ยังไม่มีการปฏิบัติที่ชัดเจน ซึ่งจะต้องทำให้เป็นแนวปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมเนื่องจากมีตัวชี้วัดว่าปัญหาอาชญากรรมยาเสพติด และพฤติกรรมความรุนแรงของเด็กกลับเพิ่มมากขึ้น
          ด้าน นายอมรวิชช์ นาครทรรพ ที่ปรึกษาวิชาการสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน(สสค.) กล่าวว่า สสค.ได้ทำการสำรวจในโครงการติดตามสภาวการณ์เด็กในหัวข้อ 1 วันในชีวิตเด็กไทย เมื่อเดือนม.ค.56 ที่ผ่านมา จากกลุ่มตัวอย่าง 3,058 คน ทั้งในกทม. และต่างจังหวัด พบสิ่งที่น่าสนใจว่า พฤติกรรมเด็กไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากและเปลี่ยนแปลงเร็วเกินกว่าที่ระบบการศึกษาไทยจะไล่ตามทัน
          สำหรับวงจรชีวิตของเด็กไทยใน 1 วัน จะเริ่มตื่นนอนตั้งแต่เวลา 06.18 น.และเข้านอนในเวลา 22.21 น. วันหยุดจะนอน 23.39 น. เฉลี่ยเด็กไทยมีเวลานอนเฉลี่ย 7-8 ชั่วโมง ถือว่าเด็กไทยมีเวลานอนไม่น้อย ที่น่าสนใจพบว่าสิ่งแรกที่เด็กส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 51.1 ทำ
          หลังตื่นนอนคือ การเช็กโทรศัพท์มือถือและสิ่งสุดท้ายที่เด็กร้อยละ 35 ทำก่อนนอน คือใช้โทรศัพท์มือถือเล่นเฟซบุ๊กและไลน์ (Line) ทั้งนี้ เพราะปัจจุบันเด็กไทยอยู่กับสื่อมากขึ้น ตัวเลขเด็กที่ใช้โทรศัพท์มือถือ พุ่งพรวด 2-3 เท่าใน 1 ปี
          ทั้งนี้ เพราะในโทรศัพท์มือถือมีทุกสิ่งที่เด็กต้องการทั้งอินเตอร์เน็ตเฟซบุ๊ก ไลน์ กล้องถ่ายรูป โดยเด็กร้อยละ 75.7 เล่นโซเชียลเน็ตเวิร์กบ่อยถึงประจำ ซึ่งนักเรียนหญิงจะเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์กมากกว่านักเรียนชายและยังพบเด็กร้อยละ 20.3 ใช้มือถือระหว่างคาบเรียนบ่อยถึงประจำ เด็กร้อยละ 42.5 รู้สึกทนไม่ได้ถ้าอยู่คนเดียวโดยไม่มีโทรศัพท์และเด็กร้อยละ 28.7 โดยเฉพาะเด็กชายระบุว่า เคยถูกคุกคามทางเพศจากเพื่อนใหม่ที่รู้จักกันทางโซเชียลมีเดีย
          นายอมรวิชช์ กล่าวต่อว่า รูปแบบการใช้ชีวิตของเด็กไทยขณะนี้เปลี่ยนไปมาก ต่างตกอยู่ในภาวะที่ต้องการความรัก ความใส่ใจจากครูมากขึ้น แต่เมื่อดูจากความเป็นจริงจะพบว่าระบบการศึกษาไทย ทำให้ครูมีเวลาให้แก่เด็กน้อยลง เพราะครูยุ่งอยู่กับภาระงานที่ไม่ใช่เรื่องการสอนค่อนข้างมาก จึงทำให้เด็กขาดที่พึ่ง และออกไปเผชิญกับความเสี่ยงต่างๆ ทั้งเรื่อง เพศ ความรุนแรงอบายมุข และสื่อไม่ดี ทั้งที่เด็กไทยยังขาดทักษะชีวิตอีกมาก เพราะครูมัวแต่สอนเรื่องวิชาการมากกว่า เด็กจึงเรียนรู้ด้วยระบบที่เรียนแบบไม่รู้ แบบ copy/paste หรือคัดลอกข้อมูลมาแปะส่งงาน
          จากการสำรวจข้อมูลเด็กไทย3,000 กว่าคนทั่วประเทศ เกี่ยวกับ 1 วันในชีวิตเด็กไทย พบว่า เด็กทำการบ้านด้วยการ copy/paste ถึงร้อยละ 45.7 ซึ่งชี้ให้เห็นว่าอีกหน่อย เราจะผลิตคนซึ่งเรียนแบบไม่รู้เยอะมาก และยังมีข้อมูลระบุด้วยว่า เด็กที่เกิดปีเดียวกัน 8 แสนคน เรียนจบระดับอุดมศึกษาเพียง 2-3 แสนคนเท่านั้น ที่เหลือมีวุฒิแค่ ม.6 ม.3 หรือต่ำกว่านั้น ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการสอนที่เน้นแต่วิชาการมันตอบโจทย์เด็กแค่ 3 ใน 10 คนเท่านั้น จึงถึงเวลาแล้วที่โจทย์การศึกษาต้องถูกยกระดับ และเปลี่ยนไปเป็นโจทย์เพื่อการมีชีวิตและการมีงานทำ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันทั้งภาครัฐ เอกชน และท้องถิ่นจะปล่อยให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)ทำเพียงลำพังไม่ได้ และไม่ควรปล่อยให้การศึกษาไทย เป็นเหมือนกบอยู่ในหม้อน้ำร้อน เพราะเรามีอนาคตประเทศชาติเป็นสิ่งเดิมพัน ถ้าผลิตคนออกมาทั้งระบบเป็นคนที่ไม่รู้ มีแต่ใบปริญญาไม่มีปัญญาประเทศชาติจะอยู่ไม่ได้ ทุกฝ่ายต้องช่วยกันเลิกการทะเลาะและวิจารณ์กัน ควรช่วยกันและขยายผลสิ่งที่ประสบความสำเร็จไปในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป นายอมรวิชช์ กล่าว

          ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ


โพสเมื่อ : 07 มิ.ย. 56   อ่าน 379 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ครม.อนุมัติแต่งตั้งเลขาธิการ กกอ.
26 ส.ค. 58 | อ่าน 323 ครั้ง
นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายเร่งพัฒนาการศึกษาให้เป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน
30 ต.ค. 57 | อ่าน 245 ครั้ง
เพิกถอน’794ป.บัณฑิต’ม.อีสาน
10 พ.ค. 54 | อ่าน 46987 ครั้ง
คัด 7 ร.ร.ชายแดนใต้เรียนกับมาเลย์พัฒนาศูนย์ไอซีทีภาษาอาเซียน
18 มิ.ย. 57 | อ่าน 338 ครั้ง
• คอลัมน์หมายเลข 7 : ตามหากองทุนเงินครู 2,100 ล้านบาท ตอน 2
22 เม.ย. 58 | อ่าน 263 ครั้ง
บอร์ดลูกเสือใหม่ เชิญทหารเข้าร่วม ดาว์พงษ์ลั่นดีขึ้นแน่
28 พ.ย. 59 | อ่าน 314 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.