Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


โรงเรียนดีที่ชุมชนพลิกแผนยุบสู่ควบรวม



          ณัฐพงษ์ บุณยพรหม
            พลาดิศัย จันทรทัต

          เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจและพูดถึงกันอย่างมากถึงการยุบรวม โรงเรียนขนาดเล็กเมื่อกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายให้ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) 182 แห่ง สังกัดสำนักงานคณะกรรม การการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กลับไปสำรวจว่าในพื้นที่มีโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนน้อยกว่า 60 คน และด้อยคุณภาพสมควรยุบรวมกับโรงเรียนที่อยู่ใกล้เคียงกี่โรง จนเกิดกระแสต่อต้านวิพากษ์วิจารณ์อย่างครึกโครม
          ดังนั้น สพฐ.จึงลด แรงต้าน ด้วยการสั่งให้ สพป.จัดทำแผนบริหารจัดการโรงเรียนเล็กและทำความเข้าใจกับชุมชน ก่อนส่งข้อมูลให้ สพฐ.ในวันที่ 31 พ.ค. ที่ผ่านมา เพื่อสรุปข้อมูลเสนอ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศธ. นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิชรมช.ศธ. พิจารณาว่าปีการศึกษานี้มีแผนบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กอย่างไรบ้าง
          หลังจากสำรวจแล้วจึงพบว่ามีโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 60 คน ถึง 5,949 แห่ง ซึ่งแต่ละ สพป.ได้เสนอแผนบริหารจัดการมายัง สพฐ.แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ
          1.กลุ่มที่เคลื่อนย้ายนักเรียนจากโรงเรียนเครือข่ายมาเรียนโรงเรียนหลัก เพื่อให้จำนวนนักเรียนต่อห้อง และจำนวนนักเรียนต่อครูอยู่ในเกณฑ์ที่จะทำให้เกิดประสิทธิภาพได้ 2,686 แห่ง
          2.กลุ่มที่ยังไม่เคลื่อนย้ายนักเรียน คือ จัดการเรียนการสอนในที่ตั้ง 2,891 แห่ง
          3.กลุ่มลักษณะพิเศษ คือ ตั้งอยู่บนพื้นที่สูง เกาะ พื้นที่ห่างไกล ซึ่งไม่สามารถเคลื่อนย้ายนักเรียนได้ 372 แห่ง
          ในจำนวนนี้ มี 118 แห่ง ที่ไม่มีนักเรียน ซึ่ง สพฐ.ยังไม่ยุบเลิกและส่งคืนให้กับที่ราชพัสดุ แต่จะให้สพป.กลับไปหารือกับชุมชนว่า ต้องการใช้อาคารเหล่านี้เป็นศูนย์ฝึกอาชีพ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หรือศูนย์การเรียนรู้ของ กศน.ได้หรือไม่
          ที่สำคัญต้องรับฟังความคิดเห็นจากภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในคณะกรรมการเครือข่ายการศึกษาทางเลือกโรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนของชุมชน ที่ ศธ.ตั้งขึ้นมาด้วยว่าจะดำเนินการอย่างไร
          หลังจากที่นำแผนการบริหารจัดการโรงเรียนเล็กเสนอ รมว.ศธ. และ รมช.ศธ. แล้ว ก็จะนำข้อเสนอของสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทยและชมรมเครือข่ายโรงเรียน
          ชุมชน (โรงเรียนขนาดเล็ก) ไปพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการเครือข่ายการศึกษาทางเลือกฯ
          เชื่อว่าการแก้ปัญหาโรงเรียนเล็กให้สำเร็จได้ ต้องไม่พึ่งพาระบบราชการอย่างเดียว แต่จะเน้นการมีส่วนร่วมและสอบถามความคิดเห็นของชุมชนก่อนทุกครั้ง
          ศธ.จึงเดินสายทำความเข้าใจกับชุมชน โดยใช้รูปแบบเวทีประชาคมเพื่อชุมชนเข้มแข็ง ตอน โรงเรียนดีที่ชุมชน
          เริ่มที่โรงเรียนบ้านหนองประดู่ ต.หนองผักแว่น อ.ท่าหลวง จ.ลพบุรี ที่มีนักเรียนจาก 3 โรงเรียน คือ ร.ร.บ้านหนองน้ำใส ร.ร.บ้านเนินสวอง และร.ร.บ้านหนองกระสังข์ ย้ายมาเรียนรวมกันตรงนี้ นายพงศ์เทพกล่าวว่า การรวมเด็กจากโรงเรียนที่ถูกยุบเลิก 3 โรง มาเรียนที่ร.ร.บ้านหนองประดู่ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า ทำให้ปัจจุบันโรงเรียนมีนักเรียนเกือบ 300 คน โดยผู้ปกครองก็มีความพอใจ ส่วนครูก็ได้สอนในรายวิชาที่เชี่ยวชาญ แตกต่างจากเดิมที่สอนเกือบทุกวิชา ขณะที่ผู้บริหารสถานศึกษาเมื่อยุบรวมโรงเรียนก็จะช่วยกันบริหารงานไปก่อน เมื่อมีตำแหน่งว่าง สพฐ.ก็จะบรรจุลงในโรงเรียนต่อไป
          ขณะที่ จ.ส.อ.บรรเจิด สุกุรา ครูสอนคณิตศาสตร์ ที่เพิ่งย้ายมาจากร.ร.บ้านเนินสวอง บอกว่า ครูที่มาสอนจะปรับตัวง่าย เพราะจัดการเรียนการสอนวิชาที่ถนัด ทำให้ลดภาระด้านต่างๆ ได้ ครูเน้นการสอนอย่างเดียวทำให้มีเวลาเตรียม
          การสอน เด็กก็จะได้ความรู้สามารถดึงศักยภาพในตัวออกมาได้ เพราะโรงเรียนมีอุปกรณ์การสอนครบถ้วน
          เมื่ออยู่โรงเรียนเดิมจะเน้นแค่วิชาเดียวไม่ได้ ต้องให้ครบ 9 วิชา 8 กลุ่มสาระ 3 ชั้น 24 วิชา ฉะนั้น เมื่อเด็กมาเรียนรวมกันเด็กจะได้ความรู้มากกว่า การควบรวมอยู่ที่ชาวบ้าน ไม่ใช่อยู่ที่โรงเรียนหรือเขตพื้นที่การศึกษา ชาวบ้านพอใจตรงไหนเราต้องจัดให้เขา ถ้าจะให้ทำตามนโยบาย ก็ต้องทำให้เห็นข้อดี ถ้ามีข้อดีมากกว่าเขาก็จะยอม และทุกคนต้องไม่คัดค้าน
          ส่วน ครูอมรรัตน์ ยวงสุวรรณ ครูสอนภาษาไทย ชั้นป.4 บอกว่า ก่อนยุบโรงเรียนมารวมกัน แต่ละโรงมีนักเรียนประมาณ 30-40 คน เมื่อมาเรียนรวมกันจะมีนักเรียนประมาณ 200 คน เมื่อยุบมาเรียนรวมแล้ว ครูจะสอนครบชั้น เรียนตรงตามหลักสูตร ประโยชน์ก็จะตกมาถึงเด็ก
          เคยไปเยี่ยมบ้านเด็กที่ยุบรวมมาเรียน พ่อแม่ก็จะบอกว่าเด็กเรียนดีขึ้น อ่านหนังสือได้ การยุบรวมจะมีรถรับ-ส่งตามบ้าน แรกๆ เด็กจะมีเขินบ้าง แต่จะปรับตัวกันง่าย ครูเองก็ไม่มีปัญหา จึงเห็นด้วยกับการยุบรวมหากเด็กได้รับประโยชน์ แต่ถ้าโรงเรียนที่มีเด็กน้อยแต่มีศักยภาพดูแลเด็กได้ดี ไม่ยุบก็ไม่เป็นไร ครูภาษาไทยกล่าว
          จากนั้น ศธ.จึงมุ่งหน้าขึ้นเหนือไปเยือน จ.เชียงใหม่ เพื่อเยี่ยมชมการบริหารจัดการ ศูนย์โรงเรียนตำบลสันกลาง อ.สันกำแพง สังกัด สพป.เชียงใหม่ เขต 1 ซึ่งเป็นการรวมกันของโรงเรียนขนาดเล็ก 3 โรง ประกอบด้วย ร.ร.วัดสันกลางเหนือ ร.ร.วัดสันกลางใต้ และร.ร.บ้านมอญ
          และ ศูนย์สองโรงเรียนบ้านผึ้ง (วิจิตรราษฎร์อุปถัมภ์) อ.แม่แตง สังกัด สพป.เชียงใหม่ เขต 2 ที่เกิดจากการยุบรวมร.ร.วัดแม่หอพระ ร.ร.วัดแม่นาป้าก และร.ร.หัวฝายวิทยาคาร เข้าด้วยกัน
          พร้อมเปิดเวทีประชาคมถกปัญหา วิธีบริหารจัดการ และมาตรการแก้ไขกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น สพป. ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน ตลอดจน ชุมชน ซึ่งมีบทบาทสำคัญที่สุดต่อการคงไว้ ยุบเลิก หรือยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่
          แน่นอนว่าเสียงที่ได้รับส่วนใหญ่ คงหนีไม่พ้นประโยชน์ที่ได้รับจากการยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กเข้าด้วยกัน เริ่มจาก ด.ญ.เอแคม ลงทุน นักเรียนชั้น ป.6 ศูนย์โรงเรียนตำบลสันกลาง ย้อนอดีตว่าเมื่อเรียนจนชั้น ป.2 เธอก็กลายเป็นนักเรียน ร.ร.บ้านมอญ รุ่นสุดท้าย เพราะโรงเรียนได้ยุบมาเรียนรวมกันที่ร.ร.วัดสันกลางเหนือ ในปี 2553
          จากที่เก่ามีเพื่อนร่วมชั้นแค่ 4-5 คน ครูก็ต้องสอนหลายชั้นในเวลาเดียวกัน พอมาเรียนรวมกันแล้ว นอก จากเพื่อนจะเพิ่มมากขึ้น ครูยังอยู่ในห้อง เรียนได้ตลอดชั่วโมง เมื่อไม่เข้าใจอะไรก็ซักถามได้ หนูเห็นด้วยกับการยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก เพราะหนูรู้สึกว่าหนูได้รับความรู้จริงๆ ตัวแทนนักเรียนกล่าวปิดท้ายที่ตัวแทนชุมชนอย่าง นางโสภา วานิชวงศ์ ผู้ปกครอง ที่มาร่วมแสดงทัศนคติว่า ข้อดีของการยุบรวม คือ มิติทางสังคมที่กว้างขึ้น เด็กในหลายหมู่บ้านมีเพื่อนมากขึ้น ขณะที่ผู้ปกครองก็มีปฏิสัมพันธ์ต่อกันที่ดีขึ้น ดังนั้นการยุบรวมจึงมีข้อดี เพราะเราไม่ควรให้เด็กมีไอคิวเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการปฏิสัมพันธ์ซึ่งก็คืออีคิวด้วย

 

          --ข่าวสด ฉบับวันที่ 6 มิ.ย. 2556 (กรอบบ่าย)--


โพสเมื่อ : 05 มิ.ย. 56   อ่าน 413 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ผุดผู้นำนักเรียนสามัคคีลดเหตุวิวาท
17 ม.ค. 55 | อ่าน 88583 ครั้ง
กระทรวงศึกษาธิการประกาศผลครูยอดอุดมการณ์ มีความศรัทธาในวิชาชีพมีความอดทนและรับผิดชอบเสียสละ
11 ม.ค. 56 | อ่าน 901 ครั้ง
’วรวัจน์’ยันต้องรื้อโครงสร้างศธ.
28 พ.ย. 54 | อ่าน 63113 ครั้ง
"ร้อยเอ็ด"ลุยปฏิรูปการศึกษาเร่งกระจายอำนาจถึงโรงเรียน ถกปรับเงินเดือนครูไม่ทั่วถึง
04 ส.ค. 58 | อ่าน 395 ครั้ง
ออกบทเฉพาะกาลรับวิทยฐานะใหม่
12 มิ.ย. 60 | อ่าน 319 ครั้ง
ปัญหาเด็กวิ่งรอกสอบรับตรงต้องไม่มุ่งแก้ ’ที่ปลายเหตุ’
24 ม.ค. 54 | อ่าน 8524 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.