Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ถกยุทธศาสตร์การศึกษาไทย น.ร.เหนือ-อีสานพอใจแท็บเล็ต




      

ถกยุทธศาสตร์การศึกษาไทย น.ร.เหนือ-อีสานพอใจแท็บเล็ต

 

          สภาการศึกษาจัดถกใหญ่ ยุทธศาสตร์การศึกษาไทย ตั้งเป้าขยับ 6 ปี เด็กไทยติด 1 ใน 20 การสอบพิซา ชี้ผลสำรวจแท็บเล็ตเพื่อการศึกษา น.ร.เหนือพอใจ 100 เปอร์เซ็นต์อีสานพอใจเกือบหมด พบปัญหาเด็กไม่สุงสิงเพื่อน โดยเฉพาะ 6 ขวบ มีปัญหามากสุด
          เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ห้องประชุมแกรนด์ บอลรูม โรงแรมสีมาธานี อ.เมือง จ.นครราชสีมา สำนักเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการยุทธศาสตร์การศึกษา พ.ศ. 2556-2558 เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา และประสิทธิภาพการจัดการศึกษาของประเทศไทย ตามนโยบายของรัฐบาล ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน และมีบุคลากรด้านการศึกษา ผู้บริหารโรงเรียน ครู และตัวแทนองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าร่วมประชุมกว่า 1,500 คน
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามกำหนดการ ดร. ศศิธารานำเสนอ ยุทธศาสตร์ การศึกษา พ.ศ.2556-2558 ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศ สรุปผลการประชุมการประชุมเชิงปฏิบัติการฯและการวิพากษ์ กรุงเทพมหานคร และภาคเหนือ รวมทั้งความร่วมมือกับองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ในการจัดทำยุทธศาสตร์การศึกษาของประเทศไทย
          หลังจากนั้นตัวแทนจากยูเนสโกและโออีซีดีขึ้นบรรยายพิเศษ เพื่อให้คำแนะนำแนวทางในการกำหนดยุทธศาสตร์การศึกษาของประเทศไทยในครั้งนี้ ก่อนที่ในช่วงบ่ายจะแบ่งกลุ่มย่อย 7 กลุ่ม เพื่อระดมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นใน 7 เรื่อง ได้แก่ เรื่องการพัฒนาคุณภาพ สร้างโอกาส และกระจายโอกาสทางการศึกษา การปฏิรูปครูโดยยกฐานะวิชาชีพครูให้เป็นวิชาชีพชั้นสูง การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา และอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน การใช้เทคโนโลยีจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา และอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างทุนปัญญาของชาติ การเพิ่มขีดความสามารถของทรัพยากรมนุษย์ เพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน และเรื่องสถิติ ตัวชี้วัดเพื่อการวางแผนจัดทำยุทธศาสตร์การศึกษาไทย พ.ศ.2556-2558
          ทั้งนี้ ดร.ศศิธารากล่าวว่า ความร่วมมือกับยูเนสโกและโออีซีดีนั้น จะทำในระยะยาว 10-15 ปี โดยจะร่วมมือพัฒนาด้านการศึกษาใน 3 เรื่อง ได้แก่ การให้คำแนะนำแนวทางในการพัฒนาการศึกษาตามยุทธศาสตร์ที่กำหนด จัดหลักสูตรให้มีความเป็นสากลมากขึ้น การพัฒนาครูให้เป็นวิชาชีพชั้นสูง การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา ซึ่งจากสถิติการสอบการประเมินผลนักเรียนระดับนานาชาติ (พิซา) ด้านวิทยาศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ พบว่า เด็กนักเรียนไทยได้คะแนนไม่ดีนัก อยู่ในระดับที่ 42 จากประเทศทั่วโลก
          กระทรวงศึกษาธิการตั้งเป้าหมายว่า ภายใน 6 ปี จะต้องติด 1 ใน 20 ของโลกให้ได้ วันนี้จึงเชิญเจ้าหน้าที่ขององค์กรโออีซีดี ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดสอบพิซามาให้คำแนะนำ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาการศึกษาไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ โดยจากการหารือในเบื้องต้นโออีซีดีแนะนำว่า บทบาทสำคัญอยู่ที่ครู ซึ่งจะต้องปรับวิธีการถ่ายทอดความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และการอ่านใหม่ ให้นักเรียนรู้จักคิดเป็น คำนวณเป็น และใช้เทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ให้มากขึ้น ดร.ศศิธารากล่าว
          ดร.ศศิธารากล่าวว่า ในส่วนของเรื่องการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษานั้น ประเทศไทยได้รับความชื่นชมจากองค์การยูเนสโกเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการแจกแท็บเลตเพื่อการศึกษา มีการจัดระบบ wifi ให้กับโรงเรียนกว่า 4 หมื่นแห่งทั่วประเทศ และส่งเสริมให้ใช้ดิจิตอลคอนเทน โดยปัจจุบันมีอยู่ 3-4 ประเทศเท่านั้นที่ทำเช่นนี้ได้ เช่น อุรุกวัย, ปากีสถาน และไทย
          ดร.ศศิธารากล่าวต่อไปว่า ผลจากการสำรวจความพึงพอใจหลังจากแจกแท็บเลตเพื่อการศึกษา เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ในโรงเรียนทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือพบว่า นักเรียนรู้สึกพอใจ 100% ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือพึงพอใจกว่า 87% ส่วนครูและผู้ปกครองรู้สึกพึงพอใจในระดับใกล้เคียงกัน แต่ในขณะเดียวกันมีผลสะท้อนด้านลบบ้างคือ นักเรียนที่ได้รับแท็บเลตจะมุ่งแต่เล่นแท็บเลตจนไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน โดยเฉพาะกับนักเรียนที่มีอายุประมาณ 6 ขวบ ซึ่งจะมีปัญหาเรื่องนี้มาก ดังนั้น จึงต้องแนะนำโรงเรียนให้มีการจัดระบบไม่ให้นักเรียนใช้แท็บเลตมากเกินไป เพื่อลดปัญหาเหล่านี้ลง
          นายริชาร์ด เยลแลนด์ หัวหน้าแนะนำนโยบายและการดำเนินงานในคณะกรรมการเพื่อพัฒนาการศึกษา โออีซีดี กล่าวว่า ปัจจุบันโลกได้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ทั้งเรื่องของเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม และภูมิศาสตร์ ซึ่งยุทธศาสตร์พัฒนาการศึกษาไทยฉบับร่างนี้ ก็สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นอย่างดี ส่วนผลการจัดอันดับการสอบพิซาของไทย ที่อยู่ในอันดับ 42 นั้น เกิดจากผลการสอบเมื่อปี 2552 แต่ผลการสอบในปี 2555 จะประกาศในช่วงเดือนธันวาคมปี 2556 นี้ ซึ่งตนไม่ทราบว่าผลจะออกมาเช่นไร แต่การจะก้าวกระโดดจากอันดับที่ 42 มาอยู่ใน 20 อันดับแรกนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นไปไม่ได้ ตนขอให้เน้นไปที่ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาควบคู่ไปกับการพัฒนาประสิทธิภาพของครูเป็นหลัก เพราะทั้ง 2 เรื่องแยกออกจากกันไม่ได้
          ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กำหนดจัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานด้านการศึกษา ทั้งในและนอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมีนาคมนี้ หลังจากนั้นจะได้นำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่รวบรวมได้จากการประชุมเชิง ปฏิบัติการทั่วทุกภูมิภาค มาปรับปรุงร่างยุทธศาสตร์การศึกษา พ.ศ.2556-2558 ต่อไป

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 01 มี.ค. 56   อ่าน 649 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
สารเนื่องในโอกาสวันครู ครั้งที่ 62 ปี พ.ศ. 2561
16 ม.ค. 61 | อ่าน 228 ครั้ง
เล็งเปิดรองฯสพป.สอบชิง’บิ๊กสพม.’สพฐ.ชงก.ค.ศ.แก้เกณฑ์คัด ’49’ ผอ.เขต เสนอให้แ
19 พ.ย. 56 | อ่าน 493 ครั้ง
จัดแพ็กเกจช่วยครูสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ปลูกฝังรักชาติ และส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกเยาวชน
27 มิ.ย. 57 | อ่าน 2146 ครั้ง
ประกาศวันสอบ V-Net ,วัดคุณภาพนร.อาชีวะ
06 ก.ค. 54 | อ่าน 28721 ครั้ง
หวั่นอาชีวะไม่สอบวีเน็ตปวส.ตกประเมิน
23 ม.ค. 56 | อ่าน 731 ครั้ง
กก.กลั่นกรองชงย้าย 19 ผอ.ร.ร.ดัง สพฐ.รอเสนออ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯแต่งตั้ง เผยรายชื่อโรงเรียนที่ผู้บริหา
14 ก.ย. 55 | อ่าน 912 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.