Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


คอลัมน์: ศึกษาพาที: ’สหวิทยาเขต’ อีกหนึ่งการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา




      

คอลัมน์: ศึกษาพาที: 'สหวิทยาเขต' อีกหนึ่งการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา

 

          ชนิตร ภู่กาญจน์

          นับตั้งแต่กระทรวงศึกษาธิการได้ออกประกาศ เรื่อง การกำหนดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2553 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 127 ตอนพิเศษ 98 ง หน้า 62 วันที่ 18 สิงหาคม 2553) โดยให้มีเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาทั้งหมด จำนวน 42 เขต จากทั้งหมด 77 จังหวัด ซึ่งการแบ่งเขตการศึกษาดังกล่าวนี้ ทำให้ในบางเขตพื้นที่การศึกษา จะต้องมีผู้ดูแลรับผิดชอบพื้นที่มากกว่า 1 จังหวัด
          หนึ่งในจำนวน เขตพื้นที่การศึกษา พื้นที่เดียวที่ต้องรับผิดชอบถึงสองจังหวัด ได้แก่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา เขต 19 มีอักษรย่อว่า สพม.19 หรือ สพม.เขต 19 มีพื้นที่รับผิดชอบ ประกอบด้วยท้องที่ จังหวัดเลยและจังหวัดหนองบัวลำภู โดยมีที่ตั้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 19 เลย-หนองบัวลำภู อยู่ที่อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย
          หากจะแยกพื้นที่ความรับผิดชอบโรงเรียนในแต่ละจังหวัด ออกมาให้เห็นชัดๆ พบว่า จังหวัดเลย มีโรงเรียนที่ต้องรับผิดชอบ จำนวน 31 โรงเรียน และจังหวัดหนองบัวลำภู จำนวน 21 โรงเรียน เรียกได้ว่า สพม. 19 ต้องรับผิดชอบโรงเรียนทั้งหมด ถึง 52 โรงเรียน
          การดำเนินการบริหาร จึงได้จัดตั้งศูนย์ประสาน สพม.19 หนองบัวลำภู ขึ้น โดยได้รับความร่วมมือระหว่างผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดจังหวัดหนองบัวลำภู และสำนักงานจังหวัดหนองบัวลำภู จัดตั้งขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อราชการให้กับโรงเรียน ครู และหน่วยงานราชการ หน่วยงาน เอกชนในจังหวัดหนองบัวลำภู ที่ชั้น 1 อาคารอนาลโย ศูนย์ราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อให้เกิดความสะดวกแก่ ผู้เกี่ยวข้อง
          ส่วนการขับเคลื่อนทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับมัธยมศึกษา (ม.1-ม.6) ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา เขต 19 เลย-หนองบัวลำภู ได้ดำเนินไปด้วย ความมุ่งมั่นของผู้บริหารเขตพื้นที่ ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ภายใต้ข้อจำกัด ในหลายๆ ด้าน เพื่อให้คุณภาพทางการศึกษาของนักเรียน ครู และโรงเรียนในสังกัดก้าวสู่ความเป็นเลิศ...
          ทำให้เกิด สหวิทยาเขต ขึ้น ซึ่งมีภาพลักษณ์ว่า สหวิทยาเขต คือ อีกรูปแบบที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา เขต 19 เลย-หนองบัวลำภู นำมากำหนดใช้ เพื่อประสานทุกฝ่ายให้มาร่วมแรงร่วมใจกันจัดการศึกษา มิใช่แยกกันจัด แยกกันรับผิดชอบ ควบคู่ไปกับเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่แบ่งเป็นกลุ่มของจังหวัด
          นายสมเจษฎ์ ศรีสมจักร์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 19 เล่าว่า สพม.เขต 19 ได้สร้างเครือข่ายการพัฒนาการศึกษาโดยการจัดตั้งเป็น สหวิทยาเขต ทั้งจังหวัดเลยและหนองบัวลำภู และมีเจตจำนงร่วมกันในการพัฒนาและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาโดยเครือข่ายสหวิทยาเขตให้สูงขึ้น ร่วมกัน มีการทำบันทึกข้อตกลง (MOU) จำนวน 7 สหวิทยาเขต 52 โรงเรียน ประกอบด้วย 1.สหวิทยาเขตหลักเมือง 2.สหวิทยาเขต ลุ่มน้ำโขง 3.สหวิทยาเขตวังสะพุง 4.สหวิทยาเขตศรีสองรัก 5.สหวิทยาเขตภูผาหินงาม 6.สหวิทยาเขตบัวบาน และ 7.สหวิทยาเขตวังแสนสุวรรณ
          ส่วน บทบาทและหน้าที่ของสหวิทยาเขต กำหนดไว้เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพการศึกษา คือการจัดทำระบบสารสนเทศของโรงเรียนให้เป็นปัจจุบันและสอดคล้องกับหน่วยงานต้นสังกัด กำหนดมาตรฐานวิชาการและเป้าหมายในการพัฒนาทางวิชาการของโรงเรียน จัดทำแผนรับนักเรียนให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะในการบริหารจัดการเพื่อการใช้ทรัพยากรบุคลากรร่วมกัน จัดกิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพครูและนักเรียนของโรงเรียน กำกับติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของสหวิทยาเขตและรายงานต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา
          นอกจากนี้จะต้องนำเสนอแนวทางของการมี ส่วนร่วมในการบริหารจัดการด้านวิชาการ งบประมาณ ด้านบริหารงานบุคคล และบริหารทั่วไปต่อกลุ่มโรงเรียนเพื่อพิจารณา พร้อมกับให้การสนับสนุนสหวิทยาเขตเพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐานการมัธยมศึกษาสู่สากล และสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียนในสหวิทยาเขตโดยคำนึงผลที่จะเกิดขึ้นกับนักเรียนเป็นสำคัญด้วย
          สิ่งที่สำคัญคือต้องการให้เครือข่ายสหวิทยาเขต ได้มีส่วนร่วมในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนทุกโรงเรียนในสังกัดให้สูงขึ้นร่วมกัน นายสมเจษฎ์ ศรีสมจักร์กล่าวย้ำ
          ซึ่งสอดคล้องกับ ดร.พนม พงษ์ไพบูลย์ อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่เคยเขียนและเผยแพร่ออกทางสื่อสารมวลชนเมื่อหลายปีมาแล้วว่า การจัดการศึกษาแบบสหวิทยาเขตมิใช่เป็นของใหม่แต่ประการใด มีการใช้กันมานานทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย ที่ใช้มากมีรูปแบบชัดเจนเห็นจะเป็นในระดับอุดมศึกษา
          ส่วนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีรูปแบบของ กลุ่มโรงเรียน คือ การรวมตัวของสถานศึกษาประเภท
          เดียวกัน เป็น กลุ่ม เพื่อร่วมกันทำกิจกรรมบางประการ ส่วนใหญ่เป็น กิจกรรมทางวิชาการและการกีฬา ซึ่งก็เป็นแนวทางที่ดีและถือปฏิบัติกัน มาเป็นเวลาช้านาน แต่การรวมแบบกลุ่มโรงเรียนมีปัญหาข้อจำกัดอยู่หลาย ประการ ที่สำคัญคือมิใช่การรวมตัวกัน เพื่อ จัดการศึกษา ให้บรรลุผลตาม เจตนารมณ์ คือ ให้ทุกคนได้เรียน อย่าง สะดวก เป็นธรรมและมีคุณภาพ การ รวมตัวกันแบบสหวิทยาเขต จึงต้องเป็นการรวมตัวที่กระชับแน่นกว่าการรวมตัวแบบกลุ่มโรงเรียน จะต้องเป็นการรวมตัวเพื่อจัดการศึกษาร่วมกัน ไม่ใช่ เพื่อทำกิจกรรมร่วมกันเท่านั้น
          จากภาพที่ปรากฏออกมาให้เห็น และจากนิยามต่างๆ ทำให้พบว่า ความเป็นสหวิทยาเขตไม่ใช่ระบบเครือข่ายที่มีศูนย์กลางหลัก แล้วมีวิทยาเขตหรือแหล่งศึกษาอื่นเป็นบริวารเหมือนระบบสุริยะจักรวาลกับดาว พระเคราะห์ แต่เป็นระบบที่ต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความเจริญ และการพัฒนาของการทำงานในยุคนี้

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์แนวหน้า



โพสเมื่อ : 22 ก.พ. 56   อ่าน 588 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
สะกิด สกอ.ปรับวิธีให้ทุนเน้นความต้องการประเทศ
26 ก.พ. 61 | อ่าน 362 ครั้ง
เสนอตั้งกก.ปรับหลักสูตร เน้น’ผลลัพธ์เด็ก’เป็นหลัก
26 ธ.ค. 55 | อ่าน 780 ครั้ง
สตง.บี้โกงสนามฟุตซอล สแกนคอนกรีตมัดทุจริต/พบ 18อบจ.จ้างกลุ่มบ.เดียวกันด้วย
04 พ.ย. 57 | อ่าน 451 ครั้ง
สกอ.เผย ผู้สมัครครูพัฒนาท้องถิ่น ขาดคุณสมบัติเกือบหมื่นราย
18 ส.ค. 59 | อ่าน 433 ครั้ง
กกอ.ยอม’ดุริยางคศิลป์’บัณฑิตเก่าได้ผลบุญด้วย
04 พ.ย. 54 | อ่าน 63768 ครั้ง
ครม.ตั้งกฎเข้มรร.กวดวิชาสอบรายได้/ติดป้ายค่าเรียน
24 มี.ค. 54 | อ่าน 35937 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.