Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


เรื่องประชาคมอาเซียน สถานศึกษาอย่าหลงประเด็นหลัก




      

เรื่องประชาคมอาเซียน สถานศึกษาอย่าหลงประเด็นหลัก

 

          ประภาศ ปานเจี้ยง
            คณะศิลปศาสตร์และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่

          อนุสนธิจากการฟังบรรยายพิเศษของศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ เครืองาม เรื่อง อำนาจรัฐกับการบริหารประเทศ ภายใต้กระแสการเปลี่ยนแปลงสู่ประชาคมอาเซียน เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2555 ณ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ความตอนหนึ่งท่านกล่าวสรุปความว่า สิ่งที่จำเป็นมากที่สุดก่อนถึงปี พ.ศ. 2558 คือประเทศไทยต้องเตรียมประชาชนของเราให้ทราบว่าอาเซียนคืออะไร เกิดขึ้นทำไม มีข้อตกลงอะไรกันบ้าง และที่สำคัญที่สุดการรวมกลุ่มกันเป็นประชาคมอาเซียนจะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตทั้งปัจจุบันและอนาคตของพลเมืองไทยอย่างไร
          ผมสนใจและเห็นด้วยกับความคิดเห็นนี้ของศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ เครืองาม มาก ทั้งในฐานะพ่อของลูกที่ต้องเป็นผู้ปกครองนักเรียน ในฐานะอาจารย์ที่ต้องสอนหนังสือลูกศิษย์ และในฐานะประชาชน ในฐานะผู้ปกครองนักเรียนผมเป็นพ่อลูกสอง ลูกคนแรกกำลังเรียนระดับประถมตอนปลาย ลูกคนเล็กกำลังเรียนระดับอนุบาล ผมรับส่งลูกไปกลับโรงเรียนทุกวัน สอนการบ้านลูก เซ็นชื่อรับทราบในสมุดมอบหมายการบ้านต่างๆ ที่ครูมอบหมายมา และเซ็นชื่อรับทราบการบ้านที่ลูกทำเสร็จก่อนที่ลูกจะส่งครูในวันรุ่งขึ้น รวมทั้งการไปเข้าร่วมการประชุมผู้ปกครองและการจัดกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียนทั้งกิจกรรมวิชาการและกิจกรรมการกีฬา
          ขณะมีเวลาอยู่ที่โรงเรียนของลูกผมให้ความสำคัญกับการอ่านป้ายนิเทศต่างๆ ของโรงเรียน พบว่าโรงเรียนตื่นตัวในเรื่องการเตรียมนักเรียนเข้าสู่อาเซียนในระดับที่น่าพอใจ แต่มีข้อสังเกตว่าข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ผมรับรู้โรงเรียนเตรียมเด็กของเราเฉพาะแค่ข้อมูล แช่แข็ง หรือข้อมูล แห้งๆ เป็นต้นว่า ให้เด็กนักเรียนรู้จักและจำได้เฉพาะข้อมูลพื้นฐานทั่วไปของกลุ่มประเทศในประชาคมอาเซียน เช่น ชื่อประเทศ ชื่อเมืองหลวง ดอกไม้ประจำชาติ ภาษาประจำชาติ ศาสนาประจำชาติ ชุดประจำชาติ เป็นอาทิ อนุมานได้ว่าน่าจะเกือบทั้งประเทศที่เป็นเหมือนกันเช่นนี้ กิจกรรมที่ทำกันมากคือให้นักเรียนแต่งกายด้วยชุดประจำชาติอาเซียน
          ข้อมูลพื้นฐานทั่วไปที่ผมกล่าวว่าเป็นข้อมูลแบบแช่แข็ง ก็เป็นข้อมูลที่จำเป็นที่เด็กนักเรียนของเราต้องรู้ แต่เมื่อไหร่เราจะข้ามผ่านไปสู่ความรู้ แนวคิด หรือความเข้าใจในเรื่องอื่นเสียที
          เรื่องกำหนดให้นักเรียนพูดภาษาอังกฤษกันในชีวิตประจำวันสัปดาห์ละหนึ่งวันที่เคยพูดกัน ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ไม่ควรถูกหัวเราะเยาะเหมือนที่บางคนแสดงอารมณ์ออกไป เนื่องจากเราก็รู้กันอยู่ว่าการเรียนรู้พฤติกรรมทุกพฤติกรรมจะพัฒนาไปถึงจุดที่เป็นพฤติกรรมที่คงทนถาวร (Permanent Behavior) ได้ต้องอาศัยการปฏิบัติ (Practice) บ่อยๆ ซ้ำๆ แต่คำถามใหญ่ของเรื่องนี้ก็คือ ครูทั้งโรงเรียนตั้งแต่ผู้อำนวยการยันครูประจำชั้นและครูประจำการทุกกลุ่มสาระวิชาจะพร้อมเพรียงกันพูดภาษาอังกฤษกับนักเรียนทุกคนหรือเปล่า ครูทุกคนกล้าเป็นผู้นำนักเรียนในการสร้างบรรยากาศการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษหรือไม่ ผมไม่ได้หมายความว่าครูของเราพูดภาษาอังกฤษไม่ได้นะครับ สติปัญญาและความรู้ความสามารถของครูไทยไม่น้อยหน้ากว่าครูชาติอื่นในอาเซียนหรอกครับ แต่ปัญหาเรื่องทัศนคติ (Attitude) ต่อนโยบายต่างๆ และความไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการสนองนโยบายต่างหากที่น่าห่วง
          ในฐานะผู้สอนหนังสือในมหาวิทยาลัย ผมเพิ่งเข้าร่วมวงการอภิปรายกับเพื่อนผู้ร่วมวิชาชีพเดียวกันเมื่อช่วงเกือบๆ จะสิ้นปีที่แล้ว ครั้งนั้นอภิปรายกันประมาณ 10 มหาวิทยาลัย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเพื่อค้นหาโจทย์วิจัยด้วยคำถามที่ว่า การเตรียมตัวสู่ประชาคมอาเซียน : มหาวิทยาลัยกำลังทำอะไร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยแห่งชาติ (สกว.) เป็นผู้ดำเนินการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) เป็นผู้อำนวยความสะดวกและสนับสนุนงบประมาณดำเนินการ องค์ความรู้จากการระดมสมองครั้งนี้พบว่าสิ่งที่มหาวิทยาลัยทั้ง 10 มหาวิทยาลัยได้ทำและกำลังทำเพื่อตอบสนองเรื่องการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ได้แก่
          1.ทำบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับมหาวิทยาลัยต่างๆ ในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งโดยส่วนมากเป็นมหาวิทยาลัยในประเทศมาเลเซีย และประเทศสิงคโปร์
          2.เปิดสอนรายวิชาอาเซียนศึกษา (ASEAN Study) เป็นรายวิชาในกลุ่มวิชาศึกษาทั่วไป (General Education)
          3.เปิดสอนภาษามลายู รวมทั้งภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น และภาษาเกาหลี เพื่อเตรียมคนเรื่องความสามารถในการสื่อสารกับพลเมืองประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ รวมทั้งประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น และประเทศเกาหลี ซึ่งเป็นประเทศในกลุ่มอาเซียนบวกสาม
          4.ฝึกอบรมภาษาอังกฤษให้แก่บุคลากรของตนเอง
          5.มีแผนที่จะเปิดสอนภาษาของประเทศกลุ่มอาเซียนอื่นๆ เช่น ภาษาพม่า ภาษาเวียดนาม ภาษาตากาล็อก เป็นต้น
          ทั้ง 5 ประการข้างต้นก็เป็นสิ่งที่จำเป็น ที่มหาวิทยาลัยต้องทำเพื่อเป็นการผลิตบัณฑิตที่มีคุณลักษณะพื้นฐานของความเป็นพลเมืองของประเทศอาเซียน แต่ความรู้เชิงลึกที่ว่า ทำไมเราต้องรวมกลุ่มกันเป็นประชาคมอาเซียน เจตนารมณ์ของการรวมกลุ่มกันเป็นประชาคมอาเซียนคืออะไร ข้อตกลงร่วมกันของประเทศอาเซียนคืออะไร หมายความว่าอย่างไร ถ้าไม่รวมกลุ่มกันและไม่มีข้อตกลงอะไรๆ ร่วมกันจะดีกว่าเดิมหรือไม่ดีกว่าเดิมอย่างไร
          คำตอบของคำถามเหล่านี้มหาวิทยาลัยจะต้องไปให้ถึง และนำมาเข้าสู่ห้องเรียน เพื่อคุยกับนักศึกษาของเรา รวมทั้งคำตอบของคำถามเชิงจิตวิทยาที่ว่า เราจะอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านในประเทศอาเซียนของเราอย่างไร จึงจะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข เราจะปรับตัวเข้ากันได้อย่างไร จะต้องได้รับการอภิปรายแลกเปลี่ยนกัน ให้ผู้สอนและผู้เรียนในระดับอุดมศึกษาเกิดความคิดรวบยอด

          --มติชน ฉบับวันที่ 20 ก.พ. 2556 (กรอบบ่าย)--



โพสเมื่อ : 19 ก.พ. 56   อ่าน 2298 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
กช.สั่งแก้เกณฑ์จ่ายเงินร.ร.การกุศล ต่อท่อตรงไม่ผ่านเขตพื้นที่จัดซื้อจัดจ้าง-ย้ำโปร่งใส
05 ก.ค. 54 | อ่าน 27803 ครั้ง
ศธ.เล็งซื้อแท็บเล็ตผ่านรัฐบาลจีน ชง’ยิ่งลักษณ์’ทำข้อตกลงระดับ ปท. หวังราคาถูกลง-ได้เครื่
05 ม.ค. 55 | อ่าน 21451 ครั้ง
โผล่อีกแล้ว!นมโรงเรียนบูด ทนมา 2 ปีไม่ไหว!ร้องสื่อ
25 ก.ย. 58 | อ่าน 1303 ครั้ง
แป๊ะเจี๊ยะปี 58 พุ่ง 1.2 หมื่นล้าน
08 พ.ค. 58 | อ่าน 536 ครั้ง
คอลัมน์: แวดวงของเรา: กศน.ที่มีผลงานดีเด่น
21 พ.ค. 56 | อ่าน 604 ครั้ง
ราชภัฏอุดรธานีเตรียมเข้าเออีซี
22 ส.ค. 55 | อ่าน 938 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.