Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาถอดบทเรียน "Constructionism" การพัฒนาการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค




      

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาถอดบทเรียน Constructionism การพัฒนาการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญา

 

          การรู้จริง สามารถแก้ปัญหาได้ในสถานการณ์จริง เป็นความสามารถที่สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้เรียนอย่างชัดเจน และสามารถสร้างสรรค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง ทุกคนตระหนักว่าการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นนั้นสามารถผลักดันให้คุณภาพชีวิตของตนเองดีขึ้นอย่างชัดเจน
          นี่คือ ข้อสรุปที่ได้จากการถอดบทเรียนการพัฒนาการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1 ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) ร่วมกับมูลนิธิศึกษาพัฒน์และมูลนิธิไทยคมจัดการประชุมสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง การพัฒนาการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1 ( The 1 st Thailand Constructionism Symposium 2013) ณ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเร็วๆ นี้โดยมีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานและกล่าวเปิดการประชุมซึ่งสรุปความสำคัญได้ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการสร้างพื้นฐานของเยาวชน ให้ความสำคัญในการผลิตบุคลากรให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง ให้เติมเต็มต่อการรองรับช่องว่างของสังคมผู้สูงอายุได้อย่างไร จะช่วยกันสร้างบุคลากรโดยเฉพาะครู ซึ่งถือว่าเป็นแม่พิมพ์ของชาติให้สามารถผลิตบุคลากรที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศได้อย่างไร เทคโนโลยีนับเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาการเรียนการสอนให้ดีขึ้น ทำอย่างไรจะดึงศักยภาพของเยาวชนออกมาได้อย่างเต็มที่โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่ในห้องเรียน การเรียนรู้นั้นมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ขอให้เลือกที่จะนำองค์ความรู้ที่มีอยู่รอบตัวมาประกอบกับการใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมและเข้าถึงแหล่งความรู้อย่างเต็มที่ จะทำให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างแท้จริง
          ด้านนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงวัตถุประสงค์หลักของการจัดประชุมครั้งนี้ ว่า เป็นโอกาสดีที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะได้ร่วมกันเรียนรู้จากประสบการณ์จริงของผู้ปฏิบัติงานทั้ง 13 กรณีศึกษา ได้สกัดบทเรียนรู้และได้พิจารณาถึงปัจจัยเชื่อมโยงมิติต่างๆ เข้าด้วยกัน และร่วมกันระดมสมอง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อหายุทธศาสตร์ในการพัฒนาคนไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
          ทั้งนี้ การนำเสนอกรณีศึกษาทั้งหมด ได้แก่ Village that learns คือ การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในชุมชนชนบทอย่างยั่งยืน, School that learns คือ การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาภายในโรงเรียนและสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต และ Industry that learns คือ การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาคุณภาพพนักงานในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ให้มีความสามารถในการเรียนรู้และแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ โดยหลังจากนี้ สภาการศึกษาจะนำแนวคิด ประสบการณ์ บทเรียนที่ได้จากกรณีศึกษา มาใช้เป็นแนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา พัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา และผู้เรียน สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลต่อไปนายพงศ์เทพ กล่าว
          จากนั้นมีการบรรยายปาฐกถาพิเศษเรื่อง Transformative Technologies for Innovative Learning : Moving Towards 21 st Century Education โดย Prof. Paulo Blikstein จาก Stanford University เรื่อง From the Beginning to the Present and to the Future : Constructionism in Thailand โดย Dr.David Cavallo ผู้อำนวยการConstructionist Learning อดีตผู้อำนวยการ กลุ่ม Future Learning Group จาก MIT Media Lab และปาฐกถาพิเศษ เรื่องทิศทางการพัฒนาการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญาแห่งประเทศไทยในทศวรรษที่ 2 โดยความร่วมมือของมูลนิธิศึกษาพัฒน์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด โดยนายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานมูลนิธิศึกษาพัฒน์และรองประธานมูลนิธิไทยคม
          ต่อด้วยพิธีลงนามเปิดตัวโครงการความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา (โครงการ Candle Light Project) โดย ผู้แทนมูลนิธิศึกษาพัฒน์ ผู้แทนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีผู้แทนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้แทนมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด มีนายพงศ์เทพ และ ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการสภาการศึกษาร่วมเป็นสักขีพยานถอดบทเรียนกรณีศึกษาที่ผ่านการพัฒนาศักยภาพในการเรียนรู้ตามทฤษฎีConstructionism
          ในห้วงทศวรรษที่ผ่านมา สกศ.ร่วมกับมูลนิธิศึกษาพัฒน์ ศึกษาวิจัยการประยุกต์ใช้ทฤษฎีการพัฒนาการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญาโดยในระยะแรกได้ร่วมกับสถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาคเหนือ จังหวัดลำปาง ทดลองนำร่องในพื้นที่ทุกภูมิภาคของประเทศ และต่อมามูลนิธิศึกษาพัฒน์ได้วางแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างยั่งยืนด้วยการพัฒนาศักยภาพในการเรียนรู้ ที่ประยุกต์ใช้ในพื้นที่ต่างๆภายใต้โครงการประภาคารปัญญา ผ่าน 13 กรณีตัวอย่างนำร่อง ที่ประสบความสำเร็จเห็นผลเป็นรูปธรรม ดังนี้
          ระดับชุมชนชนบท นำโดยชุมชนหมู่บ้านลิ่มทอง อำเภอนางรองจังหวัดบุรีรัมย์ และชุมชนบ้านสามขา อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง
          ..คนในชุมชนทั้ง 2 แห่งที่เข้าร่วมโครงการ มีความเข้าใจในความสามารถของตนเอง สามารถสร้างความรู้ได้ด้วยตนเอง พัฒนาตนเองให้มีความรู้ยุคใหม่ได้ ทั้งรู้ช่องทางในการรับฟังข่าวสารและสื่อสารกับผู้อื่น มีความสามารถในการปรึกษาหารือระหว่างสมาชิกภายในกลุ่มst มีทักษะในการยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น การยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง รวมทั้งสามารถสรุปบทเรียนของกลุ่มให้สามารถสร้างเป้าหมายและความสำเร็จร่วมกัน มีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และแบ่งปันความรับผิดชอบร่วมกันภายในชุมชน มีการจัดการความรู้อย่างเป็นระบบ ทั้งการเก็บข้อมูล การใช้ข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูลมีการวางระบบการให้ข่าวสารแก่สมาชิกในชุมชน และการประชุมปรึกษาหารือเพื่อสร้างเป้าหมายและความสำเร็จให้แก่ชุมชน
          ขณะที่ระดับโรงเรียนและสถาบันการศึกษา มีโรงเรียนดรุณสิกขาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กรุงเทพฯ,โรงเรียนบ้านสันกำแพง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ โรงเรียนบ้านขาแหย่งพัฒนา อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย โรงเรียนเทศบาล4 (บ้านเชียงราย) อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง และโรงเรียนขนาดเล็กในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 3 แห่ง
          โดยมีปัจจัยแห่งความสำเร็จประกอบด้วยผู้เรียน มีความสนใจมีความต้องการที่จะพัฒนาการเรียนรู้ ศึกษาค้นคว้า คิด วิเคราะห์เป็นระบบ และสร้างความรู้ สิ่งใหม่ด้วยตนเอง ยอมรับและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ ความรู้ที่ได้จากประสบการณ์จริงสร้างความชำนาญเฉพาะให้ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ได้จริงในวิถีชีวิต
          ครูและผู้บริหารสถานศึกษา ผู้สอนต้องเปลี่ยนแปลงบทบาทของตนเอง จากเป็นผู้บอกความรู้ เป็นผู้ร่วมทำกิจกรรม นักสังเกตการณ์นักจดบันทึก นักจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายและยืดหยุ่น มีความมั่นใจและสามารถกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ และเชื่อมั่นว่าสามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงบทบาทในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง โดยวางแผนการเรียนรู้ร่วมกันในห้องเรียน และใช้การประเมินผลการเรียนรู้ที่หลากหลายรูปแบบครอบคลุมการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน ทั้งผู้บริหารสถานศึกษาเปิดโอกาสให้ครูและผู้เรียนจัดกิจกรรมโครงงานเพื่อการเรียนรู้ได้ตามความต้องการ
          ไม่เพียงเท่านี้ทฤษฎี Constructionism ยังถูกส่งผ่านไปยังภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ไม่ว่าเป็นวิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด บริษัท เอสซีจีเคมีคอลล์ (SCG Chemicals) จำกัด เอสซีจี สำนักงานภาคเหนือ
          โดยปัจจัยหลักแห่งความสำเร็จ คือพนักงานที่รู้จักตนเองว่าตนไม่รู้อะไร ต้องการรู้อะไรในการทำงาน ทำให้ได้รู้วิธีการเรียนรู้ การสืบค้นและการสร้างความรู้ในการทำงาน มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาในการทำงานได้ และเกิดความสุขในการทำงาน รวมทั้งมีความเข้าใจและยอมรับความคิดของผู้อื่น
          ทีมงาน(กลุ่ม) มีความรู้ความเข้าใจในการทำงานเป็นทีมสามารถออกแบบและขยายกระบวนการเรียนรู้ตามสถานการณ์จริงรู้จักการพัฒนาทีมงานของตนเอง และสร้างสรรค์ความรู้ตามหน้าที่ของกลุ่มหรือทีมงาน เข้าใจและยอมรับบทบาทของกลุ่มหรือทีมงานที่ต้องพัฒนาและสร้างสรรค์งานเพื่อองค์กรองค์กร ผู้บริหารเปิดโอกาสให้พนักงานแสดงความสามารถตามศักยภาพของตนเอง สนับสนุนให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่บุคลากรที่ได้รับการฝึกอบรมทำให้พนักงานสามารถสร้างองค์ความรู้ในระดับกลุ่มงานและเป็นแนวทางให้เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้ขึ้นในองค์กร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
          บทเรียนที่ได้จากกรณีศึกษาทั้ง 13 กรณี ดังกล่าวนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จะศึกษาถอดบทเรียนในรายละเอียดของแต่ละกรณี เพื่อเป็นแนวทางหนึ่งในการขยายผลและเพิ่มศักยภาพการเรียนรู้ของคนไทยให้สามารถแข่งขันได้กับนานาชาติอย่างสมศักดิ์ศรี ตามนโยบายรัฐบาลต่อไป
          สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 99/20 ถนนสุโขทัย เขตดุสิต กรุงเทพฯ10300 โทรศัพท์ 0-2668-7123 ต่อ 2428, 2434 เว็บไซต์www.onec.go.th

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ



โพสเมื่อ : 18 ก.พ. 56   อ่าน 899 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
มธ.ตั้งรร.ปั้นเด็กสายสังคม ปลูกสายเลือดธรรมศาสตร์
18 มิ.ย. 55 | อ่าน 1096 ครั้ง
สั่งจับตานักเลงอาชีวะช่วงอันตราย
19 มิ.ย. 58 | อ่าน 241 ครั้ง
ทปอ.ไม่เลิกรับตรงเคลียริ่งเฮาส์ชี้เด็กทิ้งม.รัฐส่งผลที่นั่งว่างไม่ต่างเอกชน มหา’ลัยเมืองผู้ดีย
07 ส.ค. 55 | อ่าน 742 ครั้ง
มรภ.สงขลา เทิดพระเกียรติภูมิพลมหาราช
01 ก.พ. 55 | อ่าน 72174 ครั้ง
เรียนรู้บูรณาการในโรงเรียนเล็กอีกจุดเน้นปฏิรูปการศึกษาไทย
02 พ.ย. 53 | อ่าน 7073 ครั้ง
สพฐ.รับลูกคสช.สร้างค่านิยมคนไทยใหม่
16 ก.ค. 57 | อ่าน 412 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.