Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


อาชีวศึกษาเชียงรายรักษาบ้านสู้ประชาคมอาเซียน




      

อาชีวศึกษาเชียงรายรักษาบ้านสู้ประชาคมอาเซียน

 

          พลพิบูล เพ็งแจ่ม
          ในช่วงปีเศษที่ผ่านมาเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่คงคุ้นเคยกับคำว่า ประชาคมอาเซียน หรือ Asean Community : AC กันมากขึ้น แต่มาถึงวันนี้แค่คุ้นเคยหรือเคยได้ยินคงไม่พอแล้ว แต่เราทุกคนจะต้องตื่นตัวและตระหนักถึงความสำคัญของการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2558 กันด้วย เพราะการที่ 10 ชาติอาเซียนเกิดการรวมกันอย่างแน่นแฟ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมา ทำให้กำแพงที่เคยมีในหลาย ๆ ด้านถูกทำลายลง ทั้งด้านความมั่นคง สังคมและเศรษฐกิจ ย่อมส่งผลกระทบต่อชีวิตของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประชาคมอาเซียนจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
          ในระดับชาวบ้านร้านถนนทั่วไปจะตื่นตัว ตื่นเต้นกันขนาดไหนต้องติดตามกันต่อไป แต่บุคลากรในหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งของรัฐและเอกชน ต้องบอกว่าตื่นตัวกันมากแล้ว โดยเฉพาะบรรดาสถานศึกษาที่จะต้องมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาคนในชาติให้เพียบพร้อม มีคุณภาพแข็งแกร่งพอที่จะแข่งขันบนเวทีระดับนานาชาติได้
          วิทยาลัยอาชีวศึกษา (วอศ.)เชียงราย เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ต้องทำหน้าที่นี้ บวกกับการตั้งอยู่บนพื้นที่สำคัญอันเป็นด่านหน้าเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เลยไปถึงประเทศคู่ค้าสำคัญอย่างจีน จึงดูเหมือนว่าภารกิจในการพัฒนาคุณภาพเด็กไทยของสถาบันแห่งนี้ยิ่งต้องมีความเข้มข้นและเร่งด่วนกว่าใคร ๆ
          เรื่องนี้ อาจารย์คนึงนิจ พรหมเนตร ผอ.วอศ.เชียงราย ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า เมื่อการเปิดประชาคมอาเซียนจะส่งผลกระทบหลายด้าน ดังนั้นการพัฒนาคนไทยให้มีคุณภาพแข็งแกร่งจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งในส่วนของวอศ.เชียงราย ได้ก้าวไปแล้วหลายด้าน โดยเฉพาะการปรับวิธีการจัดการเรียนการสอนเป็นกระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญา (Constructionism) หรือ การให้ผู้เรียนสามารถสร้างการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง เพราะความรู้ไม่ใช่มาจากการสอนของครูเพียงอย่างเดียว แต่ความรู้จะเกิดขึ้นและสร้างขึ้นได้เมื่อผู้เรียนได้ลงมือทำด้วยตนเอง ดังนั้นนักเรียนจึงใช้เวลาส่วนใหญ่กับการฝึกปฏิบัติ ไม่ใช่อยู่ในห้องเรียน
          ปัจจุบันเด็ก ๆ จะสนใจเรียนกันมากทางด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การโรงแรม และอาหาร เพราะมองเห็นอนาคต เนื่องจากเชียงรายมีความได้เปรียบในการเป็นแหล่งทางวัฒนธรรม เป็นจุดเด่นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามามาก คนไทยจะทำงานด้านนี้ได้ดี เพราะมีบุคลิกด้านการบริการอยู่แล้ว มีอัธยาศัยดี อ่อนน้อม มีสัมมาคารวะ ถึงจะมีคนต่างชาติเข้ามาทำงานด้านนี้ก็เชื่อว่าคนไทยยังได้เปรียบในเรื่องของบุคลิก ผอ.คนึงนิจ กล่าว
          ผอ.คนึงนิจ ย้ำว่า นอกจากพัฒนากระบวนการเรียนรู้วิชาชีพต่าง ๆ แล้ว เรื่องของภาษาก็มีความจำเป็น ซึ่งสถาบันการศึกษาทุกแห่งควรส่งเสริมให้มีบรรยากาศในการใช้ภาษาต่างประเทศ เช่น การทักทายกันเป็นภาษาอังกฤษ หรือการเผยแพร่สื่อต่าง ๆ ด้วยภาษาอังกฤษ เป็นต้น ทั้งนี้การก้าวไปสู่การจัดการเรียนการสอนวิชาต่าง ๆ โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อก็จะช่วยให้ผู้เรียนได้มีโอกาสพัฒนาทักษะทางภาษาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันวอศ.เชียงรายก็ได้เปิดห้องเรียนมินิอิงลิชขึ้นแล้ว 5 ห้องแบ่งเป็นระดับปวส. 4 ห้องและปวช.อีก 1 ห้อง โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ ทั้งการแลกเปลี่ยนนักเรียนและอาจารย์ด้วย
          แต่ไม่ว่ากระบวนการเรียนรู้จะถูกพัฒนารูปแบบไปเลอเลิศเพียงใด ผอ.คนึงนิจ กลับเห็นว่า การมีสมาธิคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การเรียนรู้ประสบความสำเร็จ เพราะเมื่อคนเรามีสมาธิ ทุกอย่างที่ตามมาก็ดูจะราบรื่น การเรียนรู้ก็จะง่ายขึ่น ทางวิทยาลัยจึงกำหนดให้ 5 นาทีแรกของชั่วโมงแรกทุกวัน ทุกคนต้องฝึกสมาธิก่อนเริ่มการเรียนการสอน ซึ่งสิ่งที่น่าแปลกใจคือ แม้เด็กอาชีวะจะอยู่ในช่วงวัยรุ่น แต่ส่วนใหญ่ก็ชอบและฝึกปฏิบัติกันเป็นประจำจนติดเป็นนิสัย
          น.ส.สมศรี ยูเปีย หรือ น้องแพง อายุ 19 ปี ปวส.3 สาขาวิชาการจัดการธุรกิจท่องเที่ยว บอกว่า ตัดสินใจไม่ผิดที่หันมาเลือกเรียนสายอาชีวะ เพราะระหว่างเรียนก็มีรายได้จากบริษัททัวร์ หรือโรงแรมที่จะจ้างไปช่วยงานอยู่ตลอด ในขณะที่ วาณุชิต พุทธวงศ์ ปวส.1 สาขาการโรงแรม เจ้าของรางวัลชนะเลิศล่าสุดจากการแข่งขันบาร์เทนเดอร์ระดับภาคก็พูดเหมือนกันว่า เลือกเรียนด้านนี้เพราะเห็นอนาคตชัดเจน ยิ่งพื้นที่เชียงรายมีสถานประกอบการท่องเที่ยวมากมายก็ยิ่งมีโอกาสที่ดี และที่สำคัญได้อยู่ใกล้บ้านอีกด้วย
          เท่าที่เล่าฉายภาพให้เห็นมาก็คงพอมั่นใจในคุณภาพของผลผลิตที่จะออกมาได้ แต่ผอ.คนึงนิจ กลับย้ำว่า ไม่ได้คิดสร้างเด็กให้ออกไปลุยบนเวทีอื่น แต่ต้องการพัฒนาเด็กไทยให้มีคุณภาพ ยืนได้อย่างแข็งแรง สง่าผ่าเผยบนเวทีในประเทศไทยนี่แหละ อยู่ช่วยกันพัฒนาบ้านของเราให้เจริญเติบโต สวยงามน่าอยู่ เป็นสุขที่สุดแล้ว แต่ก็พร้อมเปิดรับเพื่อนบ้านที่จะมาช่วยกันทำบ้านเราให้ดี แบบที่ว่าไม่ให้ใครเข้ามาเบียดเบียนเอาเปรียบได้ จริง ๆ แล้ว เราควรสอนให้เด็กรักบ้าน แต่ถ้าเด็กคนไหนทะเยอทะยานอยากจะโกอินเตอร์ก็มั่นใจได้ว่าจะมีศักยภาพพร้อมลุยได้แบบไม่ต้องกลัวใคร
          เหตุผลก็คือ จริง ๆ แล้วประเทศไทยยังมีดีอยู่มากมาย ที่ผ่านมามีแต่คนชาติอื่นโดยเฉพาะบรรดาประเทศที่อยู่ติดรอบรั่วบ้านเรา ล้วนอยากเข้ามาอยู่ เข้ามาทำมาหากินในประเทศไทย คนไทยจำนวนมากจึงไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องไปหัดเรียนภาษาพม่า เขมร หรือลาว เพราะคนจากชาติเหล่านั้นต่างหากที่ขวนขวายอยากพูดภาษาไทยให้ได้ เพื่อจะได้เข้ามาทำมาหากิน แต่เมื่อจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เราคงจะทำตัวแบบเดิม ๆ อยู่ไม่ได้แล้ว ผอ.คนึงนิจ ให้ทัศนคติ
          ก็เป็นแง่คิดที่น่าสนใจ เพราะต้องยอมรับว่าเราก็เป็นแบบนี้กันมาตลอด ก็ไม่รู้ว่าทำให้กลายเป็นจุดอ่อนของคนไทยหรือไม่ โดยเฉพาะการไม่รู้ภาษาของเขาทำให้เราเสียโอกาสที่จะได้เรียนรู้เพื่อนบ้านทั้งวิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณี และที่สำคัญคือ วิธีคิด ในขณะที่เพื่อนบ้านจำนวนมหาศาลเข้ามาเรียนรู้เราตั้งนานแล้ว.

          --เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 29 ม.ค. 2556 (กรอบบ่าย)--



โพสเมื่อ : 28 ม.ค. 56   อ่าน 668 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ต้องเปลี่ยนความคิดครูก่อน
24 ธ.ค. 58 | อ่าน 328 ครั้ง
กางรายชื่อวิทยาลัยรับจัดสรรครุภัณฑ์
29 มี.ค. 55 | อ่าน 9028 ครั้ง
แนวทางการจัดกิจกรรมงานวันครูระดับสถานศึกษา
14 ม.ค. 58 | อ่าน 346 ครั้ง
มรภ.สงขลาพัฒนา 10 ระบบสารสนเทศ จ่าย 14 ล้านหวังลดขั้นตอนปฏิบัติ - เน้นบริการทุกระดับ
09 ก.ค. 55 | อ่าน 878 ครั้ง
ม.กรุงเทพจัด"การตลาดสร้างสรรค์ธุรกิจ"
06 พ.ค. 57 | อ่าน 291 ครั้ง
“ชินวรณ์” ควันออกหู! มอบเงินช่วยนร.น้ำท่วมโคราช เจอซองเปล่า เขตพท.แจงให้ผปค.เซ็นต์รับทีหลัง อ้างกลัว
19 พ.ย. 53 | อ่าน 11495 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.