Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


คอลัมน์: กศน.เพื่อนเรียนรู้: ครูดอย กศน.ผู้เสียสละน่าสรรเสริญ




      

คอลัมน์: กศน.เพื่อนเรียนรู้: ครูดอย กศน.ผู้เสียสละน่าสรรเสริญ

 

          วารินทร์ พรหมคุณ

          กศน.เป็นหน่วยงานหนึ่งที่สามารถเป็นที่พึ่งของราษฎรบนพื้นที่สูงที่เดินทางลำบากยากจะเข้าถึง พื้นที่เหล่านี้มีลักษณะเป็นชุมชนขนาดเล็ก จำนวนประชากรไม่มากพอที่จะเข้าเกณฑ์จัดตั้งโรงเรียนได้ ลูกหลานจึงไม่มีโอกาสรับการศึกษาเหมือนเด็กบนพื้นราบ
          กศน.ได้เข้าไปช่วยจัดตั้งศูนย์การเรียนชาวไทยภูเขา จัดการศึกษา จัดกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับพื้นที่ให้เด็กมีที่เรียนหนังสือ และผู้ปกครองก็ได้รับความรู้ที่เป็นประโยชน์ ที่จะเป็นเครื่องมือช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้ เป็นการให้โอกาสกับผู้ขาดโอกาสอย่างดียิ่ง ศูนย์การเรียนชุมชนมีครูดอยหรือ ครู ศศช.เข้าประจำในหมู่บ้าน ได้เรียนรู้และมีความเข้าใจในวิถีชีวิต วัฒนธรรมท้องถิ่น และสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริงของราษฎร สามารถแนะนำสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมกับสภาพสังคมตลอดจนรากฐานทางวัฒนธรรมถ่ายทอดความรู้ที่จะนำไปใช้จริงและช่วยแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆครูดอยเหล่านี้จึงมีส่วนอย่างมากในการช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ห่างไกลทุกด้าน ไม่เพียงแต่ด้านการศึกษาเท่านั้น นับว่าเป็นผู้มีความเสียสละน่าสรรเสริญ
          พระราชดำรัส สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีขณะเสด็จฯ เป็นองค์ประธานเปิดการประชุมวิชาการ การพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ของศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง (ศศช.) จัดโดย สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) ระหว่างวันที่21-23 มกราคม 2556 ณ ศูนย์กีฬากาญจนาภิเษก รัชกาลที่ 9 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่
          ในการนี้นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีต รมว.ศึกษาธิการ นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการ กศน. คณะผู้บริหาร กศน. พร้อมด้วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และบรรดาครู กศน. เฝ้ารับเสด็จฯ
          ทั้งนี้ เลขาธิการ กศน. กล่าวถึงการจัดประชุมวิชาการครั้งนี้ว่าเพื่อประกาศพระเกียรติคุณและเผยแพร่พระราชกรณียกิจในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารด้วยกระบวนการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่ กศน.ได้สนองพระราชดำริ และเพื่อสร้างโอกาสในการนำเสนอผลงานที่เป็นแนวปฏิบัติที่ดีของการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารและเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครูกศน. ด้วยกัน
          สำหรับผลงานแนวปฏิบัติดีเด่น ในการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามแนวพระราชดำริ ที่ได้นำเสนอนั้นมี 5 ด้านแต่ ณ ที่นี้จะหยิบยกมาเผยแพร่ 3 ด้านเพื่อเป็นตัวอย่างแก่ครูกศน.ในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป
          นิทานสอนอ่าน ผลงานวิชาการแนวปฏิบัติดีเด่นด้านการศึกษาโดย น.ส.สุรีวรรณ เสริมมติวงศ์ ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง บ้านห้วยตองน้อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่
          น.ส.สุรีวรรณ กล่าวว่า สอนที่ ศศช.บ้านห้วยตองน้อยมา 8 ปีแล้วตนเองเป็นชาวเขาเผ่าม้ง แต่มาสอนเผ่ากะเหรี่ยง ตอนแรกก็สอนโดยการใช้หนังสือที่มีอยู่ ซึ่งก็มีเนื้อหาอยู่มากเด็กก็เลยไม่สนใจการอ่าน จึงใช้การเล่านิทานให้เด็กฟังแล้วก็วาดรูป จากนั้นค่อยเอาเนื้อหาของนิทานมาให้เด็กอ่านปรากฏว่าเด็กสนใจอ่านเนื้อหา ก็เลยนำนิทานมาเป็นสื่อในการสอนการอ่าน เพราะที่ผ่านมาพบว่าเด็กอ่านหนังสือไม่ค่อยคล่อง เพราะหนังสือมีเนื้อหาเยอะมากทำให้เด็กไม่อยากอ่านหนังสือ แต่พอเอาหนังสือนิทานมาให้อ่านก็อ่านได้ดี
          น้ำ : พลังงานทางเลือก ผลงานแนวปฏิบัติดีเด่น ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย น.ส.สุรีย์ ยิ่งตระกูลไพร ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง บ้านแม่ดึ๊ อำเภอแม่สะเรียงจังหวัดแม่ฮ่องสอน
          ครูสุรีย์ กล่าวว่า ตอนที่เราเข้ามาที่ศศช.บ้านแม่ดึ๊ พบว่าที่นี่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจริงๆ ไม่มีไฟฟ้า แต่ก็เป็นชุมชนที่มีทรัพยากรน้ำอุดมสมบูรณ์ เป็นพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำตลอดปี จึงมีแนวความคิดว่าจะบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่มีอยู่ให้เป็นระบบและมีประโยชน์มากที่สุด ก็เลยคิดว่าน่าจะสร้างไฟฟ้าจากพลังน้ำ จึงได้ประสานเครือข่ายจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ก็ให้ความช่วยเหลืออย่างดี ทำให้เราสามารถสร้างระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำมาใช้ในศูนย์การเรียนสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้
          และ วิถีมละบริ (ตองเหลือง) ผลงานแนวปฏิบัติดีเด่น ด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น โดย น.ส.สุภารัตน์ ขันหลวง ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา แม่ฟ้าหลวง มละบริภูฟ้า อำเภอบ่อเกลือจังหวัดน่าน
          มละบริ หรือ ชนเผ่าตองเหลือง ที่มีวิถีชีวิตคล้ายกับมนุษย์สมัยก่อนที่อยู่ในป่า มีวัฒนธรรมดีงาม มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง แต่ทุกวันนี้สังคมเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตองเหลืองที่อื่นวัฒนธรรมเปลี่ยนไปคล้ายกับคนเมืองมากขึ้น เพราะความเจริญได้เข้ามาหา
          สำหรับมละบริที่ภูฟ้า ได้มีการรวมตัวกันอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมของเขาไว้ ศศช. ก็เลยเข้าไปช่วยจัดกิจกรรมให้กับกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ เพื่อช่วยให้เขาอนุรักษ์วัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไป ด้วยการจัดให้กลุ่มเยาวชนไปสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรมของตัวเอง ซึ่งมีอยู่หลายด้าน ทั้งวิถีการดำรงชีวิต สิ่งดีงาม ความเชื่อ ภาษาและวรรณกรรม และงานหัตถกรรม โดยได้แนะวิธีการแบบกระบวนการวิจัยสืบสวนคุณค่าของตัวเองฝึกให้เป็นมัคคุเทศก์ประจำศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตวัฒนธรรมภูฟ้า ซึ่งเด็กเหล่านี้จะไม่ออกไปทำงานข้างนอกจะอยู่กับชุมชน ครูสุภารัตน์ กล่าว
          ผลงานเหล่านี้เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของความวิริยะอุตสาหะของครูดอย กศน.ที่จะนำการศึกษาสร้างปัญญา พัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ทุกชีวิตบนผืนแผ่นดินไทย ดังพระราชดำรัสว่าครูเหล่านี้เป็นผู้มีความเสียสละน่าสรรเสริญ
          'ครูดอยเหล่านี้จึงมีส่วนอย่างมากในการช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ห่างไกลทุกด้านไม่เพียงแต่ด้านการศึกษาเท่านั้น'

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ



โพสเมื่อ : 23 ม.ค. 56   อ่าน 711 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ก.ค.ศ.สับสนกับมติที่แตกต่างทางกฎหมาย ทำข้อสรุปใหม่แล้วนำมาพิจารณาอีกครั้ง
17 ต.ค. 56 | อ่าน 389 ครั้ง
ช.พ.ค.สูงวัยหยุดส่งเงินรายศพเริ่มม.ค.60
06 ธ.ค. 59 | อ่าน 248 ครั้ง
มจพ.ตั้งศูนย์ “ปันน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบภัย” เตรียมจัดกระสอบทรายช่วยเมืองนนฯ
14 ต.ค. 54 | อ่าน 53665 ครั้ง
สมัครแก็ต-แพ็ตรอบสอง ภายใน 2 ก.พ.
23 ม.ค. 55 | อ่าน 83958 ครั้ง
เฟ้นโครงการแก้ปัญหาเด็กนอกระบบ
08 พ.ย. 53 | อ่าน 9019 ครั้ง
เมินแปรงบ’ครูพันธุ์ใหม่-วิจัย’ เสมา1อ้างไม่ได้ดู-ชงเฉพาะ’แท็บเล็ต-1ทุน’ เล็ง
16 ธ.ค. 54 | อ่าน 84315 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.