Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


เสียงจากครู’ด้ามขวานทอง’ สะท้อนหญิงแกร่ง’ยอดนักสู้’




      

เสียงจากครู'ด้ามขวานทอง' สะท้อนหญิงแกร่ง'ยอดนักสู้'

 

          จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะชีวิตผู้คนที่ต้องล้มตายจากการก่อเหตุของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ไม่ใช่จะเป็นเพียงแค่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ทหาร ตำรวจเท่านั้น แต่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ พระ หรือแม้กระทั่งบุคลากรทางการศึกษาอย่างครู ซึ่งเป็นบุคคลที่มีคุณประโยชน์ต่อเยาวชน อีกทั้งเป็นเป้าหมายที่อ่อนแอ ก็ยังต้องตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์ความรุนแรง ตลอดระยะเวลา 8 ปี ของสถานการณ์ความไม่สงบ แทบไม่น่าเชื่อว่าจำนวนครูที่เสียชีวิตจะมีจำนวนถึง 156 ราย  และมีครูที่ได้รับบาดเจ็บถึง 160 ราย ซึ่งจากสถิติเฉลี่ยครูได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตมากกว่า 3 รายต่อเดือน
          อย่างเร็วๆ นี้ คนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามจ่อยิง นางตติยารัตน์ ช่วยแก้ว อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบาโง และ นายสมศักดิ์ ขวัญมา อายุ 38 ปี ครูประจำชั้น เสียชีวิตรวม 2 ศพ ภายในโรงอาหารโรงเรียนบ้านบาโง อ.มายอ จ.ปัตตานี ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ครูในพื้นที่จังหวัดปัตตานีเสียขวัญ และหวาดกลัวกับการทำงานในพื้นที่ เนื่องจากกระทำอย่างเหี้ยมโหด ใช้อาวุธสงครามกระทำต่อครูที่เป็นผู้หญิง จนเป็นเหตุให้ทางสมาพันธ์ครูต้องออกแถลงการณ์ปิดโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดปัตตานีกว่า 300 โรง อย่างไม่มีกำหนด
          เช่นเดียวกับ ครูเสาวลักษณ์ ไชยแสง  ครูโรงเรียนเมืองปัตตานี ที่ต้องสูญเสีย นายนนท์ ไชยแสง อายุ 51 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบางเก่า ต.บางเก่า อ.สายบุรี จ.ปัตตานี สามีที่ถูกคนร้ายลอบยิงและเผาขณะเดินทางออกจากโรงเรียน เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเสียใจให้กับครูเสาวลักษณ์อย่างมาก เพราะเกิดขึ้นปัจจุบันทันด่วน ที่สำคัญทำให้ภาระการเลี้ยงดูลูกทั้งสอง ตกอยู่ที่คุณครูเสาวลักษณ์เพียงคนเดียว
          แต่กระนั้นครูเสาวลักษณ์ก็ไม่คิดลาออกจากการเป็นครู และย้ายออกนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะความรักในอาชีพครู และอยากจะสอนให้เยาวชนเป็นคนดีของสังคม แต่ที่น่าเสียใจก็คือการที่ครูยังคงเป็นเป้าหมายของผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ทั้งๆ ที่คุณครู คือ ผู้ให้ความรู้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่
          ครูเสาวลักษณ์บอกว่า ตอนแรกรู้สึกท้อ แต่ตอนนี้ถ้าท้อเราก็ทำอะไรไม่ได้ เราต้องสู้อย่างเดียว เพราะเราเลือกเดินทางนี้เราต้องสู้ไปข้างหน้า ทำหน้าที่เราให้ดีที่สุด ไม่มีคำว่า ท้อ ครั้งก่อนที่สามีเสียใหม่ๆ ยอมรับว่าท้อแท้มาก ไม่อยากทำงาน ทุกคนบอกว่าสามีเป็นคนดีและทำงานทุ่มเททุกอย่าง แต่ผลของความดีกลายเป็นแบบนี้ อย่างไรก็ตาม เราก็ทำใจได้ว่าเราท้อไม่ได้ เราต้องสู้อย่างเดียว เราสงสารเด็กซึ่งเขาไม่รู้เรื่อง ถ้าเราท้อแล้วเราไม่มาสอน หรือว่าเราทิ้งเด็ก มันก็เป็นบาปอย่างหนึ่ง เมื่อเราเลือกเดินทางนี้แล้ว เราก็ต้องทำให้เต็มที่ สอนให้เต็มที่
          มีเพื่อนคนหนึ่งก็สูญเสียสามีเหมือนเรา เขาเกิดเหตุการณ์ก่อน เราไปเจอกันก็เป็นกำลังใจให้ต้องสู้  เพราะถ้าหากว่าเราท้อ คนข้างหลังเรา ลูกเรา เขาต้องยึดเราเป็นหลักเพราะไม่มีพ่อแล้วต้องมีแม่ แม่ต้องเป็นทั้งพ่อทั้งแม่ให้เขา เราต้องยึดว่าเราต้องเข้มแข็ง เราท้อไม่ได้ อ่อนแอไม่ได้เพื่อคนข้างหลัง การทำงานเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราลืมบางอย่าง ลืมสิ่งที่เศร้าๆ พอเราอยู่กับเด็ก ก็สนุกกับเด็ก เราลืมไปเลยว่าเรามีความทุกข์ เด็กไม่รู้ว่าเราทุกข์ ทุกปีที่สอนเขาไม่รู้ว่าเบื้องหลังของครูเป็นอย่างไร ครูมาอยู่ตรงนี้ ครูมาทำไม มาได้อย่างไร ทำไมถึงมา เราไม่เคยบอกเขา มีอยู่ปีหนึ่งผู้ปกครองของเด็กนักเรียนถูกยิงเสียชีวิตเหมือนกัน เราก็พูดกับแม่เด็กให้เข้มแข็ง ให้สู้ พี่ก็อยู่ในฐานะเหมือนกับน้อง เราต้องให้กำลังใจตัวเอง ให้กำลังใจเพื่อน และคนรอบข้าง แล้วให้สติคนที่เขายังไม่ได้เกิดเหตุการณ์ บอกว่าเราอย่าประมาท
          ครูเสาวลักษณ์บอกว่า สำหรับการปิดโรงเรียน ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ฝ่ายสมาพันธ์ครูต้องการให้ฝ่ายรัฐบาลมาดูแลความปลอดภัยครูมากขึ้น เราจะทำอะไรไม่ได้ เราจะไปต่อรองอะไรอย่างอื่นไม่ได้ ก็ใช้วิธีการนี้ เราไม่รู้จะทำอย่างไรให้
          รัฐบาลหันมามองเราบ้าง ในเมื่อเราทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติ เพื่อแผ่นดิน เราทุ่มเททุกอย่าง แต่ชีวิตเราแขวนอยู่บนเส้นด้าย ไม่มีอะไรการันตีว่ามาโรงเรียนแล้วจะกลับถึงบ้านได้หรือเปล่าในแต่ละวัน ก็ขอให้รัฐบาล
          ช่วยมองว่าจะทำอย่างไรที่จะดูแลครูนั่นคือเสียงจากครูเสาวลักษณ์ ผู้เสียสามีไปกับเหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ แต่เธอยังคงยืนหยัดที่จะสู้ ยืนยันที่จะสอนต่อ ถือเป็นผู้หญิงยอดนักสู้ที่มีหัวใจแกร่ง เรื่องนี้ รอซิดะ ปูซู ประธานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดปัตตานี บอกว่า ถือเป็นเรื่องดีมากที่คุณครูไม่ขอย้ายหนีไปไหน เธอในฐานะตัวแทนผู้หญิง ขอชื่นชมด้วยใจจริง เพราะอาชีพครู คืออาชีพที่มีแต่ให้ ให้กับลูกกับหลาน ให้พวกเขาได้เรียนรู้ได้ศึกษา ให้อาวุธทางปัญญา ต้องขอชื่นชมคุณครูหัวใจแกร่งทั้งหลายที่ยังยืนหยัดต่อสู้เพื่อเด็ก...

 

          --มติชน ฉบับวันที่ 18 ม.ค. 2556 (กรอบบ่าย)--



โพสเมื่อ : 17 ม.ค. 56   อ่าน 774 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ศธ.ระดมจิตอาสา7,500คน ฟื้นฟูภาคใต้หลังน้ำลด
10 ม.ค. 60 | อ่าน 304 ครั้ง
สพฐ.ปรับเพิ่ม44หนังสือนอกเวลาจี้โรงเรียนทั่วประเทศส่งเสริมความรู้-นิสัยรักอ่าน
08 มิ.ย. 54 | อ่าน 59474 ครั้ง
ล่าชื่อต้านไร้ "ตั๋วครู" สอบบรรจุแม่พิมพ์
27 มี.ค. 60 | อ่าน 307 ครั้ง
เร่งออกเกณฑ์ รร.นอกระบบ
10 พ.ย. 53 | อ่าน 20757 ครั้ง
ทางเลือกที่ตีบตัน
17 ก.พ. 59 | อ่าน 279 ครั้ง
รายงาน: เครือข่าย ’แก่งจันทร์โมเดล’ อีกต้นแบบทางรอด ’ร.ร.ขนาดเล็ก’
06 ก.พ. 55 | อ่าน 11435 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.