Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ตามไวไฟขึ้นดอยดูการศึกษายุคไอที




      

ตามไวไฟขึ้นดอยดูการศึกษายุคไอที

 

          ณัชชารีย์ วิเชียรรัตน์
          แท็บเล็ต เครื่องคอมพิวเตอร์พกพา ในโครงการแท็บเล็ตพีซีเพื่อการศึกษาไทย หรือ One Tablet per Child (OTPC) ได้เริ่มทยอยกระจายส่งถึงมือนักเรียนชั้น ป.1 ทั่วประเทศ ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่ง ณ ขณะนี้บางโรงเรียนเพิ่งได้รับ และโรงเรียนบางแห่งยังคงรอคอย.แต่การติดตามผลการใช้งานก็เป็นเรื่องสำคัญ
          เมื่อเร็ว ๆ นี้ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ได้นำคณะผู้บริหารบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) พร้อมสื่อมวลชน ออกติดตามการใช้แท็บเล็ตจัดการเรียนการสอน และการเชื่อมต่อเครือข่ายในพื้นที่ห่างไกล เพื่อประโยชน์ทาง การศึกษา ที่จังหวัดเชียงราย.ทริปนี้เป็นการดูงานในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เชียงราย เขต  3 จำนวน  3 โรงเรียน ซึ่งแต่ละโรงเรียนก็มีจุดเด่น จุดด้อย ที่แตกต่างกัน
          เริ่มที่โรงเรียนบ้านสันกอง อ.แม่จัน มีการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบใช้แท็บเล็ตร่วมกับธรรมชาติศึกษา ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เทคโนโลยี โดยไม่ละทิ้งโลกแห่งความเป็นจริง อาทิ ให้นักเรียนรุ่นพี่สืบค้นข้อมูลการเพาะเลี้ยงปลาทางอินเทอร์เน็ตจากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ แล้วนำความรู้ที่ได้มาใช้เลี้ยงปลาจริงๆ เพื่อเป็นการจัดการความรู้ร่วมกับชุมชนที่ยั่งยืน ส่วนน้อง ๆ ป.1 ก็ตื่นเต้น ตั้งใจเรียนรู้กับแท็บเล็ต ซึ่ง คุญครูฉลองขวัญ ดอนมูล ครูประจำชั้น ป.1 บอกว่า ใช้แท็บเล็ตเป็นกิจกรรมเสริมความพร้อมวันละ 1 ชั่วโมง โดยเรียนแบบออฟไลน์ ในเนื้อหาวิชาที่บรรจุไว้ในเครื่องแท็บเล็ต ซึ่งมีทั้งภาพและเสียง และดูเหมือนเด็กจะใช้งานได้เก่งกว่าครูด้วยซ้ำ
          จากโรงเรียนบ้านสันกอง ต้องลุ้นระทึกนั่งรถตะลุยฝ่าเส้นทางที่เป็นถนนดินแดง ลื่นไถลด้วยสายฝนที่โปรยปรายมาก่อนหน้า ขึ้นเขาที่สูงชัน คดเคี้ยว มุ่งสู่ โรงเรียนบ้านจะตี อ.แม่ฟ้าหลวง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้แนวตะเข็บชายแดนไทย-พม่า บนภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเล 1,040 เมตร เพื่อพิสูจน์การรับ-ส่ง สัญญาณไวไฟ (Wifi) ที่มาจากระบบไวเน็ต (Wi-net) ที่บริษัททีโอทีนำมาติดตั้งให้ เพื่อโรงเรียนและชุมชนบนยอดดอยได้มีไวไฟใช้เชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ต และปิดทริปที่โรงเรียนบ้านเวียงพาน อ.แม่สาย โรงเรียนบนพื้นที่ราบที่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงใช้แล้ว และมีการประยุกต์ใช้แท็บเล็ตเพื่อการเรียนการสอนด้านอาเซียนศึกษา ตามที่โรงเรียนได้จัดการเรียนรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน และมีการจัดตั้งศูนย์อาเซียนศึกษาขึ้น แต่ทั้ง 3 โรงเรียนมีข้อที่เหมือนกัน คือ ไม่ให้นำแท็บเล็ตกลับบ้าน เพราะเป็นห่วงเรื่องการดูแลรักษา และที่สำคัญเด็กที่อยู่บนภูเขา ขณะนี้บางบ้านก็ยังไม่มีไฟฟ้าใช้เลย
          ซึ่งผลการทดสอบสัญญาณไวไฟ ที่มาจากระบบไวเน็ต ในขณะที่ฝนตกพรำ ๆ ก็เป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีสะดุด ติด ๆ ดับ ๆ ให้เสียอารมณ์ น.ส.อำพร เตชะตน ผอ.รร.บ้านจะตี เล่าว่า โรงเรียนบ้านจะตี เป็นโรงเรียนในเขตพื้นที่พิเศษ อยู่ในโครงการป้องกันตนเองตามแนวชายแดนกันดารและเสี่ยงภัย จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 ถึง ม.3 มีนักเรียน 267 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่าลาหู่ หรือมูเซอ และเผ่าอาข่าหรืออีก้อ ถึงแม้โรงเรียนจะอยู่ห่างจากจังหวัดเชียงรายเพียง 89 กิโลเมตร และอยู่ห่างจาก สพป.เชียงราย เขต 3 แค่ 58 กิโลเมตร แต่ด้วยสภาพพื้นที่ที่การคมนาคมและการติดต่อสื่อสารยากลำบาก ทำให้คนบนดอยเหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก แม้มีจานรับสัญญาณดาวเทียมใช้งาน แต่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็เป็นไปอย่างติด ๆ ดับ ๆ ตามสภาพภูมิอากาศ เมื่อได้รับโอกาสทางการสื่อสารที่ดีมีไวเน็ตใช้ก็ช่วยทำให้สามารถติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานในพื้นราบได้ง่ายขึ้น ซึ่งตนจะให้ครูและนักเรียนในทุกระดับชั้นที่เรียนคอมพิวเตอร์ได้เข้าไปสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วสูงขึ้น เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนให้ทันสมัย รวมถึงค้นคว้าข้อมูลเพื่อการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
          ผอ.รร.บ้านจะตี บอกด้วยว่า สำหรับแผนการใช้แท็บเล็ตนั้น โรงเรียนเพิ่งได้รับการจัดสรรมา 27 เครื่อง ตามจำนวนนักเรียนชั้น ป.1 และเนื่องจากนักเรียนส่วนใหญ่เป็นชนเผ่า จึงมีอุปสรรคด้านการสื่อสารภาษา ดังนั้น โรงเรียนจึงยังเน้นการสอนภาษาไทยเพื่อการสื่อสารก่อน เมื่อนักเรียนรู้ภาษาไทยแล้ว ก็จะสามารถเรียนวิชาอื่น ๆ ได้ต่อไป
          ขณะที่ น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ติดตามโครงการฯ ครั้งนี้ เพื่อดูว่ายังมีอะไรบ้างที่ต้องปรับปรุง ซึ่งในปีการศึกษา 2556 จะมีการแจกแท็บเล็ตให้เด็ก ป.1 รุ่นใหม่ และ ม.1 ที่จะเริ่มเป็นปีแรก ซึ่งนอกจากเครื่องแท็บเล็ตแล้ว เรื่องเครือข่าย หรือ เน็ตเวิร์กเพื่อการศึกษาก็ต้องเร่งดำเนินการขยายโครงข่ายรองรับการใช้งาน เพื่อให้เด็กในทุกพื้นที่ของประเทศไทยมีโอกาสเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
          ระบบไวเน็ต เป็นชื่อบริการเฉพาะของทีโอที ซึ่งเป็นหนึ่งในหลาย ๆ เทคโนโลยีที่ใช้เชื่อมต่อให้โรงเรียนสามารถใช้งานบนอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และให้เครื่องแท็บเล็ตสามารถใช้งานแบบออนไลน์ได้ โดยข้อดีของเทคโนโลยีไวเน็ต คือ งบประมาณที่ใช้ในการติดตั้งอุปกรณ์ไม่แพง ราคาประมาณ 37,000-40,000 บาทต่อจุดส่งสัญญาณ มีกำลังการรับส่งข้อมูลสูงสุดถึง 200 Mbp/Sec มีความเสถียรมากกว่าเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่ใช้จานดาวเทียม ทนต่อทุกสภาพภูมิอากาศและทุกสภาพพื้นที่ แม้จะมีพายุ ฝนตก หรือมีเมฆมาก และเคลื่อนย้ายง่าย เหมาะต่อการเข้าถึงในทุกสภาพพื้นที่แม้ในถิ่นที่ห่างไกลและทุรกันดาร
          แท็บเล็ต ไม่ใช่อุปกรณ์วิเศษ แต่เป็นเครื่องมือที่แสดงผลจากสิ่งที่เราใส่เข้าไปในเครื่องแท็บเล็ต และจะเป็นสะพานความรู้ที่เชื่อมต่อกับคลังความรู้ของประเทศ ซึ่งสิ่งที่เหนืออุปกรณ์ และเครื่องมือทางเทคโนโลยี คือ ครู ผู้ปกครอง และฝ่ายต่าง ๆ ที่จะช่วยกันใช้เครื่องมือให้เกิดประโยชน์สูงสุด รมว.ไอซีที กล่าว
          แว่วว่า ในอนาคตอีกไม่ไกลรัฐบาลจะขยายการแจกแท็บเล็ตให้แก่นักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกชั้นปี ซึ่งการศึกษาในยุคไอที การให้เด็ก ๆ ไม่ว่าจะยากดีมีจน มีอุปกรณ์ใช้งานเหมือนกันก็เป็นสิ่งที่ดี แต่จะใช้ให้เต็มประสิทธิภาพได้อย่างไร คงต้องยกให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ขบคิดกันต่อไป.

          ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์



โพสเมื่อ : 02 พ.ย. 55   อ่าน 821 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
สพฐ.เลื่อนประกาศผลสอบครูผู้ช่วยเป็นวันที่ 9 ก.ค.นี้
01 ก.ค. 55 | อ่าน 807 ครั้ง
ตั้งกรรมการระดับชาติคุมผลิตครู หลังล้นตลาดชี้ปี 58 ผลิต 6 หมื่นเกษียณปีละ 2 หมื่น
02 พ.ค. 57 | อ่าน 706 ครั้ง
นายกฯ ฝากการบ้านศธ. เสริมฟุดฟิดฟอไฟคนไทย
30 มิ.ย. 60 | อ่าน 281 ครั้ง
"ดาว์พงษ์" จี้ใช้งบฯฟื้นเศรษฐกิจตามแผน ผู้บริหารหวั่นเบิกจ่ายวิธีตกลงราคารั่วไหล
29 ต.ค. 58 | อ่าน 345 ครั้ง
เสมา 1 ชง คสช.ใช้มาตรา 44 คุม 2 มหาวิทยาลัยดัง
29 ก.ย. 59 | อ่าน 493 ครั้ง
สพฐ. ยันหลักสูตรผ่าน สสวท.-ความเห็นผู้ทรงคุณวุฒิในและต่างประเทศ
28 ส.ค. 60 | อ่าน 397 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.