Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


’สื่ออิเล็กทรอนิกส์’ เพื่อทุกชีวิตในชุมชน




      

'สื่ออิเล็กทรอนิกส์' เพื่อทุกชีวิตในชุมชน

 

          ความสุขใจเกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อได้เห็นความร่วมมือดี ๆ จากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรต่าง ๆ ที่ลงมือสร้างสรรค์สิ่งดีที่จะเกิดประโยชน์แก่ชุมชนอย่างแท้จริง ดังเช่น ’โครงการเผยแพร่องค์ความรู้สู่สาธารณะ เรียนรู้ สนุกเล่น หยั่งลึกสัมผัสไทย ที่จัดขึ้นโดย สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ หรือ ทีเคปาร์ค จับมือกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยอาศัยพันธกิจหลักของทีเคปาร์ค ในการทำหน้าที่บริหารจัดการองค์ความรู้ จึงได้รวบรวมคลังข้อมูลความรู้
          สำคัญ ๆ จากหน่วยงานสังกัด วธ. ผลิตสื่อการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบของ เกม จากนั้นประสานนำไปติดตั้งในคอมพิวเตอร์ของชุมชน ผ่านทางเครือข่ายไอซีทีชุมชน และติดตั้งในห้องคอมพิวเตอร์ โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวนรวมกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ
          โดยเหตุผลข้อหนึ่งของ ทีเคปาร์ค ที่มุ่งเน้นการทำเกม เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้สู่สาธารณะ เพราะในปัจจุบันการใช้เวลาว่างของเด็กและเยาวชนไทย หมดไปกับการเล่นเกมหรือทำกิจกรรมที่ไม่เป็นประโยชน์สูง ซึ่งความเห็นของ ดร.ทัศนัย วงศ์พิเศษกุล ผอ.ทีเคปาร์ค ระหว่างการลงพื้นที่ติดตามการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ณ โรงเรียนและศูนย์ไอซีทีชุมชน ในจังหวัดบุรีรัมย์ บอกว่า ผลสำเร็จของโครงการฯ เกิดขึ้นแล้ว ในแง่ของการสร้างความสนุกสนานในการเรียนรู้ ส่วนเรื่องขององค์ความรู้ที่ได้จากการเล่นเกมของทีเคปาร์คนั้น ยังคงต้องอาศัยการแนะนำที่ดีจากผู้ปกครองด้วย เพราะเกมที่นำมาให้เด็กเล่นนั้นมีเนื้อหาพอสมควร ถ้าเด็กไม่อ่านก็จะไม่ได้ประโยชน์ครบถ้วน แต่อย่างน้อยก็ยังมีข้อดีตรงที่เด็กจะไม่ได้เล่นสื่อที่ไม่ดี
          เกมสร้างสรรค์ที่ทีเคปาร์คพัฒนาขึ้นมานั้น มีจำนวน 6 เกม ได้แก่ เกมกุ๊ก กุ๊ก กรู๋..คนสู้ผี, เกมรามเกียรติ์, เกมอยุธยา, เกมสุโขทัย, เกมไดโนไดโน่ ผจญภัยโลกไดโนเสาร์ไทย และ เกม Star Seeker พลิกฟ้า ล่าดวงดาว ทุกเกมได้ผ่านการยอมรับและมีรางวัลการันตีถึงประโยชน์ในการสร้างสรรค์จินตนาการ เสริมสร้างความรู้ และอุปนิสัยที่ดี ยกตัวอย่าง เกมอยุธยา เป็นเกมที่เหมาะสำหรับเด็กอายุ 8 ขวบขึ้นไป เนื้อหาของเกมไม่ได้เน้นเรื่องประวัติศาสตร์ แต่จะสอนเรื่องของความเอื้ออาทรของคนในสังคมยุคอดีต โดยผู้เล่นต้องอาศัยความช่วยเหลือจากบุคคลอื่นในเกมเพื่อให้ผ่านด่านได้ อาทิ การเก็บฝักบัวถวายพระ ต้องขอแรงลุงป้าน้าอาในเกม เป็นการสอนคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งเด็กก็จะได้ซึมซับไปโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นแค่เพียงเขาสนุกที่จะเล่นเกมก็ถือว่าได้ประโยชน์แล้ว ผอ.ทีเคปาร์ค กล่าว
          โกวิทย์ เกลือสีโท ครูโรงเรียนบ้านตลาดแย้ ตำบลถนนหัก อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ บอกว่า ทุกวันอังคารและพุธ ตนจะพาเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3-4 และ 5-6 กลุ่มละ 20 กว่าคน ในชั่วโมงเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ มาเล่นเกมของทีเคปาร์ค ที่ศูนย์ไอซีทีชุมชนเพื่อพ่อหลวง องค์การบริหารส่วนตำบลถนนหัก ด้วยเหตุผลข้อแรกเพราะที่โรงเรียนมีคอมพิวเตอร์เพียง 4 เครื่อง แต่ใช้งานจริงได้ 2 เครื่องสำหรับทำธุรการที่จำเป็น และอีกเหตุผลหนึ่งเป็นข้อสำคัญ ที่พาเด็กนักเรียนมาเพราะอยากให้เขาได้จับเครื่องคอมพิวเตอร์นั่นเอง
          ตอนแรกที่ยังไม่มีเกมของทีเคปาร์ค ผมให้นักเรียนลองฝึกค้นหาข้อมูลและฝึกพิมพ์รายงานทั่วไป พบว่าเด็กบางคนทำได้ดี บางคนก็ทำไม่ได้เลย แต่พอมีเกม ผมก็แบ่งเวลาให้เขาเล่นเกม ซึ่งแต่ละเกมก็ฝึกทักษะแตกต่างกันไป เด็กจะได้เลือกเล่นเกมที่ตัวเองถนัดและชอบ ทุกคนก็เล่นได้หมด และรู้สึกว่าพวกเขาสนุกที่ได้เล่นเกมด้วย ส่วนเราในฐานะเป็นครู เห็นเด็กขาดโอกาสที่จะเล่นสื่อคอมพิวเตอร์ ดังนั้นถ้าได้เล่นได้จับสัปดาห์ละประมาณ 3 ชั่วโมง ผมก็ว่าดีแล้ว ที่เหลือก็เป็นเรื่องพัฒนาการของเด็กที่จะมีต่อไป นายโกวิทย์ กล่าว
          ความเห็นของคุณครูโกวิทย์ สอดคล้องกันกับคำให้สัมภาษณ์จากปาก น้องอิง หรือ ด.ช.ปฏิมากร แน่ประโคน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเมืองตลุงพิทยาสรรค์ อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่ทีเคปาร์คได้ลงพื้นที่ติดตามผลการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์...น้องอิง บอกว่า ส่วนตัวชอบเกมรามเกียรติ์ของทีเคปาร์ค เพราะเป็นเกมวางแผน แต่เกมมีจุดอ่อนตรงที่แต่ละด่านง่ายเกินไป แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นจุดแข็งด้วย เพราะเนื้อหาของเกมที่เรียบง่าย ทำให้การเรียนรู้และทำความรู้จักกับตัวละครในเรื่องง่ายตามไปด้วย การเล่นเกมได้ผลดีเพราะทำให้จำตัวละครและเข้าใจเรื่องได้เป็นขั้นเป็นตอน จากแต่ก่อนที่รู้จักแค่บางตัวละครที่เด่น ๆ เท่านั้น ซึ่งนอกจากเรื่องเกมแล้ว น้องอิง มีความสนใจไปถึงการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยอยากให้ครูสอนวิธีเขียนโปรแกรม จะได้เขียนเป็น และเขียนโปรแกรมใช้เองได้ตามต้องการ
          ถัดจากการติดตามการใช้สื่อในกลุ่มสถานศึกษา ก็มาดูการใช้สื่อกับชุมชน ให้สมกับชื่อโครงการเผยแพร่องค์ความรู้สู่สาธารณะฯ โดย ธำรงค์ ชำนิจศิลป์ ปลัดเทศบาลตำบลประโคนชัย ในฐานะประธานเครือข่ายไอซีที จังหวัดบุรีรัมย์ บอกว่า ไม่ว่าจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ได้มาจากกระทรวงไอซีที หรือโปรแกรมเกมต่าง ๆ ที่ได้จากทีเคปาร์ค ทุกอย่างที่ลงมาจากส่วนกลางจะต้องถูกนำไปใช้ประโยชน์แก่คนในชุมชนให้ได้มากที่สุด จุดสำคัญของการเข้ามาของสื่ออิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ คือการทำให้คนในชุมชนรู้ว่าสื่อเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องและช่วยสร้างประโยชน์ให้แก่ชีวิตประจำวันของพวกเขาได้อย่างไร
          คำถามแรกที่จะได้รับจากคนในชุมชน คือ ความคิดที่ว่าจะเล่นคอมพิวเตอร์ไปทำไม พอได้คอมพิวเตอร์มาก็ไม่รู้จะเล่นอะไร ดังนั้นผมจึงเริ่มต้นด้วยการสร้างกิจกรรมที่พวกเขาสนใจขึ้นมา และใช้สื่อเหล่านี้เข้ามาเป็นตัวช่วย เช่น จัดกิจกรรมอบรมการทำขนม โดยให้แม่บ้านที่สนใจเรียนทำขนมมารวมตัวกันและเรียนรู้การทำขนมจากสื่อในคอมพิวเตอร์ เขาก็จะรู้ว่าคอมพิวเตอร์มีประโยชน์อย่างไร ค้นคว้าทำอย่างไร นอกจากนี้มีบางคนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการสร้างอาชีพ สามารถศึกษาวิธีเพาะเห็ดจนเชี่ยวชาญแล้วไปทำขายร่ำรวยจริง ๆ หรือบางคนชอบกีฬาชนไก่ ได้มานั่งเปิดดูคลิปชนไก่แล้วมีความสุข ผมก็ถือว่าได้ใช้ประโยชน์จากสื่อเหล่านี้แล้ว นายธำรงค์ กล่าว
          เมื่อเห็นพัฒนาการด้านไอทีของชาวจังหวัดบุรีรัมย์แล้ว จึงไม่แปลกใจที่มาพบเห็นภาพกลุ่มหญิงชราวัย 80 ปี พากันนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ พร้อมกับใช้นิ้วมือและสายตาอันเลือนรางควานหาตัวอักษรบนแป้นพิมพ์เพื่อสะกดชื่อตัวเองลงหน้ากระดาษสีขาวบนจอคอมพ์ โดยมีลูกหลานในชุมชนคอยช่วยเหลือดูแล ณ จุดนั้นถือเป็นภาพประทับใจของทุกคนที่ลงพื้นที่ติดตามการใช้สื่อฯ ที่บ้านตากแดด อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เพราะไม่ใช่แค่ความรู้สึกยินดีกับการเปิดรับสื่อใหม่ของคุณตาคุณยาย แต่ยังรู้สึกอบอุ่นไปด้วย เมื่อรู้ว่าสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้กลายเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์อันดีให้แก่คนทุกวัยในชุมชน.
          จินดารัตน์ ลาภเลี้ยงตระกูล

          ที่มา: http://www.dailynews.co.th



โพสเมื่อ : 12 ต.ค. 55   อ่าน 799 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
สช.เสนอตั้งศูนย์’วันสต๊อปเซอร์วิส’บริการครู-นักเรียนต่างชาติ-เพิ่มรายได้ไทย
11 มิ.ย. 56 | อ่าน 364 ครั้ง
หั่นเป้าผลิตครูเหลือปีละ1.5หมื่น คุรุสภาเสนอรับเด็กแบบระบบปิด/ชี้ทุกวันนี้เฟ้อหนักล้นตลาด3หมื่น/ปี
20 ต.ค. 57 | อ่าน 320 ครั้ง
คำสั่ง คปภ.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัด เพิ่มเติม (ครั้งที่ 2) สั่ง ณ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2
07 พ.ย. 59 | อ่าน 237 ครั้ง
สพฐ.ยืนยันไม่ทอดทิ้งครูใต้
11 มิ.ย. 55 | อ่าน 816 ครั้ง
สกอ.เผย 5 มหาวิทยาลัยโดนร้องเรียนเปิดหลักสูตรป.เอกไร้มาตรฐาน
10 ก.ย. 58 | อ่าน 367 ครั้ง
ผุดติวเตอร์บนเว็บอื้อ-หลังสพฐ.สอบครูผู้ช่วย
28 มี.ค. 54 | อ่าน 35073 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.