Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


สพฐ.หนุนแก้คำทับศัพท์ นักอักษร-สำนักพิมพ์กลัววุ่น




      

สพฐ.หนุนแก้คำทับศัพท์ นักอักษร-สำนักพิมพ์กลัววุ่น

 

          มติชน 2 ตุลาคม 2555
          กรณีกองศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน ได้สำรวจความเห็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการเขียนคำที่ยืมจากภาษาอังกฤษใหม่ จำนวน 176 คำ เนื่องจากเขียนผิด และไม่ตรงกับเสียงวรรณยุกต์ของคำนั้นๆ ตามอักขระวิธีไทย และการอ่านออกเสียง โดยได้ทำแบบสำรวจความคิดเห็นประมาณ 300 ชุด เกี่ยวกับการเขียนคำยืมจากภาษาอังกฤษในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 นั้น ที่มีทั้งเสียงสนับสนุนและคัดค้านนั้น
          เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม นางกาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต และนายกสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขอชี้แจงเจตนาอีกครั้งว่า เพื่อให้คำศัพท์ดังกล่าวเขียนตรงกับเสียงวรรณยุกต์และการอ่านออกเสียง อีกทั้ง หากเปลี่ยนแล้ว ใครไม่เขียนตามราชบัณฑิตก็ไม่ว่าอะไร เพราะทุกวันนี้มีคำศัพท์หลายคำที่ไม่ได้เขียนตามแบบราชบัณฑิตอยู่แล้ว แต่ที่เสนอให้เปลี่ยนเพราะเมื่อออกเสียงอย่างไร ก็ควรเขียนอย่างนั้น
          นางกาญจนากล่าวว่า ทั้งนี้ คำที่ยืมมาจากภาษาอังกฤษแล้วเขียนตามเสียงวรรณยุกต์ถูกต้อง เช่น ประชุมอังค์ถัด, ดาวน์โหลด และ โหวต เป็นต้น ดังนั้น เมื่อหลายคำเขียนถูก ที่เหลือก็ควรเปลี่ยนให้ถูกต้องด้วย อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูผลการสำรวจความคิดเห็นอีกครั้งว่า เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยเฉพาะบางคำก็ปรับแก้เฉพาะที่เห็นด้วย ซึ่งไม่คัดค้านอะไร เพราะจะปรับแก้ตามข้อเสนอของเสียงส่วนใหญ่
          นายวัฒนะ บุญจับ นักอักษรศาสตร์ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร กล่าวว่า น่าเห็นใจ และน่าเป็นห่วงพอๆ กัน ในส่วนที่น่าเห็นใจก็คือ อิทธิพลของการยืมคำ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภาษาไทยอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะการยืมคำจากภาษาที่ไม่ใช้ภาษาวรรณยุกต์มาใช้ด้วยวิธีทับศัพท์ เพราะเมื่อถอดถ่ายอักษรมาเป็นภาษาไทยนั้น ถือกติกาว่าไม่ต้องมีรูปวรรณยุกต์กำกับ เนื่องจากผู้รู้ภาษารู้ดีว่า จะอ่านออกเสียงสูงต่ำอย่างไรก็ไม่กระทบกับความหมาย แต่พอเวลาอ่านออกเสียงกันจริงๆ กลับใช้อีกกติกาหนึ่ง คือกลุ่มคนที่รณรงค์การใช้ภาษาแบบบ้าคลั่ง เกิดมาบังคับว่าเขียนอย่างไรต้องออกเสียงอย่างนั้น ดังนั้น เมื่อไม่มีวรรณยุกต์กำกับก็ต้องไม่ออกเสียงวรรณยุกต์ หากออกเสียงแปรไปจากรูปเขียนก็ถือว่าผิดเสียด้วย ส่วนที่น่าเป็นห่วงคือ หากจะเปลี่ยนกันจริงๆ ควรเปลี่ยนทั้งระบบ ซึ่งคงเกิดปัญหายุ่งยากในวงการภาษาอีกไม่ใช่น้อย
          นางทัศณีกรณ์ มิ่งมา ครูสอนวิชาภาษาไทย ชั้น ป.3 โรงเรียนปัญจนะวิทย์ จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เพราะจะทำให้คำที่เป็นภาษาต่างประเทศ สามารถเขียนได้ตามเสียงวรรณยุกต์นั้นๆ จะทำให้เด็กไม่สับสน สามารถอ่านได้ตรงตามวรรณยุกต์ เช่น คำว่า โควตา และ กีตาร์ เดิมจะออกเสียงด้วยวรรณยุกต์โท แต่กลับไม่ต้องมีวรรณยุกต์โท ดังนั้น เมื่อจะปรับใหม่ให้คำเหล่านี้มีวรรณยุกต์โทเพิ่มขึ้นด้วย เป็น โควต้า และ กีต้าร์ เชื่อว่าเด็กจะเข้าใจได้ง่าย และเขียนได้ถูกต้องมากขึ้น เพราะเด็กจะได้เขียนตามเสียงวรรณยุกต์ที่ออกได้เลย
          ที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่า เมื่อให้เด็กเขียนคำตามคำบอกของครู โดยเฉพาะคำที่เป็นภาษาต่างประเทศ เด็กมักจะเขียนผิด เพราะเด็กมักจะยึดตามเสียงของวรรณยุกต์ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคงมีหลายคนที่ยังยึดติดอยู่กับคำเดิมๆ ยังไม่อยากให้เปลี่ยนไปใช้คำใหม่ในทันที ดังนั้น ในช่วงแรกจึงอยากให้ใช้คำเดิมได้ด้วย ส่วนในการสอนไม่น่าจะมีปัญหา คงจะต้องค่อยๆ อธิบายให้เด็กเข้าใจเกี่ยวกับการใช้วรรณยุกต์ เพราะแต่ก่อนนั้นมีหลายคำที่อ่านออกเสียงเป็นวรรณยุกต์ แต่เมื่อเขียนจะไม่เติมวรรณยุกต์ นางทัศณีกรณ์กล่าว
          นายประวิทย์ สุวณิชย์ บรรณาธิการบริหาร บริษัท สถาพรบุ๊คส์ จำกัด กล่าวว่า นับแต่มีข่าวว่าราชบัณฑิตจะปรับแก้คำทับศัพท์ดังกล่าว ได้มีการพูดคุยกันระหว่างสำนักพิมพ์ด้วยกันผ่านทางอีเมล์ ซึ่งถือเป็นผู้ใช้ เพราะต้องยึดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานเป็นหลักในการตรวจบรู๊ฟต้นฉบับหนังสือ โดยเสียงของคนในวงการหนังสือทั้งหมด ไม่มีใครเห็นด้วยกับการเสนอปรับแก้คำทับศัพท์ดังกล่าว เพราะทำให้เกิดความสับสน
          ทั้ง 176 คำที่ลิสต์เสนอให้มีการปรับแก้นั้น เป็นคำที่บัญญัติอยู่ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ทั้งหมด คำถามคือ แล้วคำทับศัพท์อื่นๆ ที่ไม่ได้บัญญัติอยู่ในพจนานุกรม แต่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน จะมีหลักในการทับศัพท์อย่างไร จะต้องผันวรรณยุกต์ตามหรือไม่ อย่างไร ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความสับสนปั่นป่วนกับคนทำงานในวงการสิ่งพิมพ์อย่างมาก และที่สำคัญก่อให้เกิดความลักลั่นด้วย นายประวิทย์กล่าว และว่า คำในภาษาอังกฤษมีการออกเสียงหลายแบบ ซึ่งเข้าใจว่าคงต้องการให้เขียนตามต้นแบบภาษา แต่ในทางปฏิบัติคงเป็นปัญหา เพราะคงไม่ได้แม่นยำทั้ง 100% ฉะนั้นส่วนตัวเห็นว่าการเขียนทับศัพท์แบบเดิมน่าจะเวิร์กกว่า และถ้าไปผันวรรณยุกต์ตามคำภาษาอังกฤษ จะดูรกรุงรังด้วย ทั้งนี้ ส่วนตัวเชื่อว่าสุดท้ายราชบัณฑิตคงไม่ปรับแก้ เพราะเสียงส่วนใหญ่คงไม่เห็นด้วย
          นายชูเกียรติ วิเศษเสนา ผู้อำนวยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขตที่ 31 นครราชสีมา (ผอ.สพม.31 นม.) กล่าวว่า สนับสนุนให้มีการแก้ไขที่ถูกต้อง เนื่องจากคำทับศัพท์ทั้งหลายมีการเขียนผิด ไม่ตรงกับเสียงวรรณยุกต์ตามอักขระวิธีไทยและการอ่านออกเสียง เพราะดีกว่าปล่อยให้เขียนและการอ่านไม่ตรงกัน ซึ่งจะสร้างความสับสน และในช่วงแรกๆ อาจจะมีปัญหาบ้างเล็กน้อยเนื่องจากความเคยชิน เมื่อทำความเข้าใจกับบรรดานักเรียน ค่อยๆ ปรับเปลี่ยน ให้ยึดหลักความถูกต้อง เชื่อว่าใช้เวลาไม่นานทุกอย่างก็จะเข้าสู่ระบบ

 

          กรุงเทพฯ--2 ต.ค.--มติชนออนไลน์



โพสเมื่อ : 02 ต.ค. 55   อ่าน 712 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
สพฐ.จัดงบฯ12.6ล้านช่วยเขตมัธยมทั่วประเทศ
04 ก.ย. 53 | อ่าน 23839 ครั้ง
ปทุมฯโผล่อีกสอนไม่เป็น 5ครูผู้ช่วย 3ใน5สอบได้ที่1ด้วย อันดับ 800 ก็ยังบรรจุ
16 มี.ค. 56 | อ่าน 909 ครั้ง
’ก.ค.ศ.’แจงขึ้นเงินเดือนครู13%
09 มิ.ย. 54 | อ่าน 92949 ครั้ง
ปัญหาตั้งสถาบันอาชีวะส่อเค้าแรง
15 ต.ค. 53 | อ่าน 11529 ครั้ง
ระดม’อาชีวะ’จัดบิ๊กคลีนนิงสกัดปากเปื่อย
20 ก.ค. 55 | อ่าน 1567 ครั้ง
ม.รัฐ24แห่งตัดสิทธิเด็ก’แอดมิชชัน’
02 เม.ย. 54 | อ่าน 11791 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.