Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


มิงกะลาบา(สวัสดี)อาเซียนวันนี้พม่าเปลี่ยนไป



ช่วงนี้ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์  กำลังเนื้อหอม หลังจากเปิดประเทศได้ไม่นาน รัฐบาลพม่าได้ยกเลิกกฎหมายควบคุมสื่อ ทำให้บรรยากาศประชาธิปไตยในพม่าเริ่มเบ่งบานขึ้น วันที่เราได้เดินทางไปเยือนพม่า กับท่านสมชาย เสียงหลาย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เพื่อเรียนรู้ประเทศเพื่อนบ้านในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนปี 2558 ได้มีโอกาสไปเรียนรู้วิถีชีวิต ชมวัด แหล่งโบราณสถานหลายแห่ง หรือเรียกแบบบ้านเราว่า ทำบุญ 9 วัดก็ว่าได้ พอลงสนามบินมินกะลาดง เมืองย่างกุ้งปุ๊บ ก็พาไปวัดปั๊บ

ก่อนถึงวัดแรก วัดพระเขี้ยวแก้ว ของการเดินทางครั้งนี้  นั่งรถผ่านย่านสำคัญของย่างกุ้ง วันนี้จำนวนรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ในย่างกุ้งเพิ่มจำนวนขึ้นมากอย่างผิดหูผิดตา และมีสภาพที่ติดขัดมากขึ้น เพราะรัฐบาลเปิดกว้างให้ทำธุรกิจเต็นท์รถได้ ตรงข้ามกับเมื่อก่อนคนพม่ากว่าจะมีรถยนต์ได้หนึ่งคัน ก็ต้องขออนุญาตรัฐบาลหลายขั้นตอน

ไม่เพียงเท่านั้น อาคารสูงเริ่มปรากฏให้เห็น น้องแดง ไกด์สาวชาวพม่า เล่าให้ฟังว่า คอนโด หรืออพาร์ตเมนต์หรู ในย่างกุ้ง มีค่าเช่าที่แพงมาก เดือนละไม่ต่ำ กว่า 150,000 บาท ที่ฟังแล้วรู้สึกดีว่า คนที่นี่เวลาจะซื้ออะไร เขาจะซื้อกันเงินสด ไม่มีเงินผ่อน ต่างจากคนในบ้านเรามีหนี้ของผ่อนกันบานตะเกียง

กว่าจะถึงวัดแรก เราก็ได้เห็นอะไรสนุก ๆ ในพม่ามากพอดู  แม้แต่เรื่องแลกเงินจ๊าด รู้หรือไม่ว่า ไม่มีให้แลกตามธนาคารบ้านเรา แต่ต้องมาแลกถึงพม่า เงินของเรา 20 บาท แลกได้ 500 จ๊าด แล้วไกด์ก็สอนวิธีเราดูแบงก์ปลอมวิธีการดูไม่ยาก เพียงเราใช้ทิซชูเช็ดที่แบงก์แล้วสีติดแสดงว่า เป็น...ของจริง งงล่ะซิครับ เพราะปกติของแท้ต้องสีไม่ตกเหมือนของบ้านเรา แต่ที่นี่กลับตรงกันข้าม

พอมีเงินจ๊าดก็เริ่มเดินสายทำบุญ พอถึงวัดพระเขี้ยวแก้ว เด็ก ๆ พม่า หอบดอกไม้มา พูดกับเราว่า 20 บาท 500 จ๊าด พอสังเกตกำดอกไม้ของชาวพม่า กลายเป็นใบไม้ล้วน ๆ ก็เลยถามคนท้องถิ่นที่นั่น จึงได้รู้ว่า ธรรมเนียมของเขา จะไหว้พระด้วย ใบคริสติน่า  ซึ่งถือเป็นไม้มงคลของชาวพม่า ต่างจากบ้านเราที่นิยมใช้ดอกบัวคนพม่าเข้าวัดวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเยอะมาก ส่วนใหญ่จะไปไหว้ขอพร เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลกัน ที่สำคัญเรายังได้เห็นเอกลักษณ์ของชาย หญิงพม่า ผู้ชาย จะนุ่งโสร่ง ผู้หญิงนุ่งผ้าถุง แต่เมื่อสังคมเริ่มเปิด วัตถุใหม่ ๆ เริ่มเข้ามา หญิงชายชาวพม่า ก็เริ่มแต่งตัวคล้ายเกาหลี ใส่กางเกงแบบบ้านเรา ๆ มีให้เห็นมากขึ้น

ได้ไหว้พระเขี้ยวแก้ว เสร็จแล้ว จุดมุ่งหมายต่อไปก็เป็นวัดเจดีย์กาบาเอ วัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระมหามุนีองค์จำลอง ซึ่งของจริงอยู่ที่มัณฑะเลย์ และยังประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมทั้งพระธาตุของพระโมคคัลลานะ พระสารีบุตร ไปอีกสถานที่ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี  หรือที่คนไทยรู้จัก ในนาม พระตาหวาน มีขนตางอนยาว พระพักตร์งดงาม

วางพระบาทซ้อนเหลื่อมกันเป็นธรรมชาติ ซึ่งจุดนี้ นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคนไทยต้องมาชม อ่อ...ลืมเล่าให้ฟังอีกเรื่อง เกี่ยวกับการ ถ่ายภาพสถานที่สำคัญของที่นี่ จะมีการเก็บค่าถ่ายรูป ราคาก็จะแตกต่างกันออกไป บางที่ก็ 20 บาท บางที่ก็ 40 บาท จะคอยมีเจ้าหน้าที่มาเก็บเงินจากเรา แล้วก็ให้สายคล้องที่แสดงว่า จ่ายเงินแล้ว 

มาดูเรื่องอาหารการกินกันบ้าง อาหารการกินที่นี่มีร้านอาหารและภัตตาคารมากมายให้เลือก หรือถ้าจะให้กินตามข้างทางหรือตลาด ก็จะมีให้เลือกกินกันตามอัธยาศัย เช่น ตลาดในเมืองย่างกุ้ง จะมีอาหารทะเลปิ้งย่าง เป็นที่นิยมของชาวพม่า มีผลไม้นำเข้าจากจีน ที่สำคัญเราเจอทุเรียนขายในตลาดไม่รู้ว่า เขาปลูกเองหรือนำเข้าจากบ้านเราด้วย

อิ่มหนำสำราญ รวมทั้งพักผ่อนหย่อนพุงกันพอสมควร ก็ได้เดินทางไป มหาเจดีย์ชเวดากอง ซึ่งจัดเป็น 1 ใน 5 สถานที่นิยมสูงสุดของชาวพม่า ตามความเชื่อของคนไทยผู้ที่เกิดปีมะเมีย จะต้องหาโอกาสมา

สักการะครั้งหนึ่งในชีวิต มหาเจดีย์ชเวดากองแห่งนี้ ตระการตายิ่งนัก  ระยิบระยับด้วยแสงสะท้อนทองคำแท้ ๆ ที่หุ้มองค์ มีน้ำหนักถึง 1,100 กิโลกรัม
ยอดเจดีย์ประดับด้วยอัญมณีล้ำค่าและเพชรเม็ดใหญ่เบิ้ม 76.6 กะรัต สถานที่แห่งนี้จึงกลายเป็นสถานที่รวมผู้คนกัน

ที่นี่ โดยเฉพาะวันสำคัญทางศาสนา พุทธ ศาสนิกชนทุกสารทิศจะมาเวียนเทียน สวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิ พร้อมทั้งนับลูกประคำฝึกจิตให้สงบด้วย   

ไม่เพียงเท่านั้น เราเดินทางย้อนรอยประวัติศาสตร์พม่า ไปยัง เมืองหงสาวดี หรือ เมืองพะโค ไม่พลาดที่จะไปชมความงดงามของเจดีย์ชเวดอมอ  หรือ  พระธาตุมุเตา  แวะไปชม พระราชวังบุเรงนอง  วัดพระนอนชเวตาเลียง ภัตตาคารการะเวก  มนต์เสน่ห์ของเมืองพม่ายังไม่หมดเพียงเท่านี้  ก่อนสิ้นสุดการเดินทางมาไหว้พระในวันสุดท้าย เรานั่งรถออกไปยัง เมืองสิเรียม  เพื่อลงเรือล่องไปชม พระเจดีย์เยเลพญา เจดีย์คู่บ้านคู่เมืองชาวสิเรียมบนเกาะกลางน้ำ และไม่พลาดที่จะนมัสการ เทพทันใจหรือ นัตโบโบยี ที่พระเจดีย์โบตาทอง พม่าในวันนี้กำลังเติบโตทุกด้าน ทุกสายตาจับจ้องไปที่แห่งนี้

หลังจากมาเยือนพม่าเป็นเวลา 2 วัน ปลัดสมชาย ได้สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจให้เราฟังว่า เส้นแบ่งประเทศไม่สามารถนำมาเป็นเส้นแบ่งในวัฒนธรรมที่มีในอาณาจักรสุวรรณภูมิแห่งนี้ เพราะแต่ละประเทศมีวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ การถ่ายเทวัฒนธรรมโดยไม่มีเส้นกั้นพรมแดน ซึ่งการเป็นประชาคมอาเซียนก็จะย้อนรอยกลับไปใช้อารยธรรมโบราณ

คนแลกเปลี่ยนรวมกลุ่มกันด้วยวัฒนธรรม ก่อนที่จะมีการแบ่งเขตการปกครอง จากนี้ไปเราจะต้องทำความเข้าใจให้ประชาชนของเรา เห็นว่า วิถีวัฒนธรรมสำคัญกว่าการที่จะแบ่งแยกโดยกลุ่มชาติพันธุ์หรือเขตแดน และจะทำอย่างไรให้เราอยู่ร่วมกันอย่างมีสันติภาพ โดยไม่แบ่งแยกกันทางวัฒนธรรม ทำให้เรารู้สึกร่วมกันว่า เราเป็นประชาคมอาเซียนด้วยวิถีวัฒนธรรม ซึ่งจะทำให้ความร่วมมือเศรษฐกิจ การเมือง ในภูมิภาคอาเซียนมีเสถียรภาพอย่างยั่งยืน

รู้เขารู้เรา เป็นสิ่งที่ต้องกระตุ้นคนไทยให้เรียนรู้ความเป็นอาเซียนของประเทศเพื่อนบ้าน อย่าหยิ่งทะนงถือตนว่า เราเหนือกว่าใคร อย่าลืมสุภาษิตไทยที่ว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า ทุกสิ่งในโลกนี้ไม่มีอะไรยั่งยืน ตึกที่สูงที่สุดในโลกยังถูกโค่นแชมป์มาแล้วนักต่อนัก.


โพสเมื่อ : 28 ก.ย. 55   อ่าน 1254 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
หยุดยาว 5 วัน 1-5 พ.ค. ...ทำไมราชการยิ้ม-แรงงานเศร้า?
02 ก.พ. 58 | อ่าน 307 ครั้ง
’พระประทีปในหลวง’ที่สุดของชีวิต’ครูมุ่ย’ครูช่าง
02 ธ.ค. 53 | อ่าน 11512 ครั้ง
เชียร์หลักสูตรมีงานทำ รร.ถ้าพร้อมเริ่มได้ทันที
10 ต.ค. 54 | อ่าน 58120 ครั้ง
อัพเดทล่าสุด เขตพื้นที่การศึกษาประกาศเปิดสอบครูผู้ช่วย ปี พ.ศ. 2557 อย่างเป็นทางการ
13 มี.ค. 57 | อ่าน 7555 ครั้ง
สกศ.ตั้งเป้าชงนโยบายทำได้จริง
26 ก.ย. 60 | อ่าน 76 ครั้ง
กยศ.เร่งสถานศึกษายื่นความจำนงเข้าร่วมกองทุน กรอ.
10 ก.ค. 55 | อ่าน 578 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.