Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


เด็กไทยอยู่แถวหลังเหตุไม่รักอ่านหนอนหนังสือ 80 % หน้าเดิม / พ่อแม่ - รัฐมัวเมาไม่รู้จักส่งเสริม




      

เด็กไทยอยู่แถวหลังเหตุไม่รักอ่านหนอนหนังสือ 80 % หน้าเดิม / พ่อแม่ - รัฐมัวเมาไม่รู้จักส่งเสริม

 

          รร.มิราเคิลแกรนด์ฯ * อดีตนายกสมาคมจัดพิมพ์ฯ ชี้นักอ่านไทยร้อยละ 80 เป็นหน้าเดิม ห่วงเด็กไทยไร้พัฒนาการ อยู่แถวหลังกลุ่มอาเซียน ชี้รัฐเมินส่งเสริมการอ่าน ขณะที่สำนักพิมพ์ใหม่ๆ พิมพ์แต่นิยายวัยรุ่น เพราะขายดี ส่วนผู้ปกครองไทยเห่อพาลูกไปแข่งประกวดร้องเพลง
          วันที่ 9 กันยายน 2555 สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) จัดเสวนาเรื่องการรู้หนังสือ : ปฐมบทของการศึกษาตลอดชีวิต โดยนางริสรวล อร่ามเจริญ อดีตนายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันสถิติการเรียนรู้ของคนไทยถึงแม้จะดีขึ้น แต่ก็ยังเป็นเฉพาะกลุ่มและเป็นหย่อมๆ ตัวอย่างจากการจัดงานสัปดาห์ หนังสือแห่งชาติ ซึ่งแต่ละปีจะมีผู้มาร่วมงานประ มาณ 1.5 ล้านคน แต่ร้อยละ 80 เป็นกลุ่มคนหน้าเดิม
          จากข้อมูลการสำรวจเด็กกับกิจกรรมที่ใช้พัฒนาการเรียนรู้ อาทิ การอ่านหนังสือ เล่านิทาน การทำกิจกรรมส่งเสริมต่างๆ เป็นต้น ในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ตั้งแต่แรกเกิด-5 ปี เมื่อปี พ.ศ.2551 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าเด็กมีกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการการเรียนรู้ค่อนข้างต่ำ ขณะที่แม่เป็นผู้ทำกิจกรรมดังกล่าวมากที่สุดในสัดส่วนร้อยละ 50 ส่วนพ่อและคนในครอบครัวทำกิจกรรมดังกล่าวให้เพียงร้อยละ 30 เท่านั้น ขณะเดียวกันยังพบว่าเด็ก 5 ล้านคนทั่วประเทศยังไม่มีกิจกรรมให้ทำเลย ทั้งที่ช่วงวัยดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญที่ต้องพัฒนาเรื่องการเรียนรู้ดังนั้นสาเหตุดังกล่าวทำให้เด็กไม่ได้รับการส่งเสริม เด็กไทยจึงอยู่แถวหลังเมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ
          ยังมีข้อมูลชี้อีกว่า แต่ละบ้านที่มีเด็กจะมีหนังสือเพื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กประมาณร้อยละ 40 ขณะที่ร้อยละ 60 ไม่เคยมีหนังสือเพื่อการเรียนรู้เด็กเลย จนกว่าเด็กจะได้เข้า รร. ซึ่งตนมองว่าเด็กตั้งแต่แรกเกิด-3 ปี สำคัญมากที่จะต้องได้เรียนรู้จากหนังสือเพื่อพัฒนาและกระตุ้นสมองนอกจากนี้ เด็กอายุ 7-12 ปี หรือช่วงประถมวัย ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ต้องได้รับการพัฒนาในความสามารถพิเศษหลายด้าน กลับพบว่าทุกวันนี้ผู้ปกครองมุ่งเรื่องเดียวคือการร้องเพลงตามเวทีประกวดต่างๆ ทำให้ส่งเสริมความสามารถพิเศษด้วยการส่งไปฝึกร้องเพลง และเด็กอายุ 13-18 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ปฏิเสธพ่อแม่ ก็เป็นวัยที่น่าห่วง เพราะข้อมูลชี้ให้เห็นว่าแต่ละปีเด็กต้องหลุดจากระบบการศึกษาในแต่ละปีกว่า 5 ล้านคน ซึ่งยังไม่มีใครเข้าไปดูแลเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง
          ประเทศไทยช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีสำนักพิมพ์เกิดใหม่หลายแห่ง เติบโตด้วยการขายหนังสือประเภทนวนิยายวัยรุ่น ตอบโจทย์เรื่องความบันเทิงขณะที่หนังสือเสริมพัฒนาการเด็กกลับไม่ค่อยมีการตีพิมพ์ แต่ที่ประเทศจีนช่วงเปิดประเทศใหม่ๆ รัฐบาลได้กว้านซื้อลิขสิทธิ์หนังสือเด็กทั่วโลกมาให้เยาวชนของเขาอ่าน เมื่อมองกลับมาที่ไทยจะเห็นได้ว่าเราทำอะไรไปบ้าง จึงขอฝากภาครัฐคือ เรื่องการทำหอสมุดสาธารณะ ที่อยากให้ปรับปรุงและลงทุนมากกว่านี้ เพราะกระบวนการเรียนรู้สำคัญเกิดจากการอ่าน และหากเปรียบเทียบหอสมุดในปัจจุบันกับประเทศอื่นเรายังห่างไกลมากนาง ริสรวลกล่าว
          คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า มีผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ประเทศอังกฤษ ชี้ว่า หากทิ้งการอ่านหนังสือนานเกินกว่า 1 ปี จะทำให้ความรู้หายไปกว่าครึ่ง ขณะที่สาเหตุของการออกจากงานกลางคันกว่าครึ่งมาจากผู้นั้นขาดการอ่านหนังสือที่ดี ผลวิจัยของ PISA ยังชี้ว่า ผู้ปกครองที่รู้หนังสือ คอยทำกิจกรรมเพื่อสร้างพัฒนาการการเรียนรู้ให้ลูกและลูกได้อ่านหนังสือที่ดี จะทำให้มีคะแนนสอบ PISA ที่ดี.

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์



โพสเมื่อ : 10 ก.ย. 55   อ่าน 1172 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
จำนวนนศ.ไม่ใช่ความสำเร็จของมหาลัย
16 ต.ค. 57 | อ่าน 362 ครั้ง
ครูชายแดนใต้เฮ!ครม.เว้นภาษี ผอ.สพป.นราฯ จี้เพิ่มค่าตอบแทนอาชีวะได้งบทุนปริญญาโท 13.8 ล.
04 ต.ค. 55 | อ่าน 800 ครั้ง
อพวช.จัดถนนสายวิทย์ฯ รับวันเด็กแห่งชาติปี 57
06 ม.ค. 57 | อ่าน 472 ครั้ง
คอลัมน์: สถานี ก.ค.ศ.: อุทาหรณ์การไม่ปฏิบัติตามมติ ก.ค.ศ.
12 พ.ย. 55 | อ่าน 842 ครั้ง
ปรับโครงสร้างอัตราค่าจ้างรัฐวิสาหกิจ 35แห่ง ขั้นต่ำ 9,040 สูงสุด142,830
26 พ.ค. 58 | อ่าน 532 ครั้ง
รัฐบาลใช้งบ 8 พันล้าน สร้างอาคารเรียน ห้องเรียน สพฐ.กว่า 9 หมื่นหลัง ส้วมกว่า 3 หมื่นห้อง
30 ต.ค. 57 | อ่าน 469 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.