Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


’แทบเล็ต’โอกาสนักเรียนภูธรเสริมการเรียนรู้เพิ่มพูนทักษะ




      

'แทบเล็ต'โอกาสนักเรียนภูธรเสริมการเรียนรู้เพิ่มพูนทักษะ

 

          ทีมข่าวภูมิภาค

          ในช่วงที่ผ่านมานักเรียนชั้นประถมการศึกษาชั้นปีที่ 1 ในต่างจังหวัดที่ได้รับแจกแทบเล็ตชุดแรก โดยเฉพาะจังหวัด กระบี่ กาฬสินธุ์และขอนแก่น ต่างตื่นเต้นกับเทคโนโลยีทันสมัยที่เพิ่มเข้ามาในชีวิตการเรียน  ทันที  ที่เด็กๆ ได้สัมผัสเจ้าเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก  ต่างตื่นเต้น ดีใจ ที่ได้เป็นเจ้าของ แต่เมื่อนำไปใช้งานจริง ไม่เฉพาะนักเรียนเล็กเหล่านั้น จะอยู่ในอาการงงงวยกันแล้ว  แม้แต่ครูผู้สอนก็ยังมีอาการไม่แตกต่าง ไม่สามารถใช้งานเครื่องแทบเล็ตได้อย่างคล่องแคล่วมากนัก เรียกได้ว่า เรียนรู้ไปพร้อมกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ จนเกิดภาพความโกลาหลกันชั่วขณะหนึ่ง มีเสียงตะโกนสอบถามการใช้งานเซ็งแซ่ในห้องเรียน  และบรรยากาศเป็นเช่นนั้น อยู่ค่อนวันกว่าทุกอย่าง จะกลับมาสู่การเรียนการสอนตามปกติ
          ตลอด 35 ปี ที่เป็นครู วันนี้เป็นครั้งแรกที่ใช้แทบเล็ตสอนนักเรียน ทั้งที่ยังไม่เข้าใจวิธีการใช้มากนัก ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร แต่เมื่อได้รับแจกมาแล้วก็ต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เพราะต้องเข้าใจสามารถอธิบายทั้งเนื้อหาในแบบเรียนและเทคนิคการใช้ให้เด็กรู้เรื่องด้วย คิดว่าไม่น่าจะยาก นายดำริ ดอนเงิน อายุ 57 ปี ครูประจำชั้น ป.1 โรงเรียนบ้านแกหัวแฮดส้มโฮง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เล่าถึงประสบการณ์ครั้งแรกที่ได้ใช้แทบเล็ตเป็นสื่อการสอน
          ด.ญ.ประลิดา เสนานาค อายุ 7 ปี นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนพิพัฒน์ราษฎร์บำรุง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งได้บำรุง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งได้สัมผัสแทบเล็ตเป็นครั้งแรก บอกว่า ดีใจ และตื่นเต้นมาก ที่ได้แทบเล็ตแม้ยังใช้ไม่เป็นก็ตาม ยังงงๆ อยู่บ้าง แต่เพียงเห็นภาพอยู่หน้าจอก็อยากใช้ อยากเรียนแล้ว
          ด.ญ.อาทิตยา ยะไวทย์ นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนบ้านแกหัวแฮดส้มโฮง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ บอกเช่นเดียวกันว่า ดีใจ ตื่นเต้นที่สุด เพราะไม่เคยได้จับและไม่คิดว่าจะมีแทบเล็ตไว้เรียนหนังสือ จะตั้งใจเรียนให้มากขึ้น ต้องขอบคุณที่มีนโยบายมอบแทบเล็ตให้เด็กต่างจังหวัด เพื่อใช้เป็นการเรียนการสอนให้ทันสมัยเหมือนกับเด็กในเมือง ทั้งหมดแตกต่างอย่างสิ้นเชิง กับบรรยากาศที่โรงเรียนศรีสังวาลย์ ขอนแก่น สถานที่เรียนสำหรับนักเรียนบกพร่องแขน ขา และสมอง ซึ่งได้รับแจกแทบเล็ต 22 เครื่อง แต่ครูยังไม่สามารถเอามาให้ใช้ได้ เนื่องจากความไม่พร้อมทางร่างกายของเด็ก
          เด็กบางคนร่างกายพิการ จับเครื่องไม่สะดวกก็ต้องช่วยจนกว่านักเรียนจะเกิดความเคยชิน ส่วนครูเองต้องศึกษาเนื้อหาในแต่ละบทเรียน รวมถึงเรียนรู้เทคนิคเบื้องต้นในการใช้งานด้วย เพราะการอธิบายให้เด็กที่มีความบกพร่องทางสมอง ไม่ใช่เรื่องง่าย นางสมควร  สมอง ไม่ใช่เรื่องง่าย นางสมควร  กาญจนหงส์ รองผู้อำนวยการโรงเรียน ศรีสังวาลย์ขอนแก่นกล่าว ไม่ต่างจากครูโรงเรียนโสตศึกษาขอนแก่น ที่ได้รับแทบเล็ต 19 เครื่อง สำหรับเด็กบกพร่องทางการได้ยิน การใช้งานของเด็กแต่ละคนจึงต้องมีครูถึง 4 คนช่วยกันสอน ทั้งครูประจำชั้น ครูผู้ช่วย ครูคอมพิวเตอร์ และล่ามภาษามือมาสอนนักเรียนใช้แทบเล็ต ปัญหาคือเด็กเพิ่ง เข้าเรียน ยังอ่านหนังสือไม่ออก แต่ต้องเรียนทั้งภาษาในบทเรียนบนแทบเล็ตและภาษามือไปพร้อมกัน  ระยะนี้จึงต้องชะลอการแจกแทบเล็ตไว้ก่อน  ซึ่งคาดว่าต้นเดือน ส.ค.นี้ ครูและนักเรียนจึงจะมีความพร้อมในการใช้งาน  เมื่อมีแทบเล็ตมาช่วยในการเรียนการสอนแล้ว สิ่งที่ผู้ปกครองวิตกกังวลคือ การใช้มือสัมผัสแป้นพิมพ์ แทนการจับปากกาดินสอเขียนหนังสือ  อาจทำให้อนาคต เด็กๆ อ่านหนังสือได้แต่เขียนไม่ได้
          นายจำนูญ หนูโท ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้าน วัดเกาะลันตา ต.เกาะลันตาใหญ่ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ หนึ่งในใหญ่ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ หนึ่งในโรงเรียนที่ได้รับแจกแทบเล็ตบอกว่า หัวใจการเรียนรู้ของเด็กในระดับประถมศึกษาคือ ทักษะการเขียน ที่แม้ว่าทางโรงเรียนจะมีแทบเล็ตใช้แล้ว  แต่ยังคงเน้นให้มีการคัดลายมือ  การอ่าน  การท่องจำต่อไปให้เด็กสามารถเขียนภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ได้อย่างถูกต้องตามหลักไวยากรณ์จะไม่ทิ้งการคัดลายมืออย่างแน่นอน  แต่ทางโรงเรียนจะประยุกต์การเรียนการสอนให้เกิดประโยชน์จากแทบเล็ตให้มากที่สุด หากรัฐบาลมีการทำงานอย่างต่อเนื่อง การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการเรียนการสอน คงเป็นเรื่องที่ไม่ฝันไปสำหรับเด็กไทย หรือเด็กชนบท ซึ่งจะสามารถพัฒนาการศึกษาได้มาก  นายจำนูญย้ำ ในแง่คิดของนักวิชาการต่อการเข้ามาของแทบเล็ตในวงการศึกษาของไทย  ผศ.เด่นพงษ์  สุดภักดี รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  มองว่า เป็นธรรมดาของโครงการใหม่ๆ ที่ต้องพบเจอกับปัญหาอุปสรรคบ้าง  สิ่งสำคัญคือ ทั้งครู นักเรียน และผู้ปกครองจะต้องมีความเข้าใจไปในแนวทางเดียวกัน  คนที่ต้องทำงานหนักที่สุด คือ ครูประจำชั้น ที่ต้องเรียนรู้วางแผนในการนำเนื้อหาแต่ละรายวิชามาใช้ในการเรียนการสอนให้เหมาะสม
          สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้เด็กรู้จักคิด วิเคราะห์ตามช่วงวัยที่เหมาะสม รวมถึงการจัดสรรเวลาให้เด็กได้วิ่งเล่น  ไม่ให้เด็กอยู่กับคอมพิวเตอร์มากจนเกินไป ซึ่งผู้ปกครองสมัยนี้มักทิ้งเด็กให้อยู่กับโทรทัศน์  และคอมพิวเตอร์ ทำให้เด็กเป็นหุ่นยนต์ ไม่เรียนรู้สิ่งอื่นๆ ที่อยู่รอบตัว ลืมที่จะเล่น หรือปฏิเสธการพบปะผู้คน ซึ่งนับเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิตต่อไปในอนาคต
          จะไม่ทิ้งการคัดลายมืออย่าง'แน่นอน แต่ทางโรงเรียนจะประยุกต์ การเรียนการสอนให้เกิดประโยชน์จาก แทบเล็ตให้มากที่สุด

          ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ



โพสเมื่อ : 27 ก.ค. 55   อ่าน 948 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
’น.ศ.’ร้องบรรจุครูพันธุ์ใหม่ช้า สพฐ.รับมีปัญหา-เร่งขอ 426 อัตรา
15 ต.ค. 55 | อ่าน 729 ครั้ง
ก.ค.ศ.ปลดครูลอกผลงานพ้นราชการ
04 พ.ย. 53 | อ่าน 8467 ครั้ง
ก.ค.ศ.แจงแนวปฏิบัติฟันทุจริตครูผู้ช่วย
17 ก.พ. 57 | อ่าน 373 ครั้ง
ชี้ 6 มี.ค.ตัดสินลงดาบ ผอ.สามเสนฯ
23 ก.พ. 61 | อ่าน 285 ครั้ง
'สุรเชษฐ์' ขยายผลการศึกษา นำครูตู้สัญจรลงสู่ภาคอีสาน
21 ก.ย. 58 | อ่าน 233 ครั้ง
ส.ค.ท.ยืนยันไม่โอนไปอยู่กับท้องถิ่น
07 ก.ค. 58 | อ่าน 277 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.