Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ปั้นอาชีวะไทยฝันเทียบชั้นยุโรป




      

ปั้นอาชีวะไทยฝันเทียบชั้นยุโรป

 

          ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของการอาชีวศึกษาไทย เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีสายปฏิบัติการ ในสถาบันการอาชีวศึกษา 19 แห่ง ประกอบกับขณะนี้มีเรื่องเร่งด่วนที่เป็นวาระของชาติที่ต้องการกำลังคนทางด้านการบริหารจัดการน้ำ พลังงานทางเลือก และบุคลากรดูแลรักษารถไฟฟ้าความเร็วสูง อีกทั้งในปี 2558 หรือ 3 ปีข้างหน้า ประเทศไทยก็จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนที่มีการเคลื่อนย้ายแรงงานได้อย่างเสรี

          ดังนั้นเพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีสายปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพ สามารถผลิตกำลังคนได้ตรงตามความต้องการของประเทศและตลาดแรงงานอาเซียน เมื่อเร็ว ๆ นี้ เสมา 2 นายศักดา คงเพชร รมช.กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งดูแลรับผิดชอบงานของ สอศ. พร้อมด้วย ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) และคณะผู้บริหารวิทยาลัยในสังกัด จึงได้ยกทีมบินไปดูงาน ที่ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ และสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีเนเธอร์แลนด์ หรือ ฮอลแลนด์ ขึ้นชื่อว่ามีการบริหารจัดการน้ำดีที่สุดประเทศหนึ่งของโลก ด้วยสภาพภูมิประเทศที่ตั้งอยู่ในทวีปยุโรป พื้นที่ร้อยละ 25 ของประเทศ ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง ในอดีตเนเธอร์แลนด์ จึงต้องประสบกับมหาอุทกภัยจากมรสุมและคลื่นยักษ์หลายครั้ง ส่วนอีกด้านของประเทศก็เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ คล้ายกับปากแม่น้ำเจ้าพระยาของไทย น้ำจากด้านในของทวีปยุโรปต้องไหลมาลงที่เนเธอร์แลนด์ จึงทำให้เกิดน้ำท่วมทางตะวันออกและตอนกลางของประเทศหลายครั้งเช่นกัน ชาวดัตช์จึงให้ความสำคัญและคิดค้นระบบป้องกันน้ำท่วมจนกลายมาเป็นโครงข่ายเขื่อนที่มีมากถึง 16 เขื่อนที่ช่วยปกป้องพื้นที่ประเทศให้พ้นภัยจากน้ำท่วมได้  ทำให้วิศวกรรมด้านการบริหารจัดการน้ำของเนเธอร์แลนด์ ได้รับการยกย่องจากสมาคมวิศวกรโยธาแห่งสหรัฐอเมริกา ให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่

          การเดินทางทริปนี้ชาวคณะได้ไปเยือน Afsluitdijk เขื่อนที่มีความยาวกว่า 32 กิโลเมตร และได้รับความรู้มากมายเกี่ยวกับโครงการเดลตา (Delta projects) ที่แสดงเทคโนโลยีการป้องกันน้ำท่วมของชาวดัตช์ตั้งแต่อดีต รวมถึงคันกั้นน้ำทะเล Maeslantkering ที่ถือเป็นคันกั้นน้ำทะเลแห่งเดียวของโลกที่สามารถปิด-เปิดประตู เพื่อเปิดทางให้เรือบรรทุกสินค้าสามารถเข้าไปที่ท่าเรือในรอตเตอร์ดัมได้  เสร็จจากการเรียนรู้วิศวกรรมด้านการป้องกันน้ำท่วม ทีม เสมา2 ได้นั่งรถเดินทางต่อไปยัง เยอรมนี ประเทศที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาด้วยระบบทวิภาคี ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทหรือสถานประกอบการมาร่วมจัดการศึกษามากถึง 482,000 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 25 ของบริษัททั้งหมดที่มีอยู่ในประเทศ  ซึ่งที่ประเทศนี้มีเยาวชนให้ความสนใจเรียนวิชาชีพมากถึง 1,600,000 คน และที่นี่ยังให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานทางเลือก อาทิ พลังงานน้ำ พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ แทนการใช้พลังงานจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยคณะ สอศ.ไทย ได้เข้าศึกษาดูงาน การผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์เซลล์ ที่ฟาร์ม Schmidt เมือง Grevenbroichก่อนไปนั่งโต๊ะเจรจาข้อตกลงความร่วมมือกับผู้บริหารสถาบันแห่งชาติว่าด้วยการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรม หรือ บีไอบีบี ของกระทรวงศึกษาธิการของเยอรมนี ซึ่งมีหน้าที่ในการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพ การฝึกอบรม และพัฒนาหลักสูตรวิชาชีพ โดยเยอรมนี  จำแนกหลักสูตรออกเป็น 350 อาชีพ และปัจจุบันมีการปรับปรุงสมรรถนะบุคคลในอาชีพต่าง ๆ ให้สูงขึ้น โดยเพิ่มเติมเรื่องเทคโนโลยี และเน้นการใช้อิเล็กทรอนิกส์ควบคุมมากขึ้น

          นายศักดา กล่าวว่า ในอนาคตประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน ต้องเจอปัญหาเกี่ยวกับน้ำแน่ ๆ ดังนั้นตนจึงต้องการให้สถาบันการอาชีวศึกษา จัดการเรียนการสอนที่เกี่ยวกับภัยธรรมชาติ หรือ อุทกศาสตร์อย่างเป็นระบบตั้งแต่การใช้น้ำ การแก้ไขปัญหาน้ำ ซึ่งเนเธอร์แลนด์ถือว่าเก่งที่สุดในเรื่องการป้องกันน้ำท่วม ดังนั้นเราจึงต้องมาเรียนรู้เพื่อกลับไปจัดทำหลักสูตร และส่งอาจารย์มาศึกษาเพิ่มเติมที่เนเธอร์แลนด์ โดยตนจะให้มีการจัดทำหลักสูตรที่เป็นอินเตอร์เพื่อรองรับการเข้ามาเรียนของเด็กจากประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วย นอกจากนี้ต้องเปิดสอนสาขาที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทน โดยเฉพาะเรื่องโซลาร์เซลล์ ซึ่งจะให้มีการผลิตอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อการเรียนรู้ที่ครบวงจร สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าใช้ภายในสถาบัน และจำหน่ายให้แก่พื้นที่ใกล้เคียงได้

          ประเทศไทยมีวัตถุดิบในการผลิตโซลาร์เซลล์ที่อุดมสมบูรณ์ โดยมีทั้งแสงแดดตลอดปี มีแกลบ และทราย ที่มีซิลิก้าสูง สามารถนำไปสังเคราะห์เป็นธาตุซิลิคอน

          เพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตแผงโซลาร์เซลล์สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์  อีกทั้งในวิทยาลัยต่าง ๆ ก็มีที่ดินมาก ผมจึงมีแนวคิดว่าจะให้บริษัทเอกชนมาลงทุนตั้งโซลาร์ฟาร์มในสถาบันฯ  โดยต้องมีข้อตกลงในการแบ่งผลประโยชน์ให้แก่สถาบันด้วย และอยากให้สถาบันนิติบุคคลต่าง ๆ อาทิ กองทุนหมู่บ้าน กู้เงินจากสถาบันการเงินมาทำโซลาร์ฟาร์ม เพื่อขายกระแสไฟฟ้าให้ภาครัฐ ซึ่งคนไทยจำเป็นต้องเร่งเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ เพราะนับวันปริมาณน้ำมันและแก๊สจะลดลงและมีราคาแพงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้ตนอยากเห็นการอาชีวศึกษาไทย เป็นศูนย์กลางของการอาชีวศึกษา หรือเป็นฮับของอาเซียน นายศักดา กล่าว

          ขณะที่ ดร.ชัยพฤกษ์ บอกว่า สอศ. กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงหลักสูตรอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)ให้ทันสมัยโดยจะเน้นสมรรถนะ เพิ่มเติมเรื่องเทคโนโลยี และการใช้อิเล็กทรอนิกส์ควบคุมเช่นเดียวกับเยอรมนี เพื่อรองรับความต้องการช่างฝีมือทั้งระดับประเทศ และระดับอาเซียน รวมทั้งสอดคล้องกับหลักสูตรของสถาบันการอาชีวศึกษา ที่กำลังยกร่างอยู่ จำนวน 28 หลักสูตร โดยจะมีการเพิ่มในเรื่องหลักสูตรที่เป็นวาระชาติ 3 เรื่อง คือ หลักสูตรบริหารจัดการน้ำ หลักสูตรเทคโนโลยีพลังงานทางเลือก และหลักสูตรบุคลากรดูแลรักษารถไฟฟ้าความเร็วสูง ซึ่งวิทยาลัยที่จะเปิดสอนต้องมีความพร้อมในระดับหนึ่ง และมีเครือข่ายความร่วมมือกับภาคเอกชนในระบบทวิภาคี โดยหลังจากนี้ สอศ.ไทย จะมีการทำข้อตกลงความร่วมมือกับบีไอบีบี เยอรมนี ในการพัฒนาการอาชีวศึกษาไทยต่อไป

          ผลจากการดูงานครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งความหวัง ที่ทำให้เห็นทิศทางความร่วมมือกับต่างประเทศในการพัฒนาการอาชีวศึกษาไทยที่ชัดเจนขึ้น และหวังว่าเมื่อเด็กช่างได้เรียนสายอาชีพต่อยอดถึงระดับปริญญาตรีสายปฏิบัติการ จะนำความรู้ออกมาปฏิบัติรับใช้วาระชาติได้อย่างทันกาล.

          ณัชชารีย์ วิเชียรรัตน์

          ที่มา: http://www.dailynews.co.th



โพสเมื่อ : 22 มิ.ย. 55   อ่าน 704 ครั้ง      คำค้นหา : อาชีวะไทย , อาชีวศึกษาไทย , สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา , สอศ.
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
รอ ’จาตุรนต์’ ชี้ชะตาอาชีวะอำเภอ
23 ก.ย. 56 | อ่าน 483 ครั้ง
สทศ.เตือนสมัครสอบ 7 วิชาสามัญ
15 พ.ย. 56 | อ่าน 596 ครั้ง
ศธ.ปรับวิธี-หลักเกณฑ์สอบครูผู้ช่วย ล้อมคอกปัญหาทุจริต
26 มี.ค. 56 | อ่าน 458 ครั้ง
มจธ.ประกาศพร้อมเป็น “ม.รับใช้สังคม” พร้อมสานต่อนโยบาย “ผลิตบัณฑิตเก่งและดี”
24 ก.พ. 55 | อ่าน 74556 ครั้ง
ปรับโฉมวชช.กรุงเทพฯย้ำจับมือท้องถิ่นทำงาน
28 พ.ค. 55 | อ่าน 810 ครั้ง
’วิจิตร’ค้านปิดการสอนนอกที่ตั้ง
04 ก.ค. 54 | อ่าน 52805 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.