Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


สพฐ.จะใช้ผลสอบอย่างไรให้คุ้มค่า




      

สพฐ.จะใช้ผลสอบอย่างไรให้คุ้มค่า

 

          ในช่วงเวลานี้ คงมีน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักหรือไม่ได้ยินเกี่ยวกับการสอบ O-NET ที่ย่อมาจากภาษาอังกฤษที่ว่าOrdinary National Educational Test  ซึ่งหมายถึงการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนตามกรอบมาตรฐานการเรียนรู้ ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ดำเนินการโดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการทดสอบดังกล่าว จะเป็นตัวชี้วัดหนึ่งที่สะท้อนภาพความสำเร็จของการจัดการศึกษาของชาติ รวมทั้งนำไปเป็นข้อมูลพื้นฐานในการตัดสินใจเชิงนโยบายที่จะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาในระดับต่างๆ ในปีการศึกษา 2554 สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้ดำเนินการทดสอบคุณภาพผู้เรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยมีแบบทดสอบความรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตร 8 กลุ่มสาระ ได้แก่ 1) ภาษาไทย2) คณิตศาสตร์ 3) วิทยาศาสตร์ 4) สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 5) ภาษาอังกฤษ6) สุขศึกษาและพลศึกษา 7) ศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์ และ 8) การงานอาชีพและเทคโนโลยีซึ่งจากการสรุปผลการทดสอบ พบว่า ผลการสอบของผู้เรียนในระดับประถมศึกษาปีที่ 6 สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและบรรลุเป้าหมายที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดเป้าหมายไว้ว่า ผลการสอบ O-NET ในปีการศึกษา 2554 โดยเฉพาะกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและคณิตศาสตร์ต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 และจะต้องได้คะแนนเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 50 ในปีการศึกษา2560 ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องพยายามที่จะพัฒนากลุ่มสาระการเรียนรู้ที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำอย่างเร่งด่วนต่อไป และจากการเปรียบเทียบพัฒนาการผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET)ปีการศึกษา 2554 กับปีการศึกษา 2553 ที่ผ่านมา พบว่า ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่มีพัฒนาการสูงกว่าปีการศึกษาที่ผ่านมา ส่วนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่า เกือบทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้มีพัฒนาการสูงกว่าปีการศึกษาที่ผ่านมา (ยกเว้นกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาฯ) และในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 พบว่า มีเพียงกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ภาษาอังกฤษ และการงานอาชีพและเทคโนโลยี มีพัฒนาการสูงกว่าปีการศึกษาที่ผ่านมา หลายประเทศในโลกที่มีการประเมินผู้เรียนด้วยข้อสอบที่มีมาตรฐานระดับชาติ และใช้ผลการทดสอบระดับชาติเป็นเครื่องบ่งชี้คุณภาพของผู้เรียนเมื่อจบหลักสูตร การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ก็ถือเป็นการทดสอบระดับชาติที่สามารถเทียบเคียงกับประเทศอื่นๆ ได้ดังนั้น คะแนนสอบ O-NET นอกจากสะท้อนความสำเร็จในการเรียนของผู้เรียน สถานศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษาแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการจัดการศึกษาของชาติด้วยฉะนั้น การให้ความสำคัญต่อการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในปีการศึกษา 2554 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้นำผลการทดสอบO-NET ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ในหลายรูปแบบ อาทิ
          1. การนำผลการทดสอบ O-NET ไปใช้ในการวางแผนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ทำการวิเคราะห์มาตรฐานและตัวชี้วัดตามหลักสูตรที่ควรปรับปรุงแก้ไขอย่างเร่งด่วน แล้วจัดทำ Roadmap ในการยกระดับคุณภาพการศึกษาของหน่วยงานในทุกระดับทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่สำคัญยึดเอาผลการทดสอบ O-NET เป็นเป้าหมายสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาซึ่งได้กำหนดไว้ใน Roadmap ไว้ว่า..ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาหลักจากการทดสอบระดับชาติ มีคะแนนเฉลี่ยสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมาอย่างน้อยร้อยละ 4...เป็นต้น2. การนำผลการทดสอบ O-NET มาเป็นส่วนหนึ่งของคะแนนในการคัดเลือกผู้เรียนเข้าเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 สำหรับโรงเรียนยอดนิยม สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ทำการประชุมเสวนาการนำผลการทดสอบ O-NET มาเป็นส่วนหนึ่งในการคัดเลือกผู้เรียนเข้าศึกษาต่อ และประกาศระเบียบว่าด้วยเรื่องแนวทางในการรับนักเรียนในปีการศึกษา 2555 ซึ่งหลังจากมีการประกาศระเบียบว่าด้วยเรื่องการนำผลการทดสอบ O-NET มาใช้ในการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อ ทำให้ผู้เรียนตื่นตัวและเห็นความสำคัญของการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ส่งผลให้ผู้เรียนมีความมุ่งมั่นและตั้งใจในการทำข้อสอบยิ่งขึ้น รวมทั้งส่งผลต่อคุณภาพของสถานศึกษาในภาพรวมอีกด้วย เพื่อให้ผลการประเมินระดับชาติ (O-NET) ถูกนำไปใช้ให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง ในปีการศึกษา 2555 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงได้จัดการประชุมเสวนาเรื่องการใช้ผลการสอบ O-NET เป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งของการจบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2555 ณ โรงแรมปริ๊นซ์พาเลส กรุงเทพมหานครเพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องและร่วมกันกำหนดแนวทางในการใช้ O-NET ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องฝ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน นักเรียนผู้ปกครอง ผู้แทนจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ส่วนกลาง) ผู้แทนจากหน่วยงานจากกระทรวงต่างๆ ที่มีสถานศึกษาจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน เช่น สำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักบริหารงานการปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร (กทม.) สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) สำนักกีฬากระทรวงวัฒนธรรมและกีฬา และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมทั้งผู้แทนจากสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ในที่ประชุมเสวนา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ยกร่างแนวทางการใช้ผลการสอบ O-NET เป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งของการจบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานไว้ 2 แนวทาง คือ
          แนวทางแรก คือกำหนดให้ผลการทดสอบระดับชาติ (คะแนน O-NET) เป็นเกณฑ์การจบการศึกษาตามหลักสูตรเพิ่มอีก 1 ข้อ (จากเดิมที่มีอยู่ 5 ข้อ) คือ 6) ผู้เรียนมีผลคะแนนการทดสอบระดับชาติ (O-NET) ไม่ต่ำกว่าระดับพอใช้ตามเกณฑ์ที่สถาบันทดสอบทางการศึกษากำหนด
          แนวทางที่สอง คือใช้ผลการทดสอบระดับชาติ (คะแนน O-NET) เป็นส่วนหนึ่งในการถ่วงดุลผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร (GPAX) ในสัดส่วนที่เหมาะสม
          และนี้คือ ส่วนหนึ่งของความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้คะแนน O-NET ของผู้เข้าร่วมประชุม
          ...การใช้ O-NET ในการบริหาร สพฐ. เริ่มแล้ว โดยในการประชุม ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาปลายเดือนนี้ ต้องการให้มีการจัดอันดับเขตที่มีผลการน่าพอใจมาเพื่อให้เป็นขวัญกำลังใจ และเป็นสิ่งที่บ่งชี้คุณภาพการบริหารของผอ.เขตรับผิดชอบผลสัมฤทธิ์ของโรงเรียนในพื้นที่ทั้งหมด โดยศึกษานิเทศก์ต้องรับผิดชอบผลสัมฤทธิ์ของโรงเรียนในกลุ่ม ผอ.โรงเรียนต้องรับผิดชอบผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนทุกชั้นปีในโรงเรียน และครูต้องรับผิดชอบ ผลการประเมินคุณภาพของนักเรียนในชั้นที่สอน รวมทั้งการขอเลื่อนวิทยฐานะ ซึ่งอาจมีการนำ O-NET มาใช้ อย่างไรก็ดีอาจจะต้องมีการทดสอบนักเรียนทุกชั้นปี หรืออาจต้องมีการประยุกต์ NT และ O-NET ให้มีมาตรฐานเท่าเทียมกัน...
          ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน
          เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
          ...ผลการสอบ O-NET ใน 8 กลุ่มสาระฯ ในปีการศึกษา 2554 มีค่าเฉลี่ยสูงขึ้นเนื่องจากมีการปรับข้อสอบและกระบวนการสอบให้เหมาะสม มีเอกภาพ คุณภาพข้อสอบอยู่ในระดับปานกลางถึงค่อนข้างยาก ข้อสอบที่ใช้มี 2 รูปแบบ คือ ปรนัยและแบบอื่นๆ(ซึ่งจะไม่เกิน 20%) เช่น คณิตศาสตร์จะมีแบบเลือกตอบ และเติมคำตอบ อนาคตคะแนนสอบ O-NET อาจถูกนำมาใช้เป็น Exit Exam เนื่องจากเมื่อมีการกระจายอำนาจการจัดการศึกษา สถานศึกษาก็ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อการจัดการศึกษาด้วยผลการสอบของโรงเรียนกับ O-NET ควรมีความสัมพันธ์กัน ซึ่ง สทศ.ได้มีการกำหนดมาตรฐานการประกันคุณภาพ มีการสร้างข้อสอบตามกระบวนการพัฒนาเครื่องมือรวมทั้งเตรียมการสนับสนุนการพัฒนาสมรรถนะครูด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้การนำรูปแบบ O-NET ไปใช้ในข้อสอบกลางภาค ปลายภาค และปีต่อไป...
          รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธ์พฤกษ์
          ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ...เป็นนโยบายของรัฐมนตรีตั้งแต่สมัยท่านวิจิตร ศรีสอ้าน ที่ต้องการให้มีการใช้ผลสอบ O-NET เป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์การจบหลักสูตร .... การแก้ปัญหาเหลื่อมล้ำและการให้โอกาสทางการศึกษาอาจไม่ใช่หนทางเดียวที่จะแก้ปัญหาได้อย่างสมเหตุผลควรมีองค์ประกอบการพิจารณาโดยมีการถ่วงดุล เพราะถ้าเป็นแบบปัจจุบัน เด็กจะคิดว่าเรียนอย่างไรก็จบ ระบบการทดสอบกลางจะมีส่วนช่วย เมื่อเทียบกับอินโดนีเซีย ซึ่งใช้50 : 50 พบว่า คะแนน PISA อยู่ในระดับน่าพอใจ... ...วิธีที่ 2 น่าจะเหมาะกับการเริ่มต้น เพราะเป็นการช่วยเหลือ ส่วนแนวทางแรกจะมีมาตรฐานสูงซึ่งระยะต่อไปน่าจะดี
          ศ.ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ประธานคณะกรรมการบริหารสำนักงานรับรองมาตรฐาน
          การศึกษาและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.)
          ...ขณะนี้ผู้สอนเป็นผู้วัดผล ซึ่งบทบาทการวัดผลจะด้อยลง เห็นด้วยกับสัดส่วนที่จะให้ใช้ในระยะแรก 80 : 20 และเพิ่มขึ้นไปจนถึง 50 : 50 เพราะขณะนี้ยังเป็นลักษณะไม่เข้มข้น ซึ่งจะนำไปสู่ผลการประเมินนักเรียนนานาชาติ PISA...
          นายทองปอนด์ สาดอ่อน
          ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 36 (เชียงราย)
          ...เห็นด้วยกับการใช้ O-NET เป็นส่วนหนึ่งของการจบหลักสูตร คือ จะสร้างความกระตือรือร้นให้กับนักเรียนมากขึ้น และครูก็กระตือรือร้นมากขึ้น แต่ถ้าถามว่าเด็กพร้อมหรือยัง การใช้การสอบทำให้เด็กเครียด อยากให้องค์กรต่างๆ มาดูความพร้อมของนักเรียนด้วย คือ เกรดต่างๆ โรงเรียนก็มีความหวังดีก็เลยมีความเมตตา แต่ผลที่ตามมา คือ ผลของโรงเรียนกับผลของ O-NET ไม่ตรงกัน แต่บางแห่งก็กดเกรดมากเกินไป ต้นเหตุที่นักเรียนไม่สนใจ O-NET คือ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ถ้านำมาก็ดีสร้างความกระตือรือร้น แต่ข้อสอบที่ออกกับเนื้อหาที่เรียนไม่ตรงกันทำให้สุ่มตอบทำให้ผลออกมาไม่ตรงตามความเป็นจริง... ...เด็กไทยเรียนหนังสือมากที่สุดในโลก แต่ไอคิวเราเกือบต่ำ ทุกครั้งเราพูดถึงการเรียนการสอน ซึ่งคิดว่ายังไม่ครอบคลุม คิดว่าการใช้ O-NET เป็นเกณฑ์การจบเข้าใจว่าเป็นการใช้ O-NET เพื่อการพัฒนาผู้เรียน แต่ควรทำไปพร้อมๆ กับการเรียนการสอน ถ้าจะให้ดีอย่ามาลงที่เด็กอย่างเดียวไปลงที่ประเมินผอ.เขต, ผอ.โรงเรียนด้วยได้ไหม ไม่ใช่ให้ครูรับผิดชอบคนเดียว
          พ.ท.แพทย์หญิง กมลพรรณ ชีวพันธุศรีประธานเครือข่ายพ่อแม่ เยาวชน เพื่อการปฏิรูปการศึกษาและนายกสมาคมเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติ
          ...เห็นด้วยกับแนวทางที่ 2 เพื่อแก้ปัญหา GPA ที่ไม่เท่าเทียมกัน....แต่ถ้าเรานำมาใช้จะมีแรงต้านเกี่ยวกับสัดส่วนถ้าใช้ 80 : 20, 70 : 30 อาจไม่เกิดผลกระทบเท่าใดแต่ถ้าใช้ 50 : 50 คงต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าส่งผลกระทบมากน้อยเพียงใด...
          ผศ.ดร.อุดมลักษณ์ กูลศรีโรจน์
          ผู้แทนครูโรงเรียนสังกัด สกอ.
          ...ขณะนี้เราก้าวสู่การปฏิรูปทศวรรษที่ 2 จากจุดเน้น อ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็นผมว่าเด็กที่เรียนจบ ป.4 ยังอ่านไม่ออกอยู่ก็มาก เราต้องมุ่งสู่จุดเน้นนี้ให้ได้ โดยเฉพาะครูต้องเห็นความสำคัญของ O-NET ผมต้องการเห็นครูปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน การกวดวิชาจะเป็นปัญหา และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง O-NET จะช่วยลดภาระการเรียนของนักเรียน ในเมื่อเรามีไม้บรรทัดและจะลดทอนความไม่มีมาตรฐาน O-NET จะเป็นมาตรฐาน ครูจะเริ่มเปิดดูว่าจะออกข้อสอบเพื่อวัดพฤติกรรมแบบใด จึงเห็นด้วยกับแนวทางที่ 2
          นายวราวุฒิ แท่นแก้วผู้แทนครูโรงเรียนสังกัด สพฐ.
          ...ปัจจุบันนักเรียนจะไม่เห็นความสำคัญของการสอบ O-NET เพราะไม่รู้ว่าจะเอาผลการสอบไปทำอะไร เมื่อครูแจ้งว่าพรุ่งนี้สอบก็สอบ ถ้าเอาคะแนน O-NET เข้ามาเกี่ยวข้องกับนักเรียนบ้างก็ดี ......เห็นด้วยกับการใช้ O-NET แนวทางที่สองซึ่งน่าจะดีเพราะบางโรงเรียนปล่อยเกรดถ้ามีการถ่วงดุลกันก็น่าจะดี
          นายสิระ สิมมีประธานนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
          ซึ่งผลจากการประชุมเสวนา พบว่า ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการที่จะใช้คะแนนO-NET เป็นส่วนหนึ่งในการจบการศึกษาตามหลักสูตร แต่ก็มีข้อเสนอแนะที่ควรคำนึงถึงหลายประการ ดังนี้ 1.ควรเริ่มต้นการนำผลคะแนน O-NET ไปใช้ร่วมกับผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร(GPAX) ในสัดส่วนที่เหมาะสมก่อน แล้วค่อยปรับเปลี่ยนเป็นแนวทางอีกแนวทาง เนื่องจากเปิดโอกาสให้สถานศึกษาเตรียมความพร้อม และหาแนวทางในการพัฒนานักเรียนให้ผ่านการสอบO-NET ได้ 2.ควรมีการชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับการนำผลการทดสอบ O-NET ไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการจบการศึกษาให้แก่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบอย่างชัดเจน 3.ควรมีมาตรการควบคุมการสอบ คุณภาพของข้อสอบ และการบริหารจัดการสอบให้ได้มาตรฐาน 4.ควรมีมาตรการควบคุมการประเมินผลในชั้นเรียน ไม่ให้เกิดการปล่อยเกรด
          อย่างไรก็ตาม การนำผลการทดสอบ O-NET มาใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรให้ผู้เรียนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาตัดสินใจเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่มีผลต่ออนาคตของตนเอง และที่สำคัญสถานศึกษาจะต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลในระดับชั้นเรียนควบคู่กันไป
          ซึ่งการวัดและประเมินผลในระดับชั้นเรียนถือว่าเป็นกลไกสำคัญที่สุดในการค้นหาข้อบกพร่องในการเรียนรู้ของผู้เรียน รวมทั้งนำผลไปใช้ในการวางแผนปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเต็มตามศักยภาพ ควบคู่ไปกับการใช้ผลการประเมินในระดับชาติ เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ต้องการให้ผู้เรียนเป็น คนเก่ง คนดีและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ต่อไป
          สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
          www.obec.go.th

          ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ



โพสเมื่อ : 13 มิ.ย. 55   อ่าน 948 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
นร.อาชีวะรับคัดเลือกงานชุมนุมลูกเสือ ตัวแทนไทยพบเพื่อนที่ศรีลังกา-เกาหลี
22 มี.ค. 55 | อ่าน 8702 ครั้ง
ที่ประชุมก.ค.ศ.ประกาศขอยุติเรื่องบรรจุครูยืนยัน สพฐ.ทำถูกต้องตามกฎเกณฑ์ทุกอย่าง
28 มี.ค. 57 | อ่าน 628 ครั้ง
มติ ทปอ.เริ่มระบบใหม่ปีการศึกษา 2561
20 ก.พ. 60 | อ่าน 326 ครั้ง
ผบ.ทบ.ย้ำ! เพศที่สามก็ไม่เว้นถูกเรียกฝึกกำลังสำรอง-ไม่กระทบเอกชน ฝึกแค่2เดือน
19 ก.ค. 58 | อ่าน 425 ครั้ง
ส.บ.ม.ท.คัดค้านการเร่งออกพระราชกำหนดการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.
02 เม.ย. 62 | อ่าน 586 ครั้ง
กศน. ฉลุยส่งเสริมการอ่าน
20 ก.ย. 53 | อ่าน 13912 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.