Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


การสร้างภาคีเครือข่ายพัฒนาสู่ประชาคมอาเซียน




      

การสร้างภาคีเครือข่ายพัฒนาสู่ประชาคมอาเซียน

 

          ฟาฏินา  วงศ์เลขา
          การศึกษาเป็นกระบวนการสำคัญในการพัฒนาคนให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพและมีพลังในการเสริมสร้างประเทศชาติให้มีความยืนหยัดมั่นคง ดังที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 มาตรา 6 ระบุว่า การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญาความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ซึ่งเป็นพระราชบัญญัติการศึกษาฉบับแรกของประเทศไทยที่มีความมุ่งหมายเพื่อให้เป็นแนวทางแห่งการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนไทยให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกเฉกเช่นปัจจุบัน
          โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตรียมความพร้อมด้านการศึกษาสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2558 ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาเด็กและเยาวชนให้รู้จักวัฒนธรรม สังคม ความเป็นอยู่ของเพื่อนบ้านอีก 9 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน เวียดนาม ลาวพม่า และกัมพูชา สำหรับการจัดการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาหรือการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มีการระดมความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารการศึกษาศึกษานิเทศก์ ครูผู้สอน และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกำหนดกรอบแนวทางในการพัฒนาโรงเรียนให้สามารถเตรียมพร้อมสู่ความเป็นประชาคมอาเซียน โดยการกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของเด็กไทยที่สอดรับกับประชาคมอาเซียน มีการวิเคราะห์หลักสูตรในส่วนของอาเซียนศึกษา และกำหนดเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้สถานศึกษาสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาผู้เรียนได้อย่างมีคุณภาพและแข็งแกร่งในประชาคมอาเซียน
          ทุกภาคส่วนในประเทศไทยต่างมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนได้อย่างเต็มภาคภูมิ ด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานได้เริ่มขับเคลื่อนด้วยโครงการ Spirit of ASEAN ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่มุ่งพัฒนาเด็กไทยให้มีความพร้อมก้าวสู่ประชาคมอาเซียนของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เริ่มดำเนินการเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา มีการดำเนินงานในรูปแบบที่หลากหลายขึ้นอยู่กับบริบทและความพร้อม เช่น  Buffer School ซึ่งเป็นโรงเรียนที่อยู่ติดชายแดนกับประเทศสมาชิกอาเซียน 4 ชาติได้แก่  ลาว พม่า กัมพูชา และมาเลเซีย จะจัดการเรียนรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน และ Sister School ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีความพร้อม มีความเข้มแข็งทั้งในเรื่องของภาษาและ ไอซีที ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อื่น ๆ ไม่ติดชายแดน แต่มีการประสานสัมพันธ์กับประเทศในแถบอาเซียนอีก 5 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม สิงคโปร์  ฟิลิปปินส์  อินโดนีเซีย และบรูไน เป็นต้น
          ในวันนี้ขอมองในมุมเล็ก ๆ ที่อาจจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสถานศึกษาอีกหลายแห่งที่ต้องการพลังร่วมในการขับเคลื่อน ผลักดัน และพัฒนานักเรียน ครู และบุคลากรในสถานศึกษาให้มีความพร้อมก้าวเข้าสู้ประชาคมอาเซียนเช่นเดียวกับสถานศึกษาขนาดใหญ่อีกจำนวนไม่น้อยที่ได้ดำเนินการไปก่อนหน้า เช่น โรงเรียนบางอ้อศึกษา เป็นโรงเรียนเอกชนที่บริหารจัดการศึกษาในนามของมูลนิธิซึ่งได้รับงบประมาณอุดหนุนจากภาครัฐ จัดเป็นสถานศึกษาขนาดกลางเปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล- มัธยมศึกษาปีที่ 3  มีนักเรียนประมาณ 400 คน ซึ่งนักเรียนนับถือศาสนาอิสลามและศาสนาพุทธในปริมาณที่เกือบจะเท่ากัน ทางโรงเรียนส่งเสริมให้นักเรียนทุกคนได้เรียนรู้และปฏิบัติตามหลักคำสอนของศาสนาที่ตนนับถือ โดยจัดให้นักเรียนที่นับถือศาสนาอิสลามได้เรียนอิสลามศึกษา ส่วนนักเรียนที่นับถือศาสนาพุทธได้เรียนธรรมศึกษา แม้นักเรียนจะมีความแตกต่างหลากหลายทางด้านศาสนาและวัฒนธรรม แต่ทุกคนสามารถเรียนรู้และอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ
          ด้วยวิสัยทัศน์ที่เปิดกว้างและก้าวไกลของผู้บริหารสถานศึกษา นายมาโนช ระดิ่งหิน ผู้อำนวยการโรงเรียนบางอ้อศึกษา จึงได้ร่วมกับอีก 7 สถาบันเครือข่ายลงนามความร่วมมือเพื่อพัฒนาการศึกษาในมิติใหม่ประกอบด้วย สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์ คอนแวนต์ โรงเรียนสตรีจุลนาค ในอุปถัมภ์ของมูลนิธิเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี โรงเรียนท่าอิฐศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีจรัลสนิทวงศ์ และสภายุวมุสลิมโลกแห่งประเทศไทย (WAMY)
          ความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายดังกล่าวมุ่งเน้นกระบวนการจัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาเพิ่มพูนขีดความสามารถด้านวิชาการ การวิจัย การจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มศักยภาพความสามารถทางด้านภาษาให้แก่นักเรียน ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาอาหรับ  และภาษามลายู ซึ่งนับว่าเป็นภาษาที่จะมีความสำคัญยิ่งสำหรับรองรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558
          การสร้างภาคีเครือข่ายนับเป็นเครื่องมือสำคัญในการระดมสรรพกำลังเพื่อสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาไทยมุ่งไปสู่ความสำเร็จโดยคาดหวังว่าในอนาคตครูไทยจะสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ ในการจัดการเรียนรู้ทั้งในประเทศและในกลุ่มประชาคมอาเซียน และสามารถใช้การวิจัย สื่อนวัตกรรมเพื่อพัฒนาเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการศึกษาและพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพสูงขึ้น  ส่วนนักเรียนไทยจะมีทักษะในการใช้ภาษาและเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ สามารถติดต่อสื่อสารแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เคารพความคิดเห็น ความเชื่อ และวิถีชีวิตที่แตกต่างหลากหลาย มีความภูมิใจในความเป็นไทย ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  รวมถึงการมีจิตสำนึกร่วมในการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมไทย ประชาคมอาเซียน  และสังคมโลก.

          ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์



โพสเมื่อ : 05 มิ.ย. 55   อ่าน 1333 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การ
08 ก.ย. 60 | อ่าน 1497 ครั้ง
การเข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย (ม.ป.ช., ม.ว.ม. และ ป.ช.) ประจำปี 2557
20 เม.ย. 58 | อ่าน 587 ครั้ง
กศจ.กทม.ย้ายบิ๊กสถานศึกษาลอตใหญ่
28 ต.ค. 59 | อ่าน 575 ครั้ง
นักวิชาการเชียร์ "หมอกำจร" นั่งรมช.ศธ.
14 ธ.ค. 59 | อ่าน 298 ครั้ง
“เลขาฯ กพฐ.” เปิดศูนย์เรียนรู้ครบวงจร “ร.ร.กันทรารมณ์” ศรีสะเกษ
30 ก.ย. 53 | อ่าน 16070 ครั้ง
แนะ ร.ร. ยึดหลัก ’3 อี’ รับนโยบายแท็บเล็ตเอกชนหนุนสุดตัว-ติงขึ้นเงิน1.5หมื่นควรมีเงื่อนไ
26 ส.ค. 54 | อ่าน 12320 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.