Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ครูกับสื่อมัลติมีเดีย




      

ครูกับสื่อมัลติมีเดีย - ฉลาดทันกาล

 

          สัปดาห์ที่ผ่านมาคุยกันถึงการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทย วันนี้มาพูดถึงการใช้สื่อในคอมพิวเตอร์กันบ้าง ซึ่งปัจจุบันโรงเรียนส่วนใหญ่มีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการดำเนินกิจกรรมอย่างหลากหลาย ทั้งด้านการเรียนการสอน และด้านบริหารจัดการ โดยการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอน มีองค์ประกอบที่สำคัญ คือ สื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนการสอน ที่นำเสนอทั้งเสียง ข้อความ ภาพเคลื่อน ไหว ดนตรี กราฟิก ภาพถ่ายวัสดุตีพิมพ์ ภาพยนตร์ และวีดิทัศน์

          อาจารย์อายัติ เอี่ยมบาง ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ สำนักงานเขตพื้นที่  การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39 (พิษณุโลก–อุตรดิตถ์) วิทยากรการฝึกอบรมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ขยายความสำคัญของสื่อมัลติมีเดีย ว่า เป็นสื่อที่มีส่วนช่วยส่งเสริมการใช้คอมพิวเตอร์ในการเรียนการสอนให้คุ้มค่ามากขึ้น เพราะเทคโนโลยีด้านสื่อมัลติมีเดียช่วยให้การออกแบบการเรียนตอบสนองต่อแนวคิด ทฤษฎีการเรียนรู้ ส่งผลโดยตรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้นได้ ประกอบกับสื่อมัลติมีเดียในรูปแบบของซีดีรอมก็ใช้ง่าย เก็บรักษาง่าย พกพาสะดวก แถมทำสำเนาได้ง่ายด้วย จึงทำให้เป็นสื่อการสอนที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง ตามศักยภาพ ความต้องการ และความสะดวก ขณะที่ผู้สอนก็สามารถใช้สื่อมัลติมีเดียในการสอนเนื้อหาใหม่เพื่อการฝึกฝน เสนอสถานการณ์จำลอง และยังสอนการคิดแก้ปัญหาด้วยรูปแบบต่าง ๆ ได้ด้วย ซึ่งส่งผลดีต่อการเรียนรู้ วิธีการเรียนรู้ และรูปแบบการคิดหาคำตอบ ที่สำคัญไม่เป็นการจำกัดให้การเรียนรู้ต้องอยู่แต่ในห้องเรียนเท่านั้น

          แต่จากข้อมูล พบว่า ครูในสังกัด สพฐ. ที่มีอยู่กว่า 430,000 คนนั้น มีเพียง 60% ที่มีทักษะพื้นฐานคอมพิวเตอร์และสามารถใช้สื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนการสอนได้ และในจำนวนนี้ก็มีประมาณ 30% ที่สนใจจะพัฒนาสื่อมัลติมีเดีย แต่มีแค่ 10% ที่สามารถผลิตสื่อมัลติมีเดียได้อาจารย์อายัติกล่าวและแนะนำด้วยว่า ครูที่ต้องการนำสื่อมัลติมีเดียไปสอนนักเรียนต้องเปิดดูเนื้อหาภายในสื่อและศึกษา ก่อนว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่จะสอนหรือไม่ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา สพฐ.ได้จัดให้มีการอบรมครูและสนับสนุนการผลิตสื่อบทเรียนมาตลอด แต่การดำเนินการให้เกิดการแข่งขันทั้งด้านปริมาณและคุณภาพนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่สำคัญการยังไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบประเมินสื่อที่ชัดเจน และที่ขาดแคลนที่สุดน่าจะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ประเมินที่มีความรู้ความเข้าใจการประเมินคุณภาพอย่างแท้จริง เพราะผู้ที่จะเป็นผู้ประเมินสื่อมัลติมีเดียนี้ต้องมีความรอบรู้ ทั้งทฤษฎีการเรียนรู้ ทฤษฎีการสอน เทคนิคการออกแบบ รูปแบบของสื่อมัลติมีเดีย ข้อจำกัด-ข้อได้เปรียบ และแน่นอนที่สุด คือ ต้องรู้พื้นฐานคอมพิวเตอร์ สามารถตรวจสอบการใช้งาน วิเคราะห์ความยากง่ายในการใช้งานของสื่อมัลติมีเดียได้

          อาจารย์อายัติ ยังชี้แนะด้วยว่า ทางออกของปัญหาดังกล่าว คือ การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ด้านการประเมินสื่อมัลติมีเดีย ขณะที่ภาครัฐควรจัดตั้งหน่วยงานที่มีภารกิจหลักในการประเมินสื่อมัลติมีเดีย ทั้งหน่วยงานส่วนกลาง ระดับจังหวัด หน่วยงานย่อย และระดับโรงเรียน โดยปรับการจัดสรรงบประมาณควบคู่ไปด้วย และที่ไม่ควรมองข้าม คือ ควรนำแนวคิดเรื่องการจัดให้มีการรับรองมาตรฐานนักเทคโนโลยีทางการศึกษา เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ประเมินที่มีความรู้ความเข้าใจการประเมินคุณภาพอย่างแท้จริง

          การศึกษายุคแท็บเล็ต สื่อมัลติมีเดียจะกลายเป็นเครื่องมือที่สำคัญทางการศึกษา แต่หากครูไม่พร้อมเป็นผู้นำในการใช้สื่อ ไม่มีบุคลากรที่มีฝีมือในการผลิตสื่อ และยังขาดแคลนผู้ประเมินสื่ออยู่แบบนี้ โอกาสที่เด็กไทยจะได้สัมผัสสื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนการสอนที่หลากหลาย และมีคุณภาพอย่างแท้จริงคงต้องรอไปอีกนานและไม่ทันกาลแน่!!!

          ณัชชารีย์ วิเชียรรัตน์

 

          ที่มา: http://www.dailynews.co.th



โพสเมื่อ : 23 พ.ค. 55   อ่าน 825 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ส่อลอยแพ 20 อาจารย์ มหาลัยอ้างไม่ประสงค์จ้างต่อ อ.โวย ชีวิตช่างตกอับ-ไม่มั่นคง
01 ก.ย. 59 | อ่าน 282 ครั้ง
เลื่อนประเมินภายนอกสถานศึกษา 1ปี
10 ส.ค. 58 | อ่าน 511 ครั้ง
ตรวจผลสอบ O-NET
16 มี.ค. 56 | อ่าน 3369 ครั้ง
ม.อีสานตื่นทำทะเบียนน.ศ.ใหม่ เหตุมือดีแอบอ้าง-หวั่นขายปริญญา ’ดิเรก’ยันต้องเทียบโอน&rsqu
17 ส.ค. 54 | อ่าน 100994 ครั้ง
มหาดไทยแจ้งอีกครั้ง สั่งทุกจังหวัด ยกเลิกเอาสำเนาบัตร ปชช.-ทะเบียนบ้านประชาชน
04 พ.ย. 57 | อ่าน 716 ครั้ง
เล็งเลื่อนสอบ GAT/PAT ธ.ค.
12 ธ.ค. 55 | อ่าน 582 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.