Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


คอลัมน์: สถานี ก.ค.ศ.: พฤติกรรมใดที่ถือว่าเจ้าหน้าที่รัฐ มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด?




      

คอลัมน์: สถานี ก.ค.ศ.: พฤติกรรมใดที่ถือว่าเจ้าหน้าที่รัฐ มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด?

 

          ศิริพร กิจเกื้อกูล          เลขาธิการ ก.ค.ศ.
          สถานี ก.ค.ศ. ในครั้งที่ผ่านมาได้พูดให้ทราบไปแล้วว่า ในกรณีที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษายื่นคำขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะไว้แล้วภายหลังได้ย้ายหรือโอนไปสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งใหม่หรือหน่วยงานอื่นหากต่อมาได้รับอนุมัติให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ยังสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งเดิม ก็จะต้องให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งเดิมเป็นผู้ออกคำสั่งแต่งตั้งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้นั้นมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ ซึ่งทำให้เกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติสำหรับกรณีดังกล่าวยิ่งขึ้นแล้ว
          สำหรับในครั้งนี้ จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการประพฤติตนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่รัฐบาลได้ดำเนินการอย่างจริงจังในหลายรูปแบบ ทั้งการป้องกันและปราบปรามอย่างเข้มแข็งจริงจังตลอดมา รวมทั้งนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการโดยท่าน ศาสตราจารย์ ดร. สุชาติ ธาดาธำรงเวช ดังนั้น เพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ทราบถึงระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และแนวทางในการประพฤติปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ไม่พลั้งเผลอ เข้าไปเป็นผู้มีส่วนร่วมกระทำความผิด หรือเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจนต้องได้รับโทษทัณฑ์ในทางอาญาและในทางวินัยซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
          ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการป้องกันเจ้าหน้าที่ของรัฐมิให้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2544 ได้กำหนดมาตรการในการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดไว้ว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีพฤติกรรมดังต่อไปนี้ ถือว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
          1.สนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดโดยรู้หรือควรจะได้รู้ว่าผู้นั้นเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเฉพาะในการกระทำที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดนั้น
          2.จัดหาหรือให้เงินหรือทรัพย์สิน ยานพาหนะ สถานที่ หรือวัตถุใดๆ เพื่อประโยชน์หรือให้ความสะดวกแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยรู้หรือควรจะได้รู้ว่าผู้นั้นเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเฉพาะในการกระทำที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดนั้น
          3.รับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดโดยรู้หรือควรจะได้รู้ว่าผู้นั้นเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
          4.คบค้าสมาคมเป็นอาจิณกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยรู้หรือควรจะได้รู้ว่าผู้นั้นเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
          5.เป็นผู้ประกันผู้ต้องหาหรือจำเลยโดยใช้หลักทรัพย์หรือสถานะการเป็น เจ้าหน้าที่ของรัฐในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือศาลในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ในข้อหาผลิต นำเข้าส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติด หรือในข้อหามีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 หรือประเภท 2 เกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดอันเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท
          แต่มีข้อยกเว้นเฉพาะในกรณีที่เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามธรรมจรรยาหรือเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่กับบุคคลซึ่งเป็นสามีหรือภริยา บุพการีหรือ ผู้สืบสันดานไม่ว่าชั้นใดๆ ของเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น ซึ่งอาจใช้สถานะการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐประกันบุคคลดังกล่าวได้
          ในครั้งต่อไปจะแจ้งให้ทราบถึงแนวทางพิจารณาเกี่ยวกับการลงโทษทางวินัย หากเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จะต้องได้รับโทษสถานใดบ้างพบกันใหม่ฉบับหน้าค่ะ

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 21 พ.ค. 55   อ่าน 788 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ชงครม.เยียวยาจ่ายเงิน 46 ทุนครูล่าช้า สอศ.เร่งแจง - เจรจาสถานศึกษาขอผ่อนผันค่าเรียน
22 ส.ค. 55 | อ่าน 745 ครั้ง
สพฐ.จัดทำแผนการศึกษาเพื่อการมีงานทำ
21 ก.ย. 54 | อ่าน 43091 ครั้ง
สพป.นครราชสีมา เขต 3 ไม่ยกเลิกบรรจุครูผู้ช่วย ระบุไม่พบพยาน-หลักฐานการทุจริต
23 เม.ย. 56 | อ่าน 440 ครั้ง
มสด.สัมมนาวิชาการศิลปวัฒนธรรมรับอาเซียน
27 ส.ค. 55 | อ่าน 851 ครั้ง
สอศ.ขอลู่พิเศษบรรจุครูอาชีวะชายแดนใต้
18 ธ.ค. 56 | อ่าน 361 ครั้ง
12 มหา’ลัยภาคเหนือตอนล่างประกาศชิงความเป็นเลิศ ม.นเรศวร เป็นแม่งาน ประกวดสหกิจศึกษาดีเด่นอุดมศ
20 ก.พ. 57 | อ่าน 344 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.